และนี่ คือ สิ่งที่เห็นจากการผ่าน สปอร์ติ้ง ลิสบอน เข้าถึงรอบตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ ลีก ปีที่สองติดต่อกัน
ข้อแรก ; หรือว่า โค้ชที่กดดันมากๆ จะแม่นยำเรื่องตัวเลขขึ้นมาเฉย
ก็จากชักรำคาญกับ การอ้างต่างๆ ของคุณ อาร์เน่อ สล็อต ที่หลังจากโดน ปารีส แซงต์-แชร์ก ยิงชนะ 4-0 จากผลรวมสองนัด นอกจากจะอ้างเรื่องค่า xG (ความน่าจะเป็นของการได้ประตู) ที่ดี แกยังบอกว่า "อนาคต ลิเวอร์พูล สดใส"
ใช่ครับ นัดสองที่แอนฟิลด์ ไม่ได้โดนสอนบอล มีช่วงเวลาที่ดีในการสู้กับเจ้าสโมสรยุโรปทีมล่าสุด โดยเฉพาะช่วงหลายนาทีต้นครึ่งหลัง รวมทั้งถ้าหาก ผู้ตัดสินไม่กลับคำตัดสินอย่างสมควร เมื่อให้จุดโทษแก่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ *มุมใครคนนี้ ไม่ใช่จุดโทษครับ และไม่ได้อยากจะอ้างว่า หงส์แดงเคยเสียจุดโทษจากอะไรที่เบาๆ แบบนี้เหมือนกัน อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไปครับ
แต่อนาคตมัน สดใส ตรงไหน ก็งงงงอยู่?
จากจังหวะเข้าทำเพียง 3 ครั้ง และไม่ตรงกรอบเลยที่ปารีส สู่การสร้างโอกาสมากขึ้นเยอะ เมื่อกลับคืนรัง ความกระหาย ความทุ่มเท ต้องชมว่ามากขึ้น หากก็ไม่ได้มีจังหวะจะแจ้ง
วันนี้ ได้ยิ้มกับข้อความจากปาก มิเกล อาร์เตต้า บ้าง "… เรามาถึงสเต๊ปที่ไม่เคยทำได้ ที่สโมสรแห่งนี้ ใน 140 ปี (มาถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือสมัยก่อน ยูโรเปี้ยน คัพ สองปีติดต่อกัน)
นั่นเป็นอะไรที่ฟังหลังเกมนะครับ ตัวเลขมาเชียว เป็นนักสถิติ นักประวัติศาสตร์ หรืองัยจ้ะ ฮ่า ฮ่า (หยอกเอินกันนะ)
ข้อสอง ; ช่วงการเข้าทำ ฝืด
ในขณะคู่ บาเยิร์น มึนเช่น - เรอัล มาดริด ผลัดกันโขยกเมามันส์ คู่ อาร์เซน่อล v สปอร์ติ้ง ลิสบอน คุณภาพเกมแย่มาก จนเห็นข้อความแซวว่า คู่นี้ ไม่ได้ต้องดูไฮไลต์ นะ ให้ดู lowlights แทน!
ท้ายครึ่งแรก ผู้มาเยือนจากดินแดนปูร์กตูกัล มีใกล้เคียงจากการยิงไปชนเสาไกล และเด้งออกหลังไป แต่โดยรวม สปอร์ติ้ง ไม่ได้พาบอลเข้ากรอบเขตโทษ หรือพยายามง้างไก มากอย่างที่ควรจะเป็น พอจบเกม เราจึงเห็นการยิงตรงกรอบแค่ฝั่งละครั้ง
ซึ่งถ้า วันอาทิตย์นี้ที่เอติฮัด อาร์เซน่อล ได้ยิงตรงกรอบแค่ครั้งเดียว คุณว่าจะรอดมั้ย ?
หน้าเป้า จะใช้ วิคเตอร์ โยเคอเรส ต่อไปดี หรือนัดใหญ่ๆ แบบนี้ เหมาะกับ ไค ฮาแวตซ์ มากกว่า นั่นเป็นสิ่งที่ กุนซือมิเกล อาร์เตต้า ต้องตัดสินใจ ..
ศูนย์หน้า 64 ล้านปอนด์ ยิงไป 22 ประตู จาก 52 นัด ให้ปืนใหญ่ และทีมชาติสวีเดน ฤดูกาลนี้ รวมทั้ง 6 ประตูในหกนัดหลังสุด หากที่เห็นทั้งสองเกมกับ ทีมเก่าสปอร์ติ้ง ลิสบอน แรงไปมั้ย ถ้าจะบอกว่า ห่วย!
แพ้บอร์นมัธ ที่ต่อบอล และเล่นเพรส ได้ดีมาก ปืนใหญ่ใช้แนวรุก โนนี่ มาดูเอเก้ -โยเคอเรส - มาร์ติเนลลี่ แล้วบทนัมเบอร์เท็น ให้ ไค ฮาแวตซ์ ผ่านมาถึงเกมเสมอแบบโนสกอร์ กับสปอร์ติ้ง เปลี่ยนแค่ เอเบเรชี่ เอเซ่ แทนกองหน้าเยอรมัน
ดูการให้คะแนนความสามารถจากสื่ออังกฤษอย่าง เดลี่ มิร์เรอร์ และ เดอะ ซัน นัดนี้ เอเซ่ ฟอร์มเข้าตาอยู่ เจอแมนฯ ซิตี้ ก็อาจจะเป็นเขาก็ได้ (ลืมบทนัมเบอร์เท็นของกัปตัน มาร์ติน โอเดอการ์ด ที่เจ็บเข่า และฟอร์มลุ่มๆ ดอนๆ ไปก่อน)
จนถึงนาทีนี้ (32 นัด เข้าไปแล้ว) มาร์ติเนลลี่ ยังยิงในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้เพียงแค่ประตูเดียว, มาดูเอเก้ แค่ 2 ประตู ส่วน ฮาแวตซ์ ยังยิงประตูในลีกไม่ได้เลย แต่อาจจะแกล้งๆ ปิดตาซะ ในเมื่อเจ็บไปนาน เพิ่งกลับมาเล่นได้ 7 นัดเอง
ถ้าเอาเรื่องตัวเลขมาประกอบในการจัดตัวเกมตัดสินแชมป์วันอาทิตย์นี้ ยังงัยคุณก็ต้องเลือก เอเซ่ ที่ยิงไป 6 ประตู กับ โยเคอเรส 12 ประตู บุรุษผู้ไร้ตัวตนจากนัดล่าสุดไว้ก่อน
ข้อต่อมา ; ตัดชื่อ บูคาโย่ ซาก้า ก่อนเลย
ได้เห็น เดแคลน ไรซ์ สวมปลอกแขนลงมาเล่นกับสปอร์ติ้ง แต่นั่นเป็นข่าวดี เมื่อเราฟังแค่ชื่อ การเล่นยังน่าสงสัยเรื่องความฟิต และก็ต้องหวังว่า จะเข้าที่เข้าทางกว่านี้ในเกมหน้า
นาทีนี้ ฝั่งเรือใบ ดูจะพร้อมทั้งกำลังทัพ - ฟอร์มการเล่น (เพิ่งบุกถล่มเชลซี 3-0, ย้อนไป ก็ถล่ม ลิเวอร์พูล 4-0 ในเอฟเอคัพ) - และได้พักเต็มๆ ตลอดวีค สำหรับเกมวัดแชมป์ *ส่วนใหญ่ต้องมองแบบนั้นไว้ก่อน!
ตัวเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ขาดหาย จอห์น สโตนส์ และ รูเบน ดิอาซ มีลุ้นกลับมาสู่ทัพสุดสัปดาห์นี้ด้วย นั่นเท่ากับ อาจจะยังขาดหายเพียงแค่ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ส่วนตัวอื่น-แดนอื่น อยู่กันครบหน้า แม้แต่ มาเตโอ โควาซิช ที่หายหน้าจนลืมลืมไปแล้ว ก็ยังพร้อมเป็นเงื่อนไขขอรับ
อาร์เซน่อล น่าเห็นใจกว่าครับ พอไม่เห็น ซาก้า เล่นกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ซึ่งเป็นการขาดหาย 4 เกมแล้ว ก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถกลับมาสู่สตาร์ตติ้ง ไลน์-อัพ ได้หรือเปล่า
ใครเล่นแทน? มาดูเอเก้ ที่วูบวาบ แบบขาดประสิทธิภาพในการจบ เจ็บเข่าจนต้องเปลี่ยนออก --- ไอ้หนู แม็กซ์ ดาวแมน เปลี่ยนแทนโนนี่ เกมกับสปอร์ติ้งได้ แต่เกมใหญ่กับ แมนฯ ซิตี้ ตัดไปเลยสำหรับการเล่นตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก
แบ๊คซ้ายอุ่นใจขึ้นเมื่อ ปิเอโร่ ฮินคาปิเอ้ กลับมาแล้ว ส่วนแบ๊คขวา ใช้ คริสเธียน มอสเกร่า ก็ดีกว่า เบน ไวท์ น่ะ
ประตูไม่เจ็บ แต่น่ากลัว!
คือเข้าใจครับว่า ดาบิด รายา เป็นตัวเด่นของทีม เซฟดี ออกบอลดี แต่ที่ตามดูเกมแพ้บอร์นมัธ และเสมอแบบไร้รสชาติกับสปอร์ติ้ง มีการจ่ายบอลสั้นผิดพลาด ที่ไม่โดนลงโทษ
ลองนึกภาพตาม การจ่ายสั้นพลาดแบบเกมสปอร์ติ้ง แล้วคู่แข่งเปลี่ยนเป็น ไรยัน แชร์กี ตัดบอลได้ตรงหน้าหัวกะโหลก แล้วไหลให้ ฮาลันด์ ที่ยืนว่างในกรอบเขตโทษ ตรงแถวจุดโทษ
ใครไม่อยาก มีสถานะเหมือน อาร์เซน่อล นาทีนี้บ้าง ?
เพิ่งผ่านเข้าถึง รอบตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงหนที่สามในประวัติศาสตร์สโมสร และยังนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ก่อนหน้าขึ้นไปเล่นเกมชี้ชะตากับ เรือใบสีฟ้า ..
เหล่ากูนเนอร์ อาจปลุกใจตัวเองว่า พวกเค้าไม่เคยแพ้ในพรีเมียร์ลีก ต่อทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เลย นับตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2023 หรือในห้านัดหลังสุด (ชนะ 2 นัด, เสมอสาม)
แต่ถ้าแสดงทัศนะกันหน่อย ใครคนนี้ มองว่า อาร์เซน่อล ช่วงนี้ไม่พร้อมครับ
ที่พวกเขาแพ้ บอร์นมัธ นั่น สมควรแพ้จริงๆ และ แมนฯ ซิตี้ เล่นบอลแบบบอร์นมัธ ในเวอร์ชั่นที่เจ๋งกว่า คุณภาพผู้เล่นดีกว่า คมกว่า แชร์กีกำลังจะกลายร่างเป็น ดาบิด ซิลวา, แบร์นาโด้ ซิลวา คนต่อไป
โดยไม่มีอคติ สำหรับใครคนนี้ จะเซอร์ไพรส์ครับ ถ้า อาร์เซน่อล รอดออกมาจากเอติฮัดได้ เพื่อนๆ หล่ะครับ คิดเห็นเช่นไร ถกเถียงกันแบบน่ารัก น่ารัก กันหน่อยฮะ ..
-ลิตเติ้ลโจ-