อาร์เซน่อล ลบล้างความผิดหวังจากการเป็นพระรอง 3 ฤดูกาลติดต่อกัน หลังพวกเขารักษามาตรฐานการเล่นและผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จในฤดูกาลนี้ ขณะที่ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนจนกระทั่งเกมสุดท้ายถึงจะคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ทัพ "ปืนใหญ่" การันตีการเป็นแชมป์หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้เพียงไล่ตีเสมอ บอร์นมัธ 1-1 เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ และนั่นหมายความว่า "เรือใบสีฟ้า" ไม่สามารถทำแต้มไล่ทัน อาร์เซน่อล ส่งผลให้ มิเกล อาร์เตต้า แอนด์ โค. ผงาดคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ และยุติ 22 ปีแห่งการรอคอยโทรฟี่ใบนี้
ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาฟื้นคืนชีพนับตั้งแต่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามากุมบังเหียน โดยสามารถเก็บแต้มเป็นว่าเล่น และสุดท้ายนำทีมจบอันดับ 3 พร้อมกับคว้าโควตาไปเล่นถ้วย "บิ๊กเอียร์" ได้อย่างสุดยอด ส่วน "เฮียปลัด" ก็ได้สัญญาคุมทีมถาวรเป็นรางวัล
นอกจากนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังสร้างตำนานเป็นนักเตะที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดตลอดกาลในลีกต่อซีซั่น หลังทำเพิ่ม 1 แอสซิสต์เกมถลุงไบรท์ตัน ทำให้เขาทำไปแล้ว 21 แอสซิสต์ แซงหน้า เธียร์รี่ อองรี และ เควิน เดอ บรอยน์ ที่ทำคนละ 20 แอสซิสต์ไปเรียบร้อยแล้ว
สำหรับ แมนฯ ซิตี้ ต้องพบกับความผิดหวัง 2 ซีซั่นติดต่อกัน แถมเกมนี้ยังเป็นแมตช์ส่งท้ายการกุมบังเหียนของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รวมทั้ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา กับ จอห์น สโตนส์ ที่จะอำลาถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ในช่วงซัมเมอร์นี้
ในส่วนของ บอร์นมัธ สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ หลังคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปได้เป็นครั้งแรกในรอบ 127 ปีของสโมสร ถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซส่งท้ายการทำงานของ อันโดนี อิราโอล่า
ด้าน ลิเวอร์พูล ถือว่าผลงานน่าผิดหวังมากๆ แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้โควตาไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ และยังเป็นการอำลา โม ซาลาห์ กับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ซึ่งเป็นการปิดฉาก 9 ปีที่แสนงดงามของทั้งคู่
ด้าน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต้องขอบคุณ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ที่เข้ามากอบกู้สถานการณ์จนสามารถรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ ส่วน เวสต์แฮม ต้องผิดหวังแม้จะชนะในเกมสุดท้ายแต่ก็ไม่เพียงพอ และต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลหน้า
ที่น่าประทับใจมากๆ ก็คงเป็น ซันเดอร์แลนด์ เพราะเพิ่งเลื่อนชั้น แต่สามารถสร้างผลงานได้อย่างสุดยอด ซึ่งยกความดีความชอบให้กับกุนซือ เรจิส เลอ บริส ที่สร้าง "แมวดำ" ได้อย่างสุดยอด และคว้าตั๋วไปเล่นศึกยูโรปา ลีก ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
บทสรุปพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/2026
แชมป์ : อาร์เซน่อล
โควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก : อาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แอสตัน วิลล่า, ลิเวอร์พูล
โควตา ยูฟา ยูโรปา ลีก : บอร์นมัธ, ซันเดอร์แลนด์
โควตา ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก : ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน
ทีมที่ตกชั้น : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เบิร์นลี่ย์, วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส
ทีมเลื่อนชั้น : โคเวนทรี ซิตี้, อิปสวิช ทาวน์, ฮัลล์ ซิตี้
ดาวซัลโว 6 อันดับแรก
- 27 ประตู : เออร์ลิง ฮาลันด์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
- 22 ประตู : อิกอร์ ติอาโก้ (เบรนท์ฟอร์ด)
- 17 ประตู : อองตวน เซเมนโย่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
- 16 ประตู ; โอลลี่ วัตกิ้นส์ (แอสตัน วิลล่า)
- 15 ประตู : ชูเอา เปโดร (เชลซี)
- 15 ประตู : มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์
จอมแอสซิสต์ 6 อันดับแรก
- 21 ครั้ง : บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
- 12 ครั้ง : รายาน แชร์กี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
- 11 ครั้ง : จาร์ร็อด โบเว่น (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)
- 8 ครั้ง : เออร์ลิง ฮาลันด์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
- 7 ครั้ง : โดมินิค โซโบซไล (ลิเวอร์พูล)
- 7 ครั้ง : เจมส์ การ์เนอร์ (เอฟเวอร์ตัน)
ผู้รักษาประตูเก็บคลีนชีต 5 อันดับแรก
- 19 เกม : ดาบิด ราย่า (อาร์เซน่อล)
- 15 เกม : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
- 11 เกม : ยอร์เย่ เปโตรวิช (บอร์นมัธ)
- 11 เกม : ดีน เฮนเดอร์สัน (คริสตัล พาเลซ)
- 11 เกม : จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน)
สถิติที่น่าสนใจ
- เกมที่มีการทำประตูมากสุด : ฟูแล่ม 4-5 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
- เกมที่ทีมเจ้าบ้านชนะขาดลอยสุด : อาร์เซน่อล 5-0 ลีดส์ ยูไนเต็ด
- เกมที่ทีมเยือนชนะขาดลอยสุด : ซันเดอร์แลนด์ 0-5 น็อตติงแฮม ฟอเรสต์
- ทีมที่ชนะติดต่อกันยาวนานสุด : แอสตัน วิลล่า (8 เกม)
- ทีมที่ไม่แพ้ใครติดต่อกันยาวนานสุด : บอร์นมัธ (18 เกม)
- ทีมที่ไม่ชนะใครติดต่อกันยาวนานสุด : วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (19 เกม)
- ทีมที่แพ้ติดต่อกันยาวนานสุด : วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (11 เกม)