แพ้แมนซิตี้แล้วไง! 5 เหตุผลที่ อาร์เซน่อล ยังมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

แพ้แมนซิตี้แล้วไง! 5 เหตุผลที่ อาร์เซน่อล ยังมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
"มันยังไม่จบ" นี่คือคำพูดของ เดแคลน ไรซ์ บอกกับเพื่อนร่วมทีมอาร์เซน่อล หลังจบเกมที่พวกเขาแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งนั่นเป็นคำพูดที่ถูกต้อง เพราะมันยังคงเป็นไปได้ที่ "ปืนใหญ่" จะจบฤดูกาลนี้ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก

มุมมองของ ไรซ์ สอดคล้องกับ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม ที่ยืนยันว่าการลุ้นแชมป์ครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว และยังรวมถึงสาวก "กูนเนอร์ส" ที่ยังเชื่อมั่นว่าทีมรักของพวกเขายังมีโอกาสคว้าแชมป์เพราะทีมยังคงมีแต้มนำ 3 คะแนน แม้แข่งมากกว่า "เรือใบสีฟ้า" 1 เกมก็ตาม 

แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ อาร์เซน่อล ยังมีความหวัง? นี่คือ 5 เหตุผลที่ที่รองรับว่า ทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า ยังมีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สมัยแรกในรอบ 22 ปีได้

1. โปรแกรมไม่หนักเท่าไหร่

อาร์เซน่อล มีโปรแกรมช่วงโค้งสุดท้ายที่ดูเบากว่า และ 5 นัดที่เหลือทั้งหมดเล่นในลอนดอน โดย 3 เกมเป็นแมนตช์เหย้า และทั้งหมดเจอกับทีมที่อยู่อันดับครึ่งล่างของตารางในปัจจุบันด้วย

เกมต่อไปพวกเขาต้องพบกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งแพ้มา 4 นัดติดต่อกันและฟอร์มกำลังแย่ จากนั้นพบ ฟูแล่ม ที่ชนะเพียง 1 จาก 6 นัดหลังสุด ตามด้วยเปิดบ้านรับมือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่อาจเป็นเกมที่ยาก เพราะเจ้าถิ่นกำลังหนีตกชั้น แต่เกมเหย้ากับ เบิร์นลี่ย์  น่าจะเป็นงานไม่หนัก

นัดสุดท้ายของฤดูกาล อาร์เซน่อล ต้องไปเยือน คริสตัล พาเลซ ซึ่งปกติเป็นสนามที่เล่นยาก แต่มีโอกาสสูงที่ พาเลซ อาจเลือกเก็บตัวหลักถ้าพวกเขาทะลุเข้าชิง ยูฟ่า คอนเฟอเรนตซ์ ลีก ซึ่งต้องลงสนามในอีก 3 วันหลังจากนั้น ทำให้ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์  อาจเลือกโฟกัสเกมยุโรปมากกว่าเกมลีกนัดสุดท้าย

ในขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ยังเหลือ 6 นัด โดย 4 นัดต้องเจอกับทีมครึ่งบนของตาราง การไปเยือน เอฟเวอร์ตัน และ บอร์นมัธ ถือว่าไม่ง่าย เช่นเดียวกับเกมเหย้ากับ เบรนท์ฟอร์ด  ที่กำลังลุ้นพื้นที่ยุโรป นอกจากนี้ยังต้องไปเยือน เบิร์นลี่ย์ ตามด้วยเปิดบ้านพบ พาเลซ  ก่อนจะปิดฤดูกาลด้วยการเจอ แอสตัน วิลล่า ในวันสุดท้าย 

2. นักเตะคีย์แมนกลับมาฟิตสมบูรณ์

ทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" ต้องบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยไม่มีฟูลแบ็กตัวจริงทั้งสองฝั่ง รวมถึงตัวรุกที่อันตรายที่สุดของทีม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทำให้ อาร์เตต้า แอนด์ โค. ต้องเจอกับงานหนักในการรับมือกับ "เรือใบสีฟ้า"

เยอร์เรียน ทิมเบอร์, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ และ บูกาโย่ ซาก้า คาดว่าใกล้จะกลับมาจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งทั้งสามคนจะช่วยเติมเต็มความสร้างสรรค์ และความไหลลื่นในการครองบอลที่ทีมขาดหายไป

โดยเฉพาะ ซาก้า จะกลับมาพร้อมแรงกระตุ้นอย่างมหาศาล ในฐานะหนึ่งในผู้นำของทีม เขาคงรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยที่พลาดลงสนามใน 5 นัดหลังสุด และต้องยอมรับว่าหากได้เจ้าตัวกลับมาจะทำให้ทีมอัปเกรดแนวรุกมากขึ้น เพราะนักเตะมีศักยภาพเหนือกว่า โนนี่ มาดูเอเก้ ที่ลงตัวจริงใน 4 เกมที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถสร้างอิทธิพลต่อเกมได้มากนัก

3. ปลดปล่อยศักยภาพของเอเซ่ และ โอเดอการ์ด

เกมเมื่อวันอาทิตย์เป็นเพียงครั้งที่ 4 ของฤดูกาลที่ มาร์ติน โอเดอการ์ด กับ เอเบเรชี่ เอเซ่ ได้ออกสตาร์ตตัวจริงร่วมกัน การที่ทั้งคู่ได้ลงเล่นร่วมกันน้อย ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาความฟิต โดยเฉพาะ กัปตันทีมชาวนอร์เวย์ ที่ผลงานสะดุดพอสมควร อีกส่วนหนึ่งก็เพราะ อาร์เตต้า ไม่ค่อยต้องการใช้งาน เอเซ่ ในตำแหน่งปีกซ้าย

จริงๆ แล้วเกมที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ถือเป็นครั้งแรกที่ เอเซ่ ลงเล่นฝั่งซ้ายตั้งแต่เกมแพ้ แอสตัน วิลล่า เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา  อย่างไรก็ตาม นักเตะชาวอังกฤษทำผลงานได้ดี และเมื่อเล่นร่วมกับโอเดอการ์ด ก็ช่วยเพิ่มความนิ่งและคุณภาพเชิงเทคนิคให้กับทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ อาร์เซน่อล ขาดหายไปในช่วงหลังๆ

โอเดอการ์ด และ เอซ่ เป็นสองผู้เล่นที่สร้างสรรค์เกมได้ดีที่สุดของทัพ "ปืนใหญ่" พวกเขาคือเพลย์เมกเกอร์ที่มีศักยภาพในการเจาะแนวรับคู่แข่งและขับเคลื่อนเกมรุกของทีม ยิ่งทั้งสองคนอยู่ในสนามมากเท่าไร อาร์เซน่อล ก็ยิ่งเล่นเกมรุกได้เปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งอาจมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากการลุ้นแชมป์ต้องตัดสินกันด้วยผลต่างประตูได้เสีย

บรรดาสาวก "เดอะ กูนเนอร์ส" คาดหวังว่า เอเซ่ จะได้รับโอกาสลงเล่นต่อเนื่องในตำแหน่งปีกซ้าย โดยเฉพาะเมื่อตำแหน่งนี้กลายเป็นจุดอ่อนของทีมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะทั้ง เลอันโดร ทรอสซาร์ และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ฟอร์มไม่ค่อยดีในช่วงหลังๆ โดยทั้งคู่ยิงประตูไม่ได้เลยในปี 2026 ซึ่งนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้ เอเซ่ ยึดตำแหน่งตัวจริง 

4. เปลี่ยนจากผู้ถูกล่าเป็นผู้ล่า

ประเด็นนี้เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ ได้ในเกมพรีเมียร์ลีก วันพุธที่ 22 เมษายนนี้ นั่นจะทำให้ "เรือใบสีฟ้า" ก้าวขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูง และเปลี่ยนให้ อาร์เซน่อล กลายเป็นผู้ล่าทันที  

อาร์เตต้า แอนด์ โค.  จะต้องปรับสภาพจิตใจก่อนเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในวันเสาร์นี้ หลังจากที่ตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา ทัพ "ปืนใหญ่" รั้งตำแหน่งจ่าฝูงพร้อมกับต้องกลายเป็น "ผู้ถูกไล่ล่า" แต่พอถึงสุดสัปดาห์นี้ พวกเขาอาจกลายสถานะเป็น "ผู้ไล่ล่า" แทน

การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของทีม และความกดดันของแฟนบอลในของ อาร์เซน่อล ไหม ? แน่นอนว่ามันย่อมส่งผล แต่ในขณะเดียวกันก็จะทำให้พวกเขารู้สึกฮึกเหิมที่จะไล่บดขยี้เพื่อความสำเร็จ ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ต้องเจอกับแรงกดดันในฐานะผู้ที่โดนไล่ล่าแทน  

5. ซูเปอร์คอมยังเชื่อศักยภาพของ อาร์เซน่อล

ประเด็นนี้อาจจะดูเหมือนเอาใจแฟนบอลอาร์เซน่อล แต่เมื่อนำสถิติต่างๆ มาคำนวณแล้ว จึงมีความเป็นไปได้ที่ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Opta ยังคงยกให้ยอดทีมแห่งถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เป็นเต็งแชมป์ 

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดังกล่าวจำลองสถานการณ์ช่วงที่เหลือของฤดูกาลถึง 10,000 ครั้ง และยังคงประเมินว่าทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า มีโอกาสคว้าแชมป์สูงถึง 73% แม้จะแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ตาม 

ปัจจัยสำคัญคือ อาร์เซน่อล ยังคงนำเป็นจ่าฝูงด้วยช่องว่าง 3 คะแนน แม้ลูกทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะมีเกมในมือ แต่จำเป็นต้องเก็บชัยชนะให้ได้ทั้งหมดในช่วงที่เหลือ ซึ่งไม่ใช่งานง่ายในลีกที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้

นอกจากนี้ หากทั้งสองทีมเก็บชัยชนะได้ครบทุกนัด โอกาสลุ้นแชมป์อาจต้องตัดสินกันด้วยผลต่างประตูได้เสีย โดยการจัดอันดับความแข็งแกร่ง/ศักยภาพทีมฟุตบอล (Opta Power Rankings) ยังประเมินว่าโปรแกรมที่เหลือของ "ปืนใหญ่" เบากว่า เมื่อส่วนใหญ่ต้องพบกับทีมในครึ่งล่างของตาราง



ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport