เจาะลึกพลวัตของคู่หูฟูลแบ็กที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ลิเวอร์พูล แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟันเฟืองสำคัญที่เปลี่ยนนิยามฟุตบอลของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไปตลอดกาล
ครั้งหนึ่ง เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล เคยกล่าวประโยคคลาสสิกไว้ในปี 2013 ว่า
"ไม่มีใครอยากโตขึ้นมาเป็น แกรี่ เนวิลล์ หรอก... คุณไม่ใช่อดีตปีกที่ล้มเหลว ก็เป็นเซนเตอร์แบ็กที่ไปไม่รอดนั่นแหละ"
คำพูดนี้สะท้อนภาพจำในอดีตที่มองว่า "ฟูลแบ็ก" คือตำแหน่งที่เป็นเพียง "ตัวแถม" ในเกมรับ และไม่ใช่ตำแหน่งที่เป็นหัวใจสำคัญของชัยชนะ
แต่เมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก้าวเข้ามาสู่ถิ่นแอนฟิลด์ในปี 2015 เขาไม่ได้แค่เปลี่ยนทัศนคติของแฟนบอล แต่เขายังปฏิวัติบทบาทฟูลแบ็กผ่านคู่หูที่โลกต้องจดจำอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ให้กลายเป็น "ตัวทำเกมหลัก" ของทีมอย่างแท้จริง
ในยุคเริ่มต้นของ คล็อปป์ ฟูลแบ็กอย่าง นาธาเนียล ไคลน์ และ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ยังคงเล่นตามตำราเดิมคือเน้นการวิ่งหลอกเพื่อดึงตัวประกบ
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ร็อบโบ้ ย้ายมาจากฮัลล์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวเพียง 8 ล้านปอนด์ในปี 2017 และเทรนต์ เด็กสร้างจากอะคาเดมี่ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ ฟาบิโอ ออเรลิโอ อดีตแบ็กซ้ายชาวบราซิลถึงกับเอ่ยปากชมว่าทั้งคู่ "เกิดมาเพื่อเป็นฟูลแบ็กอย่างแท้จริง"
เพราะพวกเขามีครบทั้งความแข็งแกร่งในเกมรับ ความเร็ว พละกำลัง และการครอสบอลที่แม่นยำราวจับวาง สถิติไม่ได้โกหกใคร เพราะทั้งคู่ทำแอสซิสต์รวมกันใน พรีเมียร์ลีก มหาศาล โดย เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน สร้างประวัติศาสตร์เป็นกองหลังที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลของ คล็อปป์ ไม่ได้หยุดนิ่ง เมื่อมีการปรับแท็กติกให้เทรนต์ขยับเข้าไปเล่นตรงกลางมากขึ้นในบทบาท Inverted Full-back เพื่อเพิ่มมิติการสร้างสรรค์เกมจากแดนกลาง การขยับหมากครั้งนี้ทำให้ ร็อบโบ้ ต้อง "เสียสละ" เกมรุกที่ดุดันของตัวเองลง
ร็อบโบ้ ยอมรับว่าเขาต้องเล่นแบบระมัดระวังมากขึ้น โดยถอยลงมาเป็นส่วนหนึ่งของแผงหลัง 3 คนร่วมกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ อิบราฮิมา โกนาเต้ ในขณะที่ เทรนต์ ดันขึ้นสูง คล็อปป์ เองก็ย้ำชัดว่า "เราไม่สามารถให้ฟูลแบ็กคนหนึ่งอยู่กลางสนาม และอีกคนเติมสูงตลอดเวลาได้" ซึ่ง ร็อบโบ้ ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการปรับตัวเพื่อความสำเร็จของทีม
หลังจากการเดินทางร่วมกันมานานเกือบ 9 ปี ล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ในวัย 32 ปี เตรียมจะอำลาถิ่นแอนฟิลด์หลังจบฤดูกาล 2025-26 นี้ ปิดฉากตำนาน "แบ็กสองข้าง" ที่ดีที่สุดคู่หนึ่งที่โลกฟุตบอลเคยมีมา โดยมีคนรุ่นใหม่อย่าง มิลอส เคอร์เคซ ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทน
สำหรับสาวก "เดอะค็อป" ร็อบโบ้ ไม่ใช่แค่กองหลัง แต่คือตัวแทนของสปิริตนักสู้ที่คล็อปป์เคยกล่าวว่า "ทุกอย่างในตัว ร็อบโบ้ มันตะโกนออกมาว่าเป็น ลิเวอร์พูล" การจากไปของเขาพร้อม ๆ กับสตาร์คนสำคัญอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จึงเปรียบเสมือนการปิดฉากยุคสมัยที่รุ่งโรจน์ที่สุดยุคหนึ่งของสโมสร
ตัน กวาร์ดิโอล่า