ส่องเบื้องหลังความบ้าคลั่งของตลาดซื้อขายพรีเมียร์ลีก หลังมีการตั้งค่าตัว ซานโดร โตนาลี่ สูงถึง 100 ล้านปอนด์ ท่ามกลางกระแสเงินเฟ้อลูกหนังที่น่าจับตาดูว่าท้ายที่สุดแล้วสโมสรต่างๆ จะยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อแลกกับตัวผู้เล่นเหล่านี้จริงหรือไม่ และกรณีของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ถูกประเมินราคาไว้อย่างน่าประหลาดใจนั้นมีความเป็นมาอย่างไรกันแน่
มีหลายบทบาทในสนามฟุตบอลที่ไม่สามารถตัดสินคุณค่าจากสถิติได้ และในตำแหน่งกองกลางตัวกลางตัวคุมเกมนั้น ซานโดร โตนาลี่ คือหนึ่งในนักเตะประเภทดังกล่าว
การใช้ตัวเลขพื้นฐานเพียงอย่างเดียวเพื่อบอกว่าฤดูกาลล่าสุดของ โตนาลี่ กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไม่ใช่ฤดูกาลที่ดีที่สุด อาจไม่ยุติธรรมกับสตาร์ชาวอิตาเลียนมากนัก แม้ว่าสถิติเหล่านั้นจะดูชัดเจนก็ตาม
โตนาลี่ ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกไม่ได้เลย และทำได้เพียง 2 แอสซิสต์เท่านั้น แถมได้รับใบเหลือง 4 ใบ และเป็นส่วนหนึ่งของทัพ "สาลิกาดง" ที่จบอันดับ 12 ของตาราง โดยคว้าชัยได้เพียง 14 นัดจากทั้งหมด 38 เกม
ไม่มีข้อสงสัยว่า โตนาลี่ เป็นนักเตะฝีเท้าดี เขาย้ายมาด้วยค่าตัวมากกว่า 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,365 ล้านบาท) เมื่อสามปีก่อน และเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่ นิวคาสเซิ่ล รวมถึงกุนซือ เอ็ดดี้ ฮาว ต้องการเก็บนักเตะเอาไว้กับทีม
สโมสรแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างมาก โดยให้การสนับสนุนตลอดช่วงที่นักเตะถูกแบน 10 เดือนจากความผิดฐานละเมิดกฎการเดิมพัน นอกจากนี้ การปฏิเสธข้อเสนอแรกจากสโมสรที่สนใจซื้อก็ถือเป็นเรื่องปกติของกระบวนการเจรจา เพราะแทบไม่มีใครตอบรับข้อเสนอครั้งแรกอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากการตั้งค่าตัวของดาวเตะทีมชาติอิตาลีวัย 26 ปี ไว้ที่ 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,440 ล้านบาท) สำหรับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แล้ว ก็อาจกล่าวได้ว่า นิวคาสเซิ่ล กำลังประเมินมูลค่านักเตะสูงเกินความเป็นจริง
หากสุดท้าย นิวคาสเซิ่ล สามารถยืนกรานเรียกค่าตัว 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,300 ล้านบาท) และมีสโมสรยอมจ่ายจริง นั่นจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าตลาดซื้อขายนักเตะของพรีเมียร์ลีกกำลังอยู่ในภาวะ "บ้าคลั่ง" มากกว่าที่เคยเป็นมาเสียอีก
เพื่อสนับสนุนการตั้งค่าตัวระดับ 100 ล้านปอนด์ขึ้นไป ของ โตนาลี่ นั้น นิวคาสเซิ่ล ยกตัวอย่างของ เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางที่พวกเขาขายให้กับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,505 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์ปี 2024 และตอนนี้กำลังกลายเป็นนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังปิดดีลกันได้เรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัวประมาณ 116 ล้านปอนด์ (ราว 4,988 ล้านบาท) และจะตรวจร่างกายที่สหรัฐอเมริกาสุดสัปดาห์นี้
ตลอดสองฤดูกาลกับฟอเรสต์ แอนเดอร์สัน ทำได้ 6 ประตู กับ 10 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก เขาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นนักเตะฝีเท้าดีอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นส่วนสำคัญของทัพ "เจ้าป่า" ที่จบอันดับ 16 ในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาเช่นกัน
เห็นได้ชัดว่าปัจจุบันมิดฟิลด์ตัวกลางที่เล่นหนักและมีพลังในการปะทะกำลังเป็นตำแหน่งที่มีมูลค่าสูงเป็นพิเศษ ตัวอย่างอีกคนคือ มาเตอุส แฟร์นันด์ส ซึ่งแทบแน่นอนว่าจะอำลา เวสต์แฮม ยูไนเต็ด หลังสโมสรตกชั้น ทั้งที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมได้เพียงปีเดียวด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์ (ราว 1,634 ล้านบาท) จาก เซาธ์แฮมป์ตัน แต่ตอนนี้กลับมีการประเมินมูลค่าของเขาไว้ที่ราว 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,440 ล้านบาท)
แฟร์นันด์ส อาจทำผลงานได้ในระดับน่าพอใจในฤดูกาลอันน่าผิดหวังของเวสต์แฮม แต่คำถามคือ เหตุใดมูลค่าของเขาจึงเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในเวลาอันสั้น ทั้งที่เจ้าตัวเพิ่งตกชั้นกับสโมสรมาแล้วถึงสองทีมติดต่อกันในสองฤดูกาล
ค่าตัวนักเตะในพรีเมียร์ลีกกำลังพุ่งสูงจนเกินเหตุ กรณีของ ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ เพิ่งโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในเกมถล่ม สวีเดน 5-1 ศึกฟุตบอลโลก 2026 แต่แม้เขาเหลือสัญญากับ ไบรท์ตัน เพียงปีเดียว สเปอร์ส ก็ยังยอมจ่ายเงินมากกว่า 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,150 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัวมาร่วมทีมอยู่ดี
นี่คือสิ่งที่ชาวเยอรมันเคยเรียกว่า "การใช้เงินฟุ่มเฟือยสไตล์อังกฤษ" (stupid English money) ซึ่งหมายถึงการทุ่มเงินซื้อนักเตะในราคาสูงเกินจริง อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าจะมีข้อยกเว้นอยู่หนึ่งกรณีในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์นี้
มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมปล่อย มาร์คัส แรชฟอร์ด ให้กับสโมสรพรีเมียร์ลีกทีมอื่น (ยกเว้น ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้) หากได้รับข้อเสนอราว 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,720 ล้านบาท)
เมื่อเทียบกับสภาพตลาดนักเตะในปัจจุบัน ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง พอๆ กับการที่ บาร์เซโลน่า ตัดสินใจไม่ใช้ออปชั่นซื้อขาดมูลค่า 26 ล้านปอนด์ (ราว 1,118 ล้านบาท) หลังจากดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 28 ปี ย้ายไปเล่นแบบยืมตัว
กระนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แรชฟอร์ด ดูเหมือนจะเป็นกรณีพิเศษที่แตกต่างจากคนอื่น เพราะหากค่าตัวระดับมหาศาลที่ถูกพูดถึงสำหรับ โตนาลี่, แอนเดอร์สัน และ แฟร์นันด์ส มีสโมสรยอมจ่ายจริงๆ งานนี้ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ก็มีแนวโน้มจะกลายเป็นเทศกาลใช้เงินครั้งใหญ่ที่น่าตื่นตะลึงในพรีเมียร์ลีกแน่นอน