แมนยู 1-2 ลีดส์: พักนานสนิมจับ, โควตา UCL เริ่มไม่ง่าย! 5 ประเด็นผีแพ้ยูงทองคาบ้าน

แมนยู 1-2 ลีดส์: พักนานสนิมจับ, โควตา UCL เริ่มไม่ง่าย! 5 ประเด็นผีแพ้ยูงทองคาบ้าน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลุดฟอร์มอย่างเห็นได้ชัด หลังโดน ลีดส์ บุกชนะ 2-1 ถึงถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา โดนมีหลายเหตุผลที่่ "ผีแดง" ผลงานน่าผิดหวัง ทั้งการขาดเกมลงสนามนนถึง 24 วัน, ลิซานโดร มาร์ตีเนซ โดนใบแดงแบบไม่จำเป็น และแนวรุกที่ขาดความดุดัน ในขณะที่สามคะแนนเกมนี้ทำให้ "ยูงทอง" หายใจโล่งยิ่งขึ้นสำหรับการหนีตกชั้น และส่งแรงกดดันไปยัง สเปอร์ส ที่ต้องสู้เต็มที่เพื่อให้รอดจากหายนะให้ได้

1. พักนานสนิมจับหน้าแข้ง, ลีดส์ ดุดัน

    การได้เล่นแค่เกมเดียวต่อสัปดาห์อาจเป็นประโยชน์สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะนักเตะได้พักฟื้นร่างกายอย่างเต็มที่ แต่ก่อนเกมนี้แข้ง "ผีแดง" เพิ่งได้กลับมาลงสนามในรอบ 24 วัน นั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทีมขาดความต่อเนื่องในการรักษาฟอร์มการเล่น

    แมตช์นี้เห็นได้ชัดว่าลูกทีมของกุนซือไมเคิ่ล คาร์ริค ฟอร์มหลุด ไม่สามารถรับมือกับการเล่นที่มุ่งมั่น และวิ่งเพรสซิ่งใส่ของนักเตะลีดส์ ยูไนเต็ด ได้เลย สวนทางกับ ลีดส์ ที่ลงสนามด้วยความมุ่งมั่น เพราะต้องการสามคะแนนเพื่อขยับหนีโซนตกชั้นไปให้มากที่สุด

    ทัพ "ยูงทอง" กลับมาคว้าชัยในลีกรอบ 8 เกม แถมชัยชนะในแมตช์นี้ยังสร้างความสุขให้กับแฟนบอลลีดส์ เพราะเป็นการบุกชนะที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้เป็นครั้งแรกนับแต่เปลี่ยนเป็นชื่อพรีเมียร์ลีก และในรอบ 16 ปี ตั้งแต่บุกเขี่ยร่วง เอฟเอ คัพ เมื่อปี 2010

2. ขาดแข้งหลักระส่ำทั้งระบบ

    แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ติดโทษแบนหลังโดนใบแดงในเกมเสมอ บอร์นมัธ 2-2 แต่ก็ได้ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ หายเจ็บกลับมาลงตัวจริงได้ทันเวลา หลังพลาดลงสนามไป 5 นัด ซึ่งดูเหมือนทุกอย่างจะไม่มีปัญหา แต่จริงๆ แล้วมันคือจุดหายนะของทีมจริงๆ 

    การขาดหายไปของ แม็กไกวร์ ก็กลายเป็นปัญหาชัดเจนตั้งแต่เริ่มเกม เพราะทีมไม่สามารถรับมือกับการเล่นบอลยาวของ ลีดส์ ได้เลย ที่สำคัญ มาร์ตีเนซ ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับ เลนี่ โยโร่ เหมือนตอนที่ แม็กไกวร์ อยู่ข้างๆ ที่สำคัญ "ลิซ่า" ยังเล่นนอกเกมจนโดนใบแดง จนหายนะหนักเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

    นอกจากนี้การขาด ค็อบบี้ เมนู และต้องใช้งาน มานูเอล อูการ์เต้ ยิ่งทำให้แดนกลางของทีมไม่มีเสถียรภาพ เพราะกองกลางทีมชาติอุรุกวัยก็ไม่สามารถสร้างอิมแพ็คให้กับทีมได้เลย ปล่อยให้ กาเซมีโร่ รับบทหนักเพียงคนเดียว 

     การที่ทีมมีโปรแกรมลงเล่นแค่พรีเมียร์ลีกเท่านั้น คาร์ริค จึงมักจะยึดสูตรการเล่นเดิมได้อย่างต่อเนื่องในทุกๆ สัปดาห์ แต่การแพ้ในแมตช์นี้เป็นการบ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า  "ขุมกำลังเชิงลึก" ของทีมยังไม่เพียงพอ 

3. มาร์ตีเนซ ไร้สติคิดไม่เป็น

    โลกลูกหนังในปัจจุบันการเล่นนอกเกมไม่ควรทำเด็ดขาด เพราะมีระบบวีเออาร์ที่สามารถย้อนเหตุการณ์น่าสงสัยต่างๆ ได้ และเกมนี้ มาร์ตีเนซ สมควรอย่างยิ่งที่ต้องโดนตำหนิจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

    การที่ ปราการหลังชาวอาร์เจนไตน์ กลับมาลงสนามแต่อาจจะไม่ฟิตเต็มร้อย ถือเป็นข่าวดีของ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่หลังจากเกมผ่านไปเรื่อยๆ นักเตะแสดงให้เห็นว่ายังไม่สามารถกะจังหวะการเล่นได้ดีนัก แม้จะมีชอตสำคัญสกัดบอลได้อย่างหวุดหวิดหน้าประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก

    สำหรับครึ่งหลัง มาร์ตีเนซ ทำเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเมื่อดึงผมของ โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน โดยงานนี้เจ้าตัวนึกว่ารอด เพราะหลังจากนั้นไม่นานมีสัญญาณส่งมาจากห้องวีเออาร์เพื่อแจ้งให้ พอล เทียร์นี่ย์ เช็คจังหวะดังกล่าว และเมื่อเขาไปดูจอมอนิเตอร์ จึงเห็นความจริงว่า แนวรับทีมชาติอาร์เจนตินา เล่นนอกเกม 

    แม้นักเตะจะทำตัวเหมือนไม่รู้เรื่อง แต่ภาพช้าแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มาร์ตีเนซ จงใจเอื้อมม้อไปดึงเส้นผมของ กองหน้าลีดส์ ยูไนเต็ด อย่างชัดเจน และการแจกใบแดงของ เทียร์นี่ย์ ถือว่าเหมาะสมแล้วกับการกระทำของเขา และนำไปสู่หายนะของทีม

4. การลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก เริ่มไม่ง่าย

    การแพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ทำให้ตอนนี้ แมนฯ ยูฯ แต้มไม่ขยับโดยอยู่ที่ 55 คะแนนเท่าเดิม เท่ากับ แอสตัน วิลล่า แต่ยังอยู่อันดับ 3 เพราะผลต่างประตูได้เสียดีกว่า แต่กระนั้นพวกเขาอาจเสียวสันหลัง เพราะ ลิเวอร์พูล ตามหลัง 3 คะแนนเท่านั้น

    โปรแกรมพรีเมียร์ลีกเหลือ 6 เกม และ แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวต้องเจอกับ เชลซี ทีมอันดับ 6 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในแมตช์ต่อไป แม้ว่าทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ฟอร์มไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่พวกเขาต้องการชัยชนะต่อหน้าแฟนบอล และถ้าหากเก็บสามแต้มได้โอกาสลุ้นโควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะกลับมาสดใสอีกครั้ง 

    นอกจากนี้พวกเขายังมีศึก "แดงเดือด" รอต้อนรับ "หงส์แดง" ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และเกมอื่นๆ ก็ไม่ง่ายหากมองจากผลงานในแมตช์นี้ ฉะนั้นสาวก "เร้ดส์ อาร์มี่" ที่เคยคิดว่าสวรรค์อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่มันชักไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว 

5. ทีมที่เดือดร้อน คือสเปอร์ส

    ลีดส์ บรรลุเป้าหมายในการบุกชนะ แมนฯ ยูไนเต็ดได้สำเร็จ เพราะนั่นทำให้พวกเขาเก็บเพิ่มเป็น 36 คะแนน รั้งอันดับ 15 ขยับหนีโซนตกชั้น 6 แต้ม และแน่นอนว่าสถานการณ์นี้ทำให้พวกเขารู้สึกหายใจโล่งขึ้น

    จากความสำเร็จของ "ยูงทอง" สะเทือนถึงสถานการณ์ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพราะมันทำให้การลุ้นหนีตกชั้นของพวกเขาเริ่มยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ตอนนี้หล่นไปอยู่อันดับ 18 มีแค่ 30 แต้มเท่านั้น

    แม้ว่าทีมของกุนซือโรแบร์โต้ เด แซร์บี้ จะมีแต้มห่างจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อันดับ 17 ซึ่งเป็นโซนปลอดภัยเพียง 2 คะแนน แต่ฟอร์มของทัพ "ไก่เดือยทอง" น่าอนาถมาก แถมสภาพจิตใจก็ย่ำแย่ถึงขนาดกุนซือชาวอิตาเลียนบอกว่านักเตะเริ่มกลัวการตกชั้นแล้ว

    นอกจาก ลีดส์ ที่ฟอร์มกำลังขึ้นหม้อแล้ว ทั้ง เวสต์แฮม และ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจจากผลงานในเกมล่าสุด นั่นยิ่งทำให้ สเปอร์ส ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงที่ต้องไปเริ่มต้นใหม่ในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ จริงๆ 








ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport