อากัปกิริยาของแฟนบอลอาร์เซน่อลในสนามเมื่อคืนนี้บอกทุกอย่าง..
วิตก กังวล เครียด กลัวว่าต้องเจอกับความผิดหวังอีกครั้ง
วินาทีที่ แซม บาร์ร็อตต์ ผู้ตัดสินในสนามเป่านกหวีดหมดเวลา กูนเนอร์สทุกชีวิตคงรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก
หลังหกล้มแต้มไม่ขยับมา 2 นัดจนเสียตำแหน่งจ่าฝูงให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาร์เซน่อลกลับมาได้ 3 คะแนนที่ต้องการในที่สุด
ไม่ใช่แค่ 3 คะแนนที่ต้องการเพียงอย่างเดียว แต่มันคือ 3 คะแนนที่ต้องการอย่างยิ่งยวด
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดเองก็เตรียมความพร้อมมาดี พวกเขาไม่ได้มาเพื่อมอบแต้มให้ทีมปืนใหญ่สบาย ๆ หัวจิตหัวใจดี แข็งกร้าวและไม่ยอมเลยในจังหวะ 50-50
กระทั่งเสียประตูไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 9 ก็ยังตั้งหลักกันได้ ไม่ถูกไล่ถลุงจนหมดสภาพอย่างที่หลาย ๆ คนคิด
2 เกมที่ผ่านไปของคู่แข่งแย่งแชมป์ทำให้เราเห็นว่า การเอาชนะคู่ต่อสู้ที่อ่อนกว่าอย่างถล่มทลายชนิดยิง 5-6 ลูกไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ อย่างที่เราคิด
ยิ่งช่วงท้ายฤดูกาลที่ทุกแต้มมีความหมาย ทุกประตูมีความหมาย ทุกความเสี่ยงมีความหมาย เราได้เห็นว่าความเครียดที่เกิดขึ้นทำให้อะไร ๆ ไม่เป็นไปตามปกติ
จากที่เคยนิ่งก็อาจรีบร้อน จากที่เคยแน่นอนก็อาจผิดพลาด
เกมเมื่อวันพุธ แมนซิตี้ ขึ้นนำ เบิร์นลี่ย์ ตั้งแต่นาทีที่ 5
เกมเมื่อคืนนี้ อาร์เซน่อล ออกนำ นิวคาสเซิ่ล ตั้งแต่นาทีที่ 9
สิ่งที่ตามมาในความคิดเราก็คือ การปูพรมพับสนามบุกเพื่อทำประตูเพิ่ม เราน่าจะได้เห็นประตูที่ 2-3-4-5 ตามมาแน่
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับเป็นอย่างที่เห็น สุดท้ายไม่ยิงทิ้งขว้างกันไปเองก็เกร็งในจังหวะสุดท้ายจนชวดโอกาสไป
สกอร์จบที่ 1-0 ทั้งสองทีม
ถามว่าน่าเสียดายไหมก็คงพูดไม่ได้เต็มปากนัก เพราะสถานการณ์นี้ชัยชนะสำคัญกว่า แต่การที่มีแต้มเท่ากันและผลต่างประตูได้เสียเท่ากัน บางทีแค่ชนะอาจไม่พอในบั้นปลายก็ได้
ตรงนั้นเรายังไม่รู้ว่า "ครึ่งแต้ม" ของผลต่างประตูได้เสียจะมีผลไหม เพราะมีไม่บ่อยหรอกที่ฟุตบอลลีก 38 นัดจะตัดสินด้วยฎีกาอย่างผลต่างประตูได้เสียหรือเลยไปถึงประตูได้
เกมที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จบลงด้วยชัยชนะของอาร์เซน่อลตามคาด แม้จะลุ้นระทึกหัวใจแทบวายอยู่สักหน่อย แต่มันก็ผ่านไปได้
สิ่งที่ต้องตามกันต่อคืออาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ทซ์ กับ เอเบเรชี่ เอเซ่ ที่ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมนี้ทั้งคู่ รวมทั้งโปรแกรมเตะที่จะชุกกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงนี้
การเข้าชิงเอฟเอ คัพปีที่ 4 ติดต่อกันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ทั้งอาร์เซน่อลและแมนฯ ซิตี้ ต้องเจอโปรแกรมแทรก 2 เกมก่อนจบฤดูกาลเหมือนกัน เพียงแต่น่าจะแตกต่างกันเรื่องช่วงเวลา
อาร์เซน่อลจะชุกช่วงนี้ แมนซิตี้จะชุกช่วงปลายฤดูกาล
ทีมปืนใหญ่มีรอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 นัดกับ แอตเลติโก มาดริด รออยู่ในช่วงกลางสัปดาห์นี้และกลางสัปดาห์หน้า
พุธที่ 29 เม.ย. ไปเยือนทีมตราหมี ก่อนจะกลับมาเล่นในบ้านนัดชิงดำอังคารที่ 5 พ.ค.
ส่วนแมนซิตี้ มีโปรแกรมที่ต้องจัดการแน่ ๆ คือนัดเยือนบอร์นมัธกับเกมที่เล่นในบ้านพบ คริสตัล พาเลซ
เป็นโปรแกรมที่ต้องขยับเพราะการเข้าชิงฟุตบอลถ้วยในประเทศทั้ง 2 รายการของซิตี้
กลางสัปดาห์นี้ พุธที่ 29 เม.ย. ไม่แน่ว่าจะทัน แต่ก็ยังเป็นไปได้ถ้ามีการประกาศในวันนี้
พุธที่ 6 พ.ค. ไม่น่าจะลงได้เพราะทีมเรือใบสีฟ้าต้องไปเยือน เอฟเวอร์ตัน เกมมันเดย์ไนท์คืนวันจันทร์ที่ 4 พ.ค.
จะขยับเป็น พฤหัสฯ ที่ 7 พ.ค. ก็ไม่น่าได้อีกเพราะเสาร์ที่ 9 พ.ค. จะเปิดบ้านรับมือเบรนท์ฟอร์ด
พุธที่ 13 พ.ค. กับพุธที่ 20 พ.ค. คือความเป็นไปได้ที่สุดที่เกมเตะตกค้างทั้ง 2 นัดที่ว่าของซิตี้จะไปลง และนั่นหมายความว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และทีมของเขาต้องลงสนาม 4 เกมในรอบ 2 สัปดาห์สุดท้ายของลีก
รอดูการกำหนดวันของพรีเมียร์ลีกอีกครั้งครับ ว่าจะเป็นพุธที่ 29 เม.ย. พุธที่ 6 พ.ค. พุธที่ 13 พ.ค. พุธที่ 20 พ.ค. หรือวันอื่น
แต่จะเป็นวันไหนก็คงไม่ได้ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้ง อาร์เซน่อล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโจทย์เดียวกัน
4 เกมสุดท้ายในลีก บวกโปรแกรมแทรก 2 นัด
ใครจะเข้าป้ายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้และจะเป็นแชมป์ลักษณะใด?
ไม่พลาดเลย ต่างฝ่ายต่างพลาด หรือต้องไปวัดกันถึงผลต่างประตูได้เสีย
นักวิจารณ์หลายคนมอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสมากกว่า บริษัทรับพนันถูกกฎหมายยกให้ทีมเรือใบสีฟ้าเป็นเต็งหนึ่ง แต่ผมคิดว่ามันยังชี้ชัดได้ยากมาก
โอกาสของคู่นี้อาจใกล้เคียงกันในระดับ 50-50 ประมาณนั้นเลย หรืออาจตัดสินแชมป์ด้วยปัจจัยพิเศษอย่างอาการบาดเจ็บ
เรือใบ หรือ ปืนใหญ่.. ปืนใหญ่ หรือ เรือใบ ยังยากจริง ๆ นะครับที่จะเห็นความชัดเจนในเวลานี้
-ตังกุย-