การแต่งตั้งเฮดโค้ชคนใหม่ บางครั้งก็ไม่ได้เริ่มต้นจากการสัมภาษณ์งาน กรณีของ อันโดนี่ อิราโอล่า ก็เป็นแบบนั้น
เดวิด ลินช์ ผู้สื่อข่าว This is Anfield บอกว่า ก่อนที่เขาจะมาเป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่ที่นี่ ลิเวอร์พูล เคยพยายามดึงตัวเขามาแล้วครั้งหนึ่ง
ตอนนั้นเขายังเป็นนักเตะ เป็นแบ็กขวาตัวหลักของ แอธเลติก บิลเบา เป็นหนึ่งในกองหลังที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของ ลา ลีกา
ลิเวอร์พูล สนใจเขาอย่างจริงจัง แต่การย้ายทีมไม่เคยเกิดขึ้น
อิราโอล่า เลือกอยู่กับสโมสรที่เป็นตัวแทนของบ้านเกิดตัวเองต่อไป เขาใช้ชีวิตค้าแข้งเกือบทั้งหมดกับ บิลเบา
ก่อนจะออกไปเล่นที่ นิวยอร์ก ซิตี้ ช่วงสั้น ๆ แล้วแขวนสตั๊ด
เรื่องจบลงตรงนั้นสำหรับเส้นทางนักเตะ แต่ไม่ได้จบสำหรับ ลิเวอร์พูล
สโมสรยังคงติดตามเขาต่อ ตั้งแต่วันที่เริ่มต้นงานโค้ช ตอนคุม ราโย บาเยกาโน่ ตอนพา บอร์นมัธ สร้างชื่อใน พรีเมียร์ลีก
และยิ่งติดตามมากเท่าไร ความเชื่อก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
จนวันที่ ลิเวอร์พูล ต้องหาคนคุมทีมคนใหม่ ชื่อของ อิราโอล่า ขึ้นมาอยู่บนสุดของลิสต์
เหตุผลสำคัญอยู่ที่สไตล์ฟุตบอลของเขา
หลายคนมองว่าฟุตบอลของ อิราโอล่า มี DNA ที่ใกล้เคียงกับยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์
เป็นฟุตบอลที่เล่นด้วยความเข้มข้น เล่นด้วยความดุดัน มีพลังงาน และเล่นด้วยความกล้าหาญ
ลิเวอร์พูล เชื่อว่าทีมค่อย ๆ ห่างจากจุดนั้นไปในช่วงหลัง
สโมสรต้องการกลับไปหาฟุตบอลที่แฟนบอลรู้สึกเชื่อมโยงได้อีกครั้ง นั่นทำให้ อิราโอล่า กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว
เหนือกว่า เซบาสเตียน เฮอเนส เหนือกว่า ปิแอร์ ซาจ เหนือกว่าแคนดิเดตอื่นทั้งหมด
เขาเป็นคนเดียวที่ได้รับโอกาสเข้าสู่การเจรจาแบบตัวต่อตัว และระหว่างการพูดคุย เขาพูดประโยคที่คนในสโมสรจดจำได้ทันที
"แอนฟิลด์ คือทางเลือกแรก ทางเลือกที่สอง และทางเลือกสุดท้ายของผม"
ประโยคนี้มีความหมายมาก เพราะเมื่อสองปีก่อน ลิเวอร์พูล เคยพยายามดึง ชาบี อลอนโซ่ แต่ อลอนโซ่ ไม่ได้แสดงความต้องการในระดับเดียวกัน
อิราโอล่า แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเขาอยากมาที่นี่ และพร้อมสำหรับงานนี้
ก่อนจะถึงขั้นตอนสุดท้าย ลิเวอร์พูล ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาอย่างละเอียด
สิ่งที่พวกเขาพบ คือโค้ชที่หมกมุ่นกับการพัฒนาตัวเอง
อิราโอล่า เดินทางไปหลายประเทศ เรียนรู้จากฟุตบอลหลายวัฒนธรรม ศึกษากีฬาประเภทอื่น พยายามหามุมมองใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านการพัฒนานักเตะที่ บอร์นมัธ
มิลอส เคอร์เคซ ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบ็กซ้ายที่น่าจับตามองที่สุดของลีก
ดีน เฮาเซ่น เติบโตจนย้ายไป เรอัล มาดริด
อิลลิยา ซาบาร์นยี่ พัฒนาจนย้ายไป ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
อีกจุดที่สโมสรให้ความสำคัญคือประสบการณ์ใน พรีเมียร์ลีก
อิราโอล่า ไม่ต้องใช้เวลาศึกษาลีก เขาเข้าใจความเร็วของเกม เข้าใจความเข้มข้นของการแข่งขัน เข้าใจว่าการเล่นฟุตบอลในอังกฤษต้องรับมือกับอะไรบ้าง
เมื่อถูกถามถึงสไตล์การทำทีม เขาอธิบายชัดเจน
เขาบอกว่าแฟนบอลหลายคนน่าจะเคยเห็น บอร์นมัธ ของเขาเล่นมาแล้ว
และแม้จะต้องปรับรายละเอียดหลายอย่างให้เข้ากับ ลิเวอร์พูล แต่เขาไม่ต้องการสูญเสียอัตลักษณ์สำคัญของตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้น ความดุดัน ความเป็นระเบียบ และหลักการพื้นฐานที่เขาเชื่อมาตลอด
เขายังบอกอีกว่า หลักการเหล่านี้สอดคล้องกับสิ่งที่ ลิเวอร์พูล เป็นมาตลอดหลายปี และเชื่อว่าตัวเองสามารถทำให้มันประสบความสำเร็จได้
แล้วเป้าหมายล่ะ คืออะไร?
อิราโอล่า ตอบอย่างตรงไปตรงมา
เขาบอกว่าการได้ทำงานกับนักเตะระดับโลก คือโอกาสในการต่อสู้เพื่อแชมป์ แต่ไม่ได้ต้องการให้คำสัญญาที่เกินจริง
อิราโอล่า ไม่ต้องการขายความฝัน เพียงบอกว่าเข้าใจดีว่ากำลังมาที่ไหน เข้าใจว่าสโมสรคาดหวังอะไร และพร้อมสำหรับความท้าทายครั้งนี้
ลิเวอร์พูล ไม่ได้เลือก อิราโอล่า เพราะคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค
พวกเขาเลือกจากการติดตามเขามานานกว่าสิบปี เลือกจากวิธีคิด เลือกจากวิธีทำงาน เลือกจากฟุตบอลที่เขาเชื่อ
และเลือกจากความเชื่อว่า เขาคือคนที่สามารถพาสโมสรกลับไปหาตัวตนที่แฟนบอลคิดถึงได้อีกครั้ง
-HOSSALONSO-