งานเขียนของผมที่ออกมาในช่วงนี้ คุณอาจคิดว่าผมเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย
ความจริงตรงกันข้ามเลย ผมเป็นคนที่พยายามมองหาเรื่องดี ๆ เสมอ
เพียงแต่ ลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้ทำให้เรื่องนั้นมันยากขึ้นทุก ๆ สัปดาห์
พวกเขาเล่นต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเองบ่อยเกินไป และเกมกับ เชลซี คืออีกครั้งที่แฟนบอลเดินออกจาก แอนฟิลด์ แบบไม่มีอะไรให้รู้สึกดีเลย
ก่อนเกม ทุกอย่างดูเข้าทาง ลิเวอร์พูล หมด
เชลซี แพ้มา 6 นัดติด เพิ่งโดน ฟอเรสต์ ชุดสำรองเล่นงาน
ผู้จัดการทีมชั่วคราวยังหาทรงทีมตัวเองไม่เจอ
แล้ว ลิเวอร์พูล ล่ะ?
พวกเขาเล่นใน แอนฟิลด์ ถ้าชนะคือการันตีตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก
แต่สุดท้ายเกมกลับออกมาเฉื่อย ช้า และไร้ความรู้สึก
สถิติมันฟ้องทุกอย่าง ลิเวอร์พูล ยิง 8 ครั้ง เชลซี ยิง 6 ครั้ง ยิงเข้ากรอบทีมละ 3 ครั้ง ค่า xG อยู่ที่ 0.51 ต่อ 0.47
ผลเสมอคือผลลัพธ์ที่ยุติธรรมที่สุดแล้ว
ลิเวอร์พูล มีปัญหาตัวเจ็บจริง อูโก้ เอกิติเก้ ปิดฤดูกาลไปแล้ว โม ซาลาห์ ไม่สมบูรณ์ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ป่วย
แน่นอนมันส่งผลต่อคุณภาพตรงพื้นที่สุดท้าย แต่ข้ออ้างพวกนี้ใช้ไม่ได้กับรูปแบบฟุตบอลที่เราเห็นมาตลอดทั้งฤดูกาล
ปัญหาหนักที่สุดคือความเฉื่อย ลิเวอร์พูล เริ่มเกมได้โอเคในช่วง 10 นาทีแรก
หลังจากนั้นทีมถอยลงไปเล่น mid-block แบบไม่มีความดุดัน
ไม่มีการเพรสสูง ไม่มีแรงกดดันใส่บอล ไม่มีความเข้มข้น
การปล่อยให้ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, โคล พาลเมอร์ และ เชาเปโดร มีเวลาเล่นบอลหน้ากรอบเขตโทษ มันคือการเชื้อเชิญให้คู่แข่งเล่นตามเกมของตัวเอง
ตอน อาร์เน่อ เข้ามาคุมทีมใหม่ ๆ การลดความบ้าคลั่งของยุคคล็อปป์ลงถือว่าได้ผล
ทีมเสียบอลน้อยลง คุมเกมได้มากขึ้น แต่ตอนนี้มันเลยจุดสมดุลไปแล้ว
จากความนิ่ง มันกลายเป็นความเฉื่อย
จากความคุมเกม มันกลายเป็นการปล่อยเกมไหลผ่านไปเรื่อย ๆ
ฟุตบอลแบบนี้ไม่มีทางลุ้นความสำเร็จระยะยาวได้
สิ่งที่สะท้อนบรรยากาศในสนามดีที่สุดไม่ใช่โพสต์ในโซเชียลเลย แต่คือเสียงโห่ในแอนฟิลด์
เสียงโห่หลังจบเกมดังมาก ส่วนเรื่องการเปลี่ยนตัว ริโอ เอ็นกูโมฮา ออกนั้น ถ้าได้ฟังบทสัมภาษณ์ของ อาร์เน่อ ก็พอจะเข้าใจได้
ปัญหาคือ ลิเวอร์พูล มีผู้เล่นที่เล่นด้วยความเข้มข้นน้อยเกินไป แค่ ไรอัน กราเฟนแบร์ก คนเดียวยังไม่พอ
เอาจริง ๆ ความไม่ควรโยนทุกอย่างใส่ อาร์เน่อ คนเดียว บอร์ดบริหารก็ต้องรับผิดชอบ
ทีมชุดนี้มีช่องโหว่หลายจุด แดนกลางไม่สมดุล แนวรุกขาดความหลากหลาย
ตัวเลือกสำรองคุณภาพตกลงจากชุดแชมป์ชัดเจน
ต่อให้เป็น เจอร์เกน คล็อปป์ คุมทีมนี้ เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของโค้ชคือการหาทางแก้ และสิ่งที่เราเห็นจาก อาร์เน่อ ตลอดฤดูกาลคือคำอธิบายมากกว่าทางออก
เขาพูดถึงปัญหาได้ละเอียด พูดถึงข้อจำกัดได้ครบ แต่ฟุตบอลในสนามยังเหมือนเดิม
นี่คือจุดที่ FSG ต้องคิดหนัก เพราะสถานการณ์มันเริ่มคล้ายกรณีของ เอริก เทน ฮาก กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ถ้าคุณเชื่อว่าโค้ชยังใช่ คุณต้องหนุนหลังเต็มที่ แต่ถ้าคุณเริ่มไม่แน่ใจ การยืดเวลาออกไปอาจทำให้เสียหายหนักกว่าเดิม
ถ้า ลิเวอร์พูล ให้งบเสริมทีมมหาศาลในซัมเมอร์นี้ แล้วอีกไม่กี่เดือนต่อมาต้องปลด อาร์เน่อ
สโมสรก็จะเสียเวลาอีกหนึ่งปี เสียเงิน เสียโมเมนตัม และอาจเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม
แฟนบอล ลิเวอร์พูล ยอมรับฤดูกาลเปลี่ยนผ่านได้ เพียงแต่พวกเขาจะไม่ยอมรับฟุตบอลที่ไร้ชีวิต
และตอนนี้ แอนฟิลด์ กำลังส่งสัญญาณชัดขึ้นทุกสัปดาห์
คำถามสำคัญไม่ใช่ อาร์เน่อ เคยพาทีมได้แชมป์หรือไม่
คำถามคือ FSG ยังเชื่อจริงหรือเปล่าว่าเขาคือคนที่จะพา ลิเวอร์พูล กลับไปลุ้นทุกแชมป์ได้อีกครั้ง
เพราะถ้าวันนี้แม้แต่แฟนบอลในสนามยังเริ่มไม่เชื่อ
มันอาจถึงเวลาที่สโมสรต้องกล้าตัดสินใจในสิ่งที่ยากที่สุดแล้ว
#hossalonso