ปัญหาของสโมสรฟุตบอลระดับสูง ไม่ใช่แค่การสร้างทีมที่เก่งพอจะคว้าแชมป์ แต่คือการก้าวเดินต่อ หลังคนที่สร้างตัวตนของสโมสรเดินจากไป
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
ทั้งสามคนไม่ได้เป็นแค่ผู้จัดการทีม พวกเขาเปลี่ยน DNA ของทั้งสโมสร
เซอร์อเล็กซ์ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่ชนะบ่อย ๆ จนเป็นนิสัย
ทีมของเขาเล่นด้วยความน่าเกรงขาม เล่นด้วยวิธีคิด และเล่นด้วยความเชื่อว่าเกมยังไม่จบจนกว่านกหวีดจะดัง
เขาคุม ยูไนเต็ด 27 ปี ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย สร้างมาตรฐานที่แทบไม่มีใครแตะได้
แต่ปัญหาคือ เมื่อคนเก่ง ๆ แบบนี้ออกไป สโมสรจะเหลืออะไรไว้บ้าง
หลัง เฟอร์กูสัน อำลาทีมในปี 2013 ยูไนเต็ด เปลี่ยนผู้จัดการทีมหลายคน
เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่, โอเล่ กุนนาร์ โซลชา, เอริก เทน ฮาก, รูเบน อโมริม
จนแล้วจนรอดสโมสรยังไม่กลับไปอยู่ในจุดเดิม
เพราะ แมนยู ไม่ได้เสียแค่โค้ช แต่พวกเขาเสียศูนย์กลางของสโมสรไป
เดวิด กิลล์ ก็ออกจากตำแหน่งพร้อมกัน ระบบการทำงานก็ปลี่ยน
วัฒนธรรมกับกระบวนการตัดสินใจก็เช่นกัน
ทุกอย่างสั่นสะเทือนพร้อมกันในเวลาเดียว
ซึ่ง ลิเวอร์พูล กำลังเริ่มเจอเรื่องเดียวกันกับ เจอร์เก้น คล็อปป์
คล็อปป์ เปลี่ยน ลิเวอร์พูล จากทีมที่สับสนในตัวเองว่าจะอยู่จุดไหน ให้กลับมาเป็นทีมระดับท็อปอีกครั้ง
เขาสร้างเฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล สร้างความดุดันในการไล่เพรสคู่แข่ง สร้างความรู้สึกร่วมระหว่างทีมกับแฟนบอล
เขาทำให้ แอนฟิลด์ กลับมามีชีวิต ลิเวอร์พูล เล่นด้วย พลังงาน เล่นด้วยความดุดัน
เมื่อได้ดูเกม แฟนบอลรู้สึกได้ทันทีว่า นี่คือ ลิเวอร์พูล
นั่นคือ DNA ที่คล็อปป์สร้างไว้
อาร์เน่อ โค้ชจาก เนเธอร์แลนด์ เข้ามาหลังจากนั้นพร้อมแรงคาดหวังมหาศาล
ฤดูกาลแรกเขาพาทีมได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก หลายคนคิดว่า ลิเวอร์พูล ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านได้แล้ว
แต่พอทีมเริ่มดร็อป เสียงเรียกหาเฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล ก็กลับมาทันที
ชื่อของ คล็อปป์ ถูกพูดถึง เพราะแฟนบอลต่างพากันจำความรู้สึกของฟุตบอลแบบนั้นได้
นี่คือปัญหาของการเดินตามตำนาน
คุณไม่ได้โดนเปรียบเทียบแค่เรื่องคะแนน คุณโดนเปรียบเทียบเรื่องอารมณ์และความรู้สึกด้วย
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังทิ้งโจทย์เดียวกันไว้ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เป๊ป เปลี่ยนฟุตบอลอังกฤษทั้งระบบ
ทั้งการยืนตำแหน่ง, การขึ้นเกมจากแดนหลัง, การสร้างจำนวนผู้เล่นมากกว่าในพื้นที่หนึ่งของสนาม, เอาแบ็กหุบมายืนกลาง, การยืนคุมพื้นที่เพื่อป้องกันเกมสวนกลับ
ทุกอย่างกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ พรีเมียร์ลีก
แมนซิตี้ คือทีมแรกที่ได้ 100 แต้ม ทีมแรกที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 ปีติด และได้ทริปเปิล แชมป์
เป๊ป ทำให้ แมนซิตี้ กลายเป็นเครื่องจักรลูกหนัง
แล้วตอนนี้ทุกคนเริ่มถามคำถามเดียวกัน “ใครจะเข้ามารับไม้ต่อจากเขา”
แมนซิตี้ เตรียมตัวเรื่องนี้มาหลายปี
พวกเขาสร้างรากฐานเอาไว้แข็งแรงมาก วางแผนสืบทอดตำแหน่ง เปลี่ยนผู้อำนวยการกีฬา เปลี่ยนผู้บริหาร เตรียมคนใหม่เอาไว้ล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม สุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ยังเป็นผู้จัดการทีมอยู่ดี
เพราะฟุตบอลระดับนี้ยังขับเคลื่อนด้วยความเป็นตัวตน
เฟอร์กูสัน มีบารมีความเป็นผู้นำ
คล็อปป์ นำทีมด้วยพลังความรู้สึกและแรงกระตุ้น
เป๊ป มีความน่าเกรงขาม
คนเหล่านี้ทำให้ทั้งสโมสรเชื่อและเมื่อคุณสร้างมาตรฐานแบบนั้นเอาไว้
คนต่อจากคุณจะเริ่มงานด้วยการถูกเปรียบเทียบทันที
นั่นคือเหตุผลที่บางคนแทบเป็นคนที่แทบไม่มีใครเดินตามต่อได้
แมนยู ใช้เวลา 13 ปีแล้ว ยังไม่ฟื้นจากยุค เฟอร์กูสัน
ลิเวอร์พูล เริ่มเห็นแรงสั่นสะเทือนหลัง คล็อปป์ ออกไปแค่ปีเดียว
แมนซิตี้ กำลังจะต้องใช้ชีวิตโดยไม่มี เป๊ป เป็นครั้งแรก
ฟุตบอลสมัยใหม่มีเงินมากขึ้น มีข้อมูลมากขึ้น มีการวิเคราะห์มากขึ้น
ถึงกระนั้น ท้ายที่สุด สโมสรฟุตบอลยังถูกขับเคลื่อนด้วยคน
และบางคน เมื่อพวกเขาเดินออกจากประตูสโมสรไป สิ่งที่หายไปพร้อมกัน คืออัตลักษณ์ของทีม
HOSSALONSO