ทำไมแพ้แล้วชอบอ้าง 7-0? เจาะลึกจิตวิทยาแฟนลิเวอร์พูลกับกลไกเอาตัวรอดของอีโก้

ทำไมแพ้แล้วชอบอ้าง 7-0? เจาะลึกจิตวิทยาแฟนลิเวอร์พูลกับกลไกเอาตัวรอดของอีโก้
ทำไมแฟนลิเวอร์พูลต้องงัดสกอร์ 7-0 มาโต้กลับหลังแพ้แมนยู 2-3? ถอดรหัสผ่านทฤษฎีจิตวิทยา Social Identity และกลไก Copium ที่ใช้รักษาใจในวันที่พ่ายแพ้

อย่างที่เราทุกคนรู้กันดีว่า ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด แต่มันมักจะมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่จับต้องได้จริง 

สำหรับแฟนบอล "หงส์แดง" ในฤดูกาลที่ผลงานลุ่ม ๆ ดอน ๆ หรือในวันที่ทีมพ่ายแพ้ แมนยู 2-3 เมื่อคืนที่ผ่านมา 

สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นภาพจำในโลกโซเชียลคือการงัดสกอร์ประวัติศาสตร์ "7-0" ที่เคยถล่ม แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นมาโต้ตอบคู่อริทันควัน

พฤติกรรมนี้ถูกมองว่าเป็น "ยันต์กันด่า" หรือการกวนประสาท แต่หากเราลอกเปลือกนอกที่เป็นเรื่องของสีสันลูกหนังออก แล้วมองผ่านกลไกของจิตวิทยา เราจะพบว่านี่คือกลไกการเอาตัวรอดของ "อีโก้" ที่น่าสนใจยิ่ง

ร่วมหาคำตอบของเรื่องนี้ว่า ทำไมแฟนบอลลิเวอร์พูล เวลาแพ้ แมนยู ชอบเอาสกอรn 7-0 ขึ้นมาอ้าง? พร้อมกันได้ที่นี่ครบจบที่เดียว

เมื่อ "ทีม" คือ "ตัวตน"

ทำไมเราถึงต้องเดือดร้อนขนาดนั้นเวลาทีมแพ้? คำตอบอยู่ในทฤษฎี Social Identity Theory หรืออัตลักษณ์ทางสังคม 

นักจิตวิทยาอธิบายว่า แฟนบอลระดับ "พันธุ์แท้" ไม่ได้มองสโมสรเป็นเพียงทีมกีฬา แต่พวกเขาสวมทับอัตลักษณ์ของทีมเข้ากับตัวตนของตัวเอง

เมื่อ ลิเวอร์พูล ชนะ แฟนบอลจะรู้สึกถึงความสำเร็จเสมือนเป็นผลงานของตัวเอง ซึ่งเรียกว่า BIRGing (Basking in Reflected Glory) หรือการ "อาบแสงแห่งความรุ่งโรจน์" 

แต่ในทางกลับกัน เมื่อทีมพ่ายแพ้ อัตลักษณ์ของพวกเขาจะถูกคุกคาม การขุดสกอร์ 7-0 ขึ้นมาจึงไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่มันคือความพยายามกู้คืน "ความภูมิใจในตนเอง" ที่กำลังดิ่งลงเหว

เกราะป้องกันอีโก้ และท่าไม้ตาย "7-0"

เมื่อความพ่ายแพ้สร้างความเจ็บปวด สมองจะสั่งการให้ใช้ Ego Defense Mechanisms หรือกลไกการป้องกันทางจิตเพื่อลดความวิตกกังวล ซึ่งสกอร์ 7-0 ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในหลายรูปแบบ

หนึ่งคือ Rationalization (การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง) แฟนบอลมักใช้เหตุผลมากลบเกลื่อนความอับอายในปัจจุบัน 

เช่น "ถึงวันนี้จะแพ้ แต่เราก็คือเจ้าของสถิติถล่มขาดลอยที่สุดในแดงเดือดนะ" เป็นการสร้างชุดตรรกะมาปกป้องอีโก้ไม่ให้แตกสลาย

ต่อมา Displacement (การระบายอารมณ์ไปยังเป้าหมายอื่น) แทนที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ตรงหน้า แฟนบอลเลือกที่จะเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการโจมตีจุดอ่อนที่รุนแรงที่สุดของคู่อริ เพื่อย้ายความรู้สึก "ผู้ถูกกระทำ" ให้กลายเป็น "ผู้คุมเกม" อีกครั้ง

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด Regression (การถอยกลับ) ในวันที่ความจริงโหดร้าย จิตใจจะถอยกลับไปสู่สภาวะที่เคยรู้สึกปลอดภัยและเหนือกว่า สกอร์ 7-0 คือ "พื้นที่ปลอดภัย" (Safe Zone) ที่ดีที่สุด เพราะมันคือความจริงเชิงประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้

"ยาทิพย์" ในวันที่ขาดอากาศหายใจ

ในวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน มีศัพท์คำหนึ่งที่อธิบายพฤติกรรมนี้ได้เห็นภาพที่สุดคือ "Copium" คำนี้เกิดจากการผสมระหว่าง "Cope" (การรับมือ) และ "Opium" (ฝิ่น)

มันคือยาทิพย์ทางจิตใจที่แฟนบอล "สูดดม" เข้าไปเพื่อสร้างความหวังหรือการปฏิเสธความจริงอย่างสุดโต่ง 

เมื่อความจริงคือทีมรักเพิ่งแพ้มาหมาด ๆ การได้สูดดม "7-0 Copium" เข้าไปจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ทำให้พวกเขายังสามารถเชิดหน้าชูตาในโลกคอมเมนต์ได้โดยไม่รู้สึกว่าพ่ายแพ้จนเกินไป

อ่านมาถึงตรงนี้สรุปคือการที่ แฟนลิเวอร์พูล ชอบเอาสกอร์ 7-0 กลับมาพูดถึงยามทีมแพ้ จึงไม่ใช่เรื่องของความหลงงมงายเพียงอย่างเดียว 

แต่มันคือสัญชาตญาณทางจิตวิทยาที่ซับซ้อนเพื่อรักษาความสมดุลของจิตใจ มันคือเครื่องยืนยันว่าความผูกพันระหว่างแฟนบอลกับสโมสรนั้นแน่นแฟ้นจนยากจะแยกออก

ที่สุดแล้ว ฟุตบอลก็คือภาพสะท้อนของชีวิต มีวันที่เราเป็น "ผู้ชนะ" ที่ได้อาบแสงแห่งเกียรติยศ และมีวันที่เราเป็น "ผู้แพ้" ที่ต้องอาศัยความทรงจำอันหอมหวานมาเป็นเครื่องประดับใจ

และถ้า "ยันต์ 7-0" จะช่วยให้ใครบางคนผ่านคืนที่โหดร้ายไปได้ มันก็อาจจะเป็น "Masterclass" ในเชิงจิตวิทยาที่คุ้มค่าแล้วไม่ใช่หรือ?



ที่มาของภาพ : reutersconnect
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport