แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วางแผนดึง ออเรเลียง ชูอาเมนี่ เสริมทัพแทน กาเซมีโร่ ชูจุดเด่นเกมรับ-จ่ายบอลแม่น ตอบโจทย์ระบบ ไมเคิ่ล คาร์ริค
ตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา กาเซมีโร่ ถือเป็นกำลังสำคัญในแดนกลาง เขานำทั้งประสบการณ์ ความเป็นผู้นำ และทัศนคติแบบผู้ชนะมาจากเรอัล มาดริด และช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เวลาของ ดาวเตะจอมเก๋าชาวบราซิเลียน กับสโมสรกำลังจะสิ้นสุดลง เนื่องจากนักเตะเตรียมอำลาทีมแบบไม่มีค่าตัวเมื่อหมดสัญญาในช่วงท้ายฤดูกาลนี้
การที่พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ใช้พละกำลังสูงมาก และตอนนี้ "ปีศาจแดง" จำเป็นต้องมีผู้เล่นที่อายุน้อยกว่าเข้ามารับบทบาทนี้ คนที่สามารถรับมือกับการแข่งขันระดับสูงได้ทุกสัปดาห์ และรักษาความแข็งแกร่งของแดนกลางในระยะยาว
แล้วทำไม ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ถึงเหมาะสมที่สุดที่จะเข้ามาเป็นทายาทอสูรของ กาเซมีโร่ งานนี้ต้องไปพิจารณากัน!!
- เรอัล มาดริด เซ็นสัญญา ชูอาเมนี่ ในปี 2022 เพื่อแทนที่ กาเซมีโร่
เรื่องราวของนักเตะสองคนนี้เชื่อมโยงกันจริงๆ โดยในช่วงซัมเมอร์ปี 2022 เรอัล มาดริด ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการขาย กาเซมีโร่ ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,520 ล้านบาท)
กาเซมีโร่ เป็นส่วนหนึ่งของแผงมิดฟิลด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ ร่วมกับ ลูก้า โมดริช และ โทนี่ โครส โดยระหว่างปี 2015-2022 พวกเขาคว้าแชมป์ร่วมกันมากถึง 14 รายการ หนึ่งในนั้นคือการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกันในปี 2016, 2017 และ 2018
เหตุผลที่ "ราชันชุดขาว" ตัดสินใจขายเขา เป็นเพราะพวกเขาได้วางตัวผู้สืบทอดเอาไว้แล้ว โดยทุ่มเงิน 80 ล้านยูโร (ราว 3,120 ล้านบาท) คว้าตัว ออเรเลียง ชูอาเมนี่ มาจากโมนาโก ที่สำคัญ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร รู้ว่าช่วงพีคด้านร่างกายของ กาเซมีโร่ จะไม่คงอยู่ตลอดไป มาดริดจึงเลือกขายเขาในช่วงที่ยังมีมูลค่าสูง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประโยชน์ในระยะสั้น เพราะ กาเซมีโร่ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกของเขากับ "ผีแดง" โดยช่วยทีมเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยถึง 2 รายการที่เวมบลีย์ ในศึกคาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ เขาทำประตูขึ้นนำช่วยให้ทีมชนะนิวคาสเซิ่ล 2-0 ซึ่งเป็นแชมป์แรกของสโมสรในรอบ 6 ปี
นอกจากนี้ เขายังลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ต้นสังกัดจะแพ้ 1-2 แต่ กาเซมีโร่ ก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่พาทีมมาถึงจุดนั้น และยังช่วยพาทีมจบอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย
- ทำไม แมนฯ ยูฯ จะได้ประโยชน์หากดีลนี้เกิดขึ้น
เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมการย้ายทีมครั้งนี้จึงสมเหตุสมผล จำเป็นต้องดูที่ตัวเลข สถิติเพื่อเป็นการเปรียบเทียบผลงานของทั้งสองคนในลีกฤดูกาล 2025/26
กาเซมีโร่ และ ชูอาเมนี่ มีสถิติที่ใกล้เคียงกันในหลายด้านสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเซ็นสัญญา ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ เข้ามาจะไม่ใช่ความผิดพลาดสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม กาเซมีโร่ ยังคงมอบสิ่งสำคัญให้กับทีมได้มาก โดยเฉพาะการทำประตู เขายิงไปแล้ว 9 ประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับกองกลางตัวรับ เขาอันตรายในจังหวะลูกตั้งเตะ และมักเติมเกมขึ้นไปทำประตูในกรอบเขตโทษได้ดี
ในขณะที่ ชูอาเมนี่ ยิงได้เพียง 1 ประตู แต่บทบาทของเขาจะเน้นไปที่ความสมดุลในเกมรับมากกว่า เขามักยืนต่ำ คอยปกป้องเซ็นเตอร์แบ็ก และช่วยควบคุมพื้นที่หน้ากองหลัง
สำหรับเรื่องการผ่านบอล ชูอาเมนี่ เหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยมีความแม่นยำในการจ่ายบอลอยู่ที่ 91.4% เทียบกับ 81.0% ของ กาเซมีโร่ ซึ่งสะท้อนว่าเขามีความน่าเชื่อถือในการครองบอลมากกว่า และช่วยให้ทีมควบคุมเกมได้ดีขึ้น
ด้านเกมรับ ตัวเลขก็ยังใกล้เคียงกัน กาเซมีโร่ มีจำนวนการแท็กเกิ้ลมากกว่า (84 ครั้ง เทียบกับ 59 ครั้ง) ขณะที่ ชูอาเมนี่ มีจำนวนการตัดบอลมากกว่า (36 ครั้ง เทียบกับ 28 ครั้ง) ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการอ่านเกมและหยุดเกมรุกของคู่แข่งได้ตั้งแต่ต้นทาง
นอกจากนี้ ชูอาเมนี่ ยังทำฟาวล์น้อยกว่า (26 ครั้ง เทียบกับ 44 ครั้ง) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะหมายถึงการลดโอกาสให้คู่แข่งได้ลูกฟรีคิกในพื้นที่อันตราย รวมถึงลดความเสี่ยงในการโดนใบเหลืองหรือแม้แต่ใบแดงที่อาจส่งผลเสียต่อทีม
เมื่อพิจารณาภาพรวม ทั้งสองคนต่างมีจุดเด่นในตำแหน่งเดียวกัน กาเซมีโร่ มอบประสบการณ์และการทำประตู ขณะที่ ชูอาเมนี่ โดดเด่นในเรื่องการผ่านบอล ตำแหน่งการยืน และความสมดุลของทีม
ระดับผลงานโดยรวมของทั้งคู่ถือว่าใกล้เคียงกัน ดังนั้นการดึง ชูอาเมนี่ มาสู่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จึงถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด
- ระบบของคาร์ริค เหมาะกับ ชูอาเมนี่
สำหรับแท็กติกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในช่วงหลัง โดยปัจจุบัน ไมเคิ่ล คาร์ริค รับหน้าที่กุนซือช่วยคราว และเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมในเดือนมกราคม
ก่อนหน้านั้น "ปีศาจแดง" น่าจะอยู่ในอันดับ 7 ของตารางคะแนน แต่ตอนนี้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีกแล้ว ส่งผลให้ทีมมีโอกาสสูงในการคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากผลงานดังกล่าว ทำให้ "ท่านปลัค" เข้าใกล้การได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมถาวรมากขึ้น เขาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทั้งนักเตะ แฟนบอล และบอร์ดบริหารของสโมสร
ภายใต้การคุมทีมของคาร์ริค สโมสรมีระเบียบและสมดุลมากขึ้น พวกเขาควบคุมเกมได้ดีขึ้น และมีความนิ่งมากกว่าหลายฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ระบบนี้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ เขาจำเป็นต้องมีมิดฟิลด์ในสไตล์เฉพาะเจาะจง นักเตะที่มีความนิ่ง ฉลาด และเล่นกับบอลได้อย่างมั่นใจ
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ ชูอาเมนี่ ถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยนักเตะมีความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ และชนะการโหม่งได้จำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบในลีกอย่างพรีเมียร์ลีก ที่หลายทีมยังคงใช้บอลยาวและกองหน้าที่เน้นใช้พละกำลัง
นอกจากนี้ คาร์ริค ยังต้องการให้ทีมขึ้นเกมผ่านแดนกลางอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว ชูอาเมนี่ เป็นนักเตะที่เล่นอย่างมีแบบแผน เขาเน้นการจ่ายบอลที่เรียบง่ายแต่แม่นยำ และมีความสามารถในการพาบอลหนีการเพรสซิ่งของคู่แข่งได้ดี สิ่งนี้ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมรับบอลในตำแหน่งที่ได้เปรียบมากขึ้น และทำให้ทีมโดยรวมมีความสมดุลและเสถียรมากขึ้น
- ค็อบบี้ เมนู จะได้ประโยชน์จากการเซ็นสัญญา ชูอาเมนี่
เหตุผลหลักที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรคว้าตัว ชูอาเมนี่ ก็คือ ค็อบบี้ เมนู ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ แมนฯ ยูฯ เขามีความนิ่งในการครองบอล เลี้ยงบอลได้ดี และสามารถพาบอลขึ้นหน้าได้แม้จะอยู่ภายใต้ความกดดัน
สำหรับตอนนี้ เมนู ต้องรับภาระเกมรับมากเกินไป เขามักต้องคอยปิดพื้นที่และช่วย กาเซมีโร่ ในเกมรับ แทนที่จะได้โฟกัสกับการสร้างสรรค์เกมรุกอย่างเต็มที่ ซึ่งส่งผลให้พัฒนาการในเกมบุกของเขาช้าลง
หากมี ชูอาเมนี่ เข้ามา สมดุลของทีมจะเปลี่ยนไป เขาจะยืนต่ำหน้ากองหลังในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับ (หมายเลข 6) อย่างแท้จริง ทำให้ เมนู มีอิสระในการเติมเกมรุกมากขึ้น ทั้งคู่ยังสามารถประสานงานกันได้ดีในเกมครองบอล เนื่องจากต่างก็เล่นกับบอลได้อย่างมั่นใจ ทำให้คู่แข่งไม่สามารถประกบหรือเพรสซิ่งได้
หากทีมคู่แข่งเน้นหยุดเมนู งานนี้ ชูอาเมนี่ ก็สามารถควบคุมเกมและจ่ายบอลไปยังแนวรุกได้ แต่ถ้าคู่แข่งเพรสซิ่งใส่ชูอาเมนี่ นั่นจะทำให้ เมนู มีพื้นที่ในการพาบอลทะลุขึ้นหน้า
ในแง่อายุ ก็ถือว่าเหมาะสมอย่างมาก ชูอาเมนี่ อายุ 26 ปี ส่วน เมนู อายุ 21 ปี ซึ่งสามารถเป็นคู่มิดฟิลด์ระยะยาวของทีมได้อีกหลายปี
เมื่อรวมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะกลายเป็นแผงมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่งมาก โดยมีพละกำลังจาก ชูอาเมนี่ คุณภาพด้านเทคนิคจาก เมนู และความคิดสร้างสรรค์จากกัปตันบรูโน่ นี่คือความสมดุลที่สมบูรณ์แบบสำหรับทีมระดับลุ้นความสำเร็จได้เลย
- ชูอาเมนี่ คือการเสริมทัพแดนกลางที่สมบูรณ์แบบสำหรับแมนยู
ชูอาเมนี่ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วในระดับสูงมาแล้ว โดยเขาผ่านเกมใหญ่ทั้งในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกกับทีมชาติฝรั่งเศส สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเขาคุ้นเคยกับความกดดันและความคาดหวังสูง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสโมสรอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด
เขายังอยู่ในช่วงอายุที่เหมาะสม ไม่เด็กเกินไป และยังอยู่ในจุดพีคทั้งด้านร่างกายและเทคนิค นั่นหมายความว่ายังสามารถพัฒนาได้อีก ในขณะที่ก็สามารถรักษามาตรฐานการเล่นในระดับสูงได้ทันที สำหรับสโมสรที่กำลังสร้างทีมในระยะยาว นี่คือนักเตะในแบบที่ต้องการอย่างแท้จริง
จังหวะเวลาของดีลนี้ก็เหมาะสมเช่นกัน ภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค ที่มีระบบมากขึ้น ทีมดูมีความนิ่งและควบคุมเกมได้ดีกว่าหลายฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากต้องการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และไปให้ไกลใน แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาจำเป็นต้องมีแกนกลางที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้
ชูอาเมนี่ สามารถเป็นแกนหลักนั้นได้ เขาแข็งแกร่งในเกมรับ เล่นกับบอลได้อย่างนิ่ง และอ่านเกมได้ดี นอกจากนี้ช่วยปกป้องแนวรับ และยังทำให้การครองบอลของทีมไหลลื่นอย่างเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ
ที่สำคัญแนวรับก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน เพราะ ชูอาเมนี่ อ่านเกมอันตรายได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และตัดเกมรุกก่อนที่จะกลายเป็นปัญหา ซึ่งช่วยลดภาระของเซ็นเตอร์แบ็ก และทำให้ทีมโดยรวมมีความมั่นคงมากขึ้น
ที่สำคัญที่สุด การเซ็นสัญญาครั้งนี้จะมอบสิ่งที่ คาร์ริค ต้องการอย่างแท้จริงในการสร้างระบบทีม นั่นก็คือการมีมิดฟิลด์ที่ฉลาด แข็งแกร่ง และไว้ใจได้ ซึ่งสามารถควบคุมเกมจากแดนลึกได้