แมนซิตี้ ฉวยโอกาสตอน อาร์เซน่อล กำลังเป๋ บุกถล่ม เชลซี 3-0 ถึงถิ่น ไล่บี้เหลือ 6 แต้ม แข่งน้อยกว่า 1 นัด แถมเกมหน้าจะเจอกันที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม !!!
ต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก
1. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ค้นพบทีมที่ลงตัวแล้ว ฟอร์มการเล่นจึงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง
โรดรี้ กับ แบร์นาโด้ คู่กันตรงกลาง โดยมี รายาน แชร์กี เป็นเพลย์เมคเก้อร์ ขณะที่ 3 ตัวบน เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เล่นหน้าเป้า ขนาบด้วย เฌเรมี่ โดกู กับ อ็องตวน เซเมนโย่
เกมรุกดุดันดีนักแล
2. เชลซี แพ้เกมศูนย์ในพรีเมียร์ลีกมา 2 นัดติด เกมนี้เลยต้องเน้นเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสหลุดท็อปไฟฟ์ค่อนข้างสูง
เลียม โรซิเนียร์ วางแผนมาดี แล้วลูกทีมก็เล่นได้ตามแผนอย่างมีวินัย ด้วยการตั้งรับเหนียวแน่น ปิดพื้นที่ในกรอบเขตโทษ เวลาเล่นเกมรับ มิดฟิลด์ตัวกลางอย่าง ซานโต้ส จะถอยลงมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็คอีกตัว
ก่อนหาจังหวะตอบโต้แบบได้น้ำได้เนื้อ
ทีมเยือนครองบอลบุกมากกว่าก็จริง แต่หาจังหวะจบแบบเจ็บๆ ไม่เจอจนพบกับความอึดอัด
จบครึ่งแรก 0-0 พร้อมคำถามว่า เชลซี จะเล่นเกมรับได้แข็งแกร่งไปตลอดทั้งเกม โดยไม่พลาดเลยได้หรือเปล่า ???
3.หลังเหมือนถูกกางเกงในเข้าตูดในครึ่งแรก
พลพรรคเรือใบสีฟ้าก็เร่งเกมรุกแบบโหมกระหน่ำในทันทีที่เริ่มครึ่งหลัง แถมจู่โจมเป็นพายุอสุนิบาต ก่อนจะได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว
เมื่อใช้แบ็คซ้ายอย่าง นิโก้ โอไรลี่ สอดขึ้นมาเป็นตัวพิเศษในกรอบเขตโทษ แล้วทำประตูได้เหมือนในนัดชิงฯ ลีก คัพ
ต่อเมื่อขึ้นนำ 1-0 ก็ไม่ยอมถอนตีนจากคันเร่งพลางบุกขย่มอย่างต่อเนื่องจนนำมาซึ่งประตูที่ 2 และประตูที่ 3
4. รายาน แชร์กี แผลงฤทธิ์อีกแล้วนะครับ
ประตูแรก เขาเปิดให้ นิโก้ โอไรลี่ โขกอย่างแม่นยำ แต่ประตู 2-0 นี่สิสะเด่า เมื่อเขาลากตัดเข้ามาจากซ้าย แล้วแทนที่จะไหลบอลออกไปทางขวากลับ 'หักมุม' ด้วยการยัดลูกเข้าไปตรงกลางให้ มาร์ค เกอี แบบไม่มีใครคาดคิด
มิเท่านั้น จังหวะ 3-0 ก็พุ่งเข้าไปบีบ มอย ไกเซโด้ จนทำบอลเสีย
นี่คือสีสันของพรีเมียร์ลีก นอกจากลีลาจะแพรวพราวยังมีความยียวนกวนส้นตีนอีกตะหาก
5. ตอนนี้ โมเมนตั้มเหวี่ยงมาที่ แมนซิตี้ แบบเต็มๆ พวกเขากำลังมั่นใจ และฮึกเหิมจนสามารถเอาชนะทุกทีมในเส้นทางที่เหลือ
ผิดกับจ่าฝูงอย่างไอ้ปืนใหญ่ที่กำลังกดดันอย่างจงหนัก
นัดหน้าคือเกมชี้ชะตาที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง