ไม่รู้จะโดนใจเด็กหงส์หรือเปล่า
ถ้าถึงจุดแห่งการเปลี่ยนแปลง ชื่ออย่าง อันโดนี่ อิราโอล่า ก็น่าสนใจ ไม่ใช่หรือ ? ยิ่งผลงานล่าสุด พาบอร์นมัธ บุกไปเฉือน จ่าฝูง อาร์เซน่อล ถึงนอร์ธ ลอนดอน ช่วยกระทุ้งดีนักแล
น่าสนใจนะครับว่า จะได้เห็นกุนซือชาวสแปนิชคนนี้ คุมบอร์นมัธ ต่อไปในฤดูกาลหน้าหรือเปล่า? เดอะ เชอร์รี่ส์ ย่อมเสนอต่อสัญญาที่กำลังจะหมดลงเมื่อจบฤดูกาลนี้ และต้องเพิ่มเงินค่าจ้างจาก ต่ำสุดในลีกแถว 1 ล้านปอนด์ต่อปี (ปัจจุบันก็เกือบ 44 ล้านบาท) แน่ๆ
หากสโมสรอื่นในอังกฤษ คริสตัล พาเลซ, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เข้าใจได้ ที่ต่างหมายตามายังชายฝั่งทะเลตอนใต้ของเกาะบริเทน
ลองเช็คอายุดู ป๊าด เพิ่งจะ 43 ขวบ ไม่ต้องใจร้อนไป ทรงแบบนี้ อิราโอล่า อดีตแบ๊คขวา จะต้องได้โอกาสคุมทีมใหญ เหมือน มิเกล อาร์เตต้า บ้างแน่นอน
เข้าสนามเอมิเรสต์ เห็นความปราชัยของปืนใหญ่ ที่มีต่อ บอร์นมัธ มา ก็เลยอยากจะเอ่ยถึงว่า อาร์เซน่อล แพ้เพราะอะไร ?
ข้อแรก … เพราะเดือนนี้ เมษายน
อ๊ะ งงหล่ะสิ
คือก่อนแข่ง บีบีซี เอาเปอร์เซนต์การทำทีมชนะระหว่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับอดีตลูกน้อง/เพื่อนร่วมงาน อาร์เตต้า มาเทียบกัน เป็นเดือนๆ
ปรากฎว่า เป๊ป เพิ่งผ่านเดือนเลวร้ายที่สุดของตัวเองมา นั่นคือ มีนาคม คุมทีมชนะแค่ 58% เท่านั้น แต่เม.ย. เป็นเดือนโปรดของเค้า ซึ่งสวนทางกับ อาร์เตต้า ครับ มี.ค. คุมทีมชนะ 75% แต่ เม.ย. สถิติก่อนเล่นกับบอร์นมัธ บอกว่า 44 % เท่านั้นเอง
แพ้บอร์นมัธ ไปแล้ว เหลือเกมลีกอีก 2 เกม หนักหนาหมด ไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วัดกันโดยตรงวันอาทิตย์นี้ ก่อนจะกลับมาเล่นในรัง รับมือ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
ในฝัน แค่ออกไปยัน เรือใบ แล้วกลับมาตบสาลิกา ถ้วยพรีเมียร์ลีกที่เฝ้ารอมา 22 ปี ก็คงไม่หนีไปไหน เพราะ 4 นัดสุดท้ายในเดือน พฤษภาคม โปรแกรมดูเป็นใจอยู่ เล่นมันแถวๆ เมืองหลวงนี่แหล่ะ ในบ้านรับมือ ฟูแล่ม, เบิร์นลี่ย์ อะเวย์เดินทางใกล้ๆ แค่ไปเวสต์แฮม และปิดท้ายซีซั่นที่ คริสตัล พาเลซ
แต่ถ้า 2 นัดต่อไป แต้มไม่ขยับ .. สมกับเป็นเดือนฝันร้ายในการคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ก็มีความเสี่ยงที่จะโดนแซว "second again ole ole" อีกปี ซึ่งนาทีนี้ ให้ตายเถอะโรบิ้น ใครคนนี้ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน!
(ตัวอย่างฝันร้ายช่วงเดือนเม.ย. ของ อาร์เซน่อลภายใต้ อาร์เตต้า ปี 2023 เจ๊า 3 นัด แพ้นัดนึง จากเกมพรีเมียร์ลีก 5 นัด --- ปีก่อน ชนะ 2 จากห้านัด นัดอื่นไม่แพ้ แต่เสมอหมด แต้มก็หายไปเยอะ)
ข้อสอง … ตัวเขี้ยวๆ ขาดหายเยอะไป
บูกาโย่ ซาก้า, กัปตัน มาร์ติน โอเดอการ์ด ไม่สามารถใช้งานในแนวรุก ในขณะฟูลแบ๊คสองฝั่ง ไม่อาจใช้ตัวจริง ยูเรียน ทิมเบอร์ ฝั่งขวา ส่วนอีกด้านไร้ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ที่เล่นชปล. กับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ส่วน ปิเอโร ฮินคาปิเอ้ กลับมาฟิตพอมีชื่อนั่งสำรองแค่นั้น
เงื่อนไขตัวดีน้อยลง แต่ต้องเล่นเกมถี่ มันก็ต้องมีผลกระทบบ้างหล่ะ
อีกทั้ง บอร์นมัธ เป็นทีมที่เล่นฟุตบอล ขอรับ ..
ไม่ได้บอกว่า อาร์เซน่อล พึ่งแต่ลูกเตะมุม และลูกโทษนะครับ อย่างนัดนี้ ตีไข่แตกได้จากลูกแฮนด์บอล งัดไปโดนแขน ไรอัน คริสตี้ กัปตันผู้มาเยือน ก่อน วิคเตอร์ โยเคอเรส จะเพิ่มความดุในห้วงปีนี้ สังหารจุดโทษเป็นประตูที่ 11 จากทุกรายการแข่งขันในปี ค.ศ. 2026 นี้ (เป็นรองแค่ ชูเอา เปโดร แห่งเชลซี)
บอร์นมัธ ที่ได้ความสดจากการไม่ลงเตะมา 22 วัน เล่นฟุตบอลกันสนุก เตรียมการรับมือลูกตั้งเตะของจ่าฝูง และการคุกคามรูปแบบอื่น ได้ดีมาก --- เวลาได้บอล ก็จะมีตัวขยับ เปิดเงื่อนไขให้เพื่อนตลอด
ข้อสาม … ความต่าง ตอนจบ
ครูปิ หรือ ครูปี้ แหม่ คนเรียบร้อยอย่าง ล.ต.จ.ไม่อยากจะเอ่ยชื่อ ไอ้หนูวัย 19 ปี ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวสร้างกำไรมหาศาลให้กับ บอร์นมัธ ในอนาคตได้อีกราย
ในขณะตัวรุกปืนใหญ่ น่าผิดหวังมากกับ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ ไค ฮาแวตซ์ ส่วน โยเคอเรส ก็ชวดโอกาสอื่นๆ
บอร์นมัธ มาเยือนแบบไม่หงอ เอา จูเนียร์ ครูปี้ ศูนย์หน้าดาวรุ่งฝรั่งเศส เล่นคู่หน้า สนับสนุน เอวานิลสัน ไปเลย, และครูปี้ กลายเป็นนักเตะวัยทีนเอจคนแรก ที่ลั่นไกในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 10 ประตู+ ในซีซั่นแรก นับตั้งแต่ ร็อบบี้ คีน ที่โผล่ขึ้นมากับโคเวนทรี ซิตี้ ฤดูกาล 1999/00
เดี๋ยวดูว่าจะจบซีซั่น ด้วยตัวเลขไหน ร็อบบี้ คีน จบที่ 12 ประตู เท่ากับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่ประเดิมซีซั่นแรก 1993-94 กับลิเวอร์พูล ..
ค่าตัวหมอนี่ 10 หรือ 12 ล้านปอนด์ (แล้วแต่แหล่งข่าว) นี่ดูจะเป็นการทำงานหลังบ้านที่สุดยอดอีกรายของ บอร์นมัธ เค้าหล่ะ!
ไม่นับว่า ซัมเมอร์ที่แล้ว ต้องเสียตัวหลักไปมากขนาดไหน ข้ามมานับที่ต้องเสีย อ็องตวน เซเมนโย่ ต้นปีนี้ เชื่อหรือเปล่า บอร์นมัธยังไม่แพ้ใครเลย นับตั้งแต่เสียซูปเปอร์สตาร์ no.1 ของทีมให้แก่เรือใบ
2 ประตูของบอร์นมัธ ต่อกันสวยหมดนะครับ ประตูแรก คริสตี้ จ่ายช่อง เบน ไวต์ เสียตำแหน่ง ประตูชัย การประสานของ ตัวสำรอง เดวิด บรู๊คส์ - เอวานิลสัน เหยียดปลายขา แตะให้ --- มิดฟิลด์คนสำคัญ อเล็กซ์ สก๊อต สอดขึ้นไปยิงตรงกลาง
คนยิงประตูชัยบอร์นมัธนี่ก็คุณภาพนะครับ อายุยังน้อยอยู่เช่นกัน (22 ปี) โอกาสเติบโตสู่ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ย่อมมี ลิเวอร์พูลขาดกองกลาง ซัมเมอร์นี้จะเอาแพ็คคู่เลยไหมหล่ะ มร.อิราโอล่า โค้ช + สก๊อต ผู้เล่นมิดฟิลด์ บางที อาจจะทำให้ มิลอช เคอร์เคซ กลับมาเล่นดีอีกครั้ง ฮ่า!
ข้อสี่ … แย่งกันเล่นแย่
ต้นเกมได้ทุ่ม เบน ไวต์ โดนแฟนตัวเองโห่ ทุ่มบอลช้า เสียเวลา อยู่ในแดนคู่แข่งแท้ๆ ไม่เห็นจะต้องละเอียดอะไรขนาดนั้น แต่พอควรจะละเอียดในเกมรับ กลับเป็นบ่อซะ
เจ้าหนูสเกลลี่ อาจจะดีกว่าไวต์ นิดนึง และเห็นใจอยู่เมื่อต้องรับมือ รายาน (ปีกขวาที่ซื้อมาแทน เซเมนโย่ และเป็นตัวดาวรุ่งวัย 19 ปี วี่แววดีอีกราย) แต่ สเกลลี่ ก็แค่สเกลลี่ ไม่ได้ชัวร์แบบ ฮินคาปิเอ้ หรือ คาลาฟิออรี่ อ่ะครับ
ซูบิมาร์ดี้ เสียบอลเยอะไป และหยุดการเคาน์เตอร์คู่แข่งไม่ได้ ในขณะ มาร์ติเนลลี่ โดนจับผิดว่าครึ่งแรกโดนบอลแค่เจ็ดครั้ง พอเข้าครึ่งหลัง สัมผัสอีกครั้งเดียวในเก้านาที ก่อนโดนเปลี่ยนตัวออก
ดาบิด รายา ออกบอลเสียว มีเตะไปชน เอวานิลสัน แถวกรอบเขตโทษ แต่โชคดีที่บอลไม่เป็นใจให้คู่แข่งได้ลงโทษต่อ อืม แต่ก็เล่นแบบนี้มาตลอดอ่ะนะ ผู้รักษาประตูยุคนี้
อะไรอีกดีหล่ะ ..
แค่นี้ก่อนแล้วกัน แต่ชาวกันเนอร์ส ต้องหวังว่า พรีเมียร์ลีกนัดหน้า ตัวหลักต้องคืนทีม ฟอร์มแกร่งต้องคืนมา ได้แล้วนะ
-ลิตเติ้ลโจ-