เจาะลึกเส้นทางชีวิต เฟร์นานโด ตอร์เรส กับเบื้องหลังการย้ายทีมประวัติศาสตร์ 50 ล้านปอนด์ และความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ความสำเร็จแชมป์ UCL ในชุดสิงห์บลูส์ที่คุณอาจไม่เคยรู้
ในโลกฟุตบอล บางครั้งความสำเร็จกับความสุขก็เดินสวนทางกันอย่างน่าประหลาด
สำหรับ เฟร์นานโด ตอร์เรส วันที่เขาประสบความสำเร็จสูงสุดในฐานะนักเตะอาชีพด้วยการชูถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กลับเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เขาต้องเผชิญหน้ากับคำวิจารณ์ที่รุนแรงที่สุดในชีวิต
และที่เจ็บปวดกว่านั้น คือการต้องลงสนามเพื่อเอาชนะ "ร่างจำลอง" ของตัวเองในอดีต
ติดตามเรื่องนี้พร้อมกับ SIAMSPORT
วันที่แอนฟิลด์มี “พระเจ้า”
ย้อนกลับไปในปี 2007 ตอร์เรส ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มายัง ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวสถิติสโมสร
ในชุดสีแดงเพลิง ตอร์เรส ไม่ได้แค่ยิงประตู แต่เขาสร้างปรากฏการณ์ เขาเป็นนักเตะลิเวอร์พูล คนแรกที่ยิงเกิน 20 ประตูในฤดูกาลเดียวต่อจาก ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และกลายเป็นนักเตะที่ยิงครบ 50 ประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
ตอร์เรส ในตอนนั้นอธิบายความรู้สึกตัวเองว่า “ผมรู้สึกเหมือนตัวเองบินได้ ผมทำได้ทุกอย่างที่อยากทำบนผืนหญ้า”
ถ้าถามว่าเก่งขนาดไหน เขาเก่งขนาดที่ว่าคนที่เล่น FO3 เกือบทุกคนอยากจะได้ ตอร์เรส 08 แดง มาครอบครองในทีมของตัวเอง
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ถูกเปรียบเปรยว่า "เกิดมาเพื่อกันและกัน"
แต่ในขณะที่หัวใจของแฟนบอลพองโต สโมสรที่เขารักกลับเริ่มผุพังจากภายใน...
คำโกหก และรอยร้าวที่ยากจะประสาน
เบื้องหลังภาพลักษณ์ที่สวยงาม ตอร์เรส เปิดเผยว่าเขารู้สึกเหมือนถูกเจ้าของสโมสร (ในขณะนั้นคือ ทอม ฮิกส์ และจอร์จ จิลเล็ตต์) “โกหก” เกี่ยวกับทิศทางของทีม
ลิเวอร์พูล ในเวลานั้นเริ่มขายนักเตะคนสำคัญอย่าง ชาบี อลอนโซ่ และ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ออกไปโดยไม่มีการลงทุนทดแทนที่เหมาะสม
เมื่อ เชลซี ยื่นข้อเสนอ 50 ล้านปอนด์เข้ามาในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะมกราคม 2011 มันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเงิน แต่เป็นเรื่องของ "เวลา" ที่เหลือน้อยลงในการคว้าความสำเร็จ
ตอร์เรส ยอมรับว่าการต้องเดินไปบอก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ว่าเขาจะย้ายทีม คือหนึ่งใน “ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพ” และมันได้ทำลายจิตใจของกัปตันทีมหงส์แดงอย่างแสนสาหัส
50 ล้านปอนด์ที่กลายเป็นโซ่ตรวน
เมื่อย้ายมาสวมชุดสีน้ำเงินของ เชลซี ... ตอร์เรส กลายเป็นเจ้าของสถิตินักเตะที่แพงที่สุดในอังกฤษและอันดับ 6 ของโลกในเวลานั้น
แต่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายทางสถิติ ข้อมูลจาก Opta ชี้ชัดว่า "ประสิทธิภาพ" ของเขาลดลงอย่างน่าใจหาย
อัตราการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตู จากที่เคยทำได้สูงถึง 26.8% กับลิเวอร์พูล ลดลงเหลือเพียง 13.5% กับ เชลซี และความถี่ในการยิง เวลาเฉลี่ยต่อการยิงหนึ่งครั้งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวบ่งบอกถึงความลังเลและความมั่นใจที่หายไป
เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตเพื่อนร่วมทีมถึงกับให้ทัศนะว่า ลิเวอร์พูล “หลอกขาย” ตอร์เรสให้ เชลซี เพราะในช่วง 12 เดือนสุดท้ายก่อนย้ายทีม
เขาเป็นเพียงแค่ "เงา" ของตัวเองไปแล้วจากอาการบาดเจ็บและสภาพจิตใจ
ความล้มเหลวที่ประเมินค่าไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หากเรามองข้ามสถิติการยิงประตู ตอร์เรส กลับเป็น "ดีลที่คุ้มค่า" ในเชิงเศรษฐศาสตร์และประวัติศาสตร์
ยอดขายเสื้อของ ตอร์เรส เพียงอย่างเดียวแทบจะครอบคลุมค่าตัว 50 ล้านปอนด์ที่เชลซี จ่ายไป
และที่สำคัญที่สุด เขาคือผู้ยิงประตูตอกฝาโลง บาร์เซโลน่า ในรอบรองชนะเลิศ UCL ปี 2012 นำพาสิงห์บลูส์ไปสู่แชมป์ยุโรปสมัยแรก
ท้ายที่สุดแล้ว ตอร์เรส อาจไม่ใช่กองหน้าที่ยิงประตูถล่มทลายในชุดสีน้ำเงิน แต่เขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ฟุตบอลมีอะไรมากกว่าแค่ถ้วยรางวัล”
การกลับมาได้รับเสียงปรบมือจากแฟนบอลที่แอนฟิลด์ในเกมการกุศลปี 2015 คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา เพราะมันหมายถึงการได้รับการให้อภัยและการได้ "สันติสุข" ในใจกลับคืนมา
ตัน กวาร์ดิโอล่า