คุณเคยคิดถึงใครมาก ๆ จนแทบอยากจะร้องไห้ออกมาไหมครับ ไม่ใช่เพราะเขาหายไป แต่เพราะคุณรู้ว่า อีกไม่นาน เขากำลังจะหายไปจริง ๆ นั่นแหละ คือความรู้สึกที่แฟนบอลลิเวอร์พูล กำลังเผชิญอยู่กับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน
โลกฟุตบอล นักเตะบางคนที่ถูกจดจำเพราะพรสวรรค์
บางคนถูกจดจำเพราะแชมป์ บางคนถูกจดจำเพราะหัวใจ
และบางที นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการอำลาของ ร็อบโบ้
มันไม่ใช่แค่การเสียผู้เล่นคนหนึ่ง แต่มันคือการปิดฉากยุคสมัย
หมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม ปี 2017
ลิเวอร์พูล จ่ายเงิน 10 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวแบ็กซ้ายจาก ฮัลล์ ซิตี้
ไม่มีใครคิดหรอกครับว่า ดีลธรรมดา ๆ แบบนั้น จะกลายเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าที่สุดของสโมสร
ไม่มีใครคิดว่า นักเตะทีมชาติสกอตแลนด์คนหนึ่ง จะกลายเป็นหัวใจของทีมที่กำลังจะกลับไปยืนบนจุดสูงสุดของยุโรป
และยิ่งไม่มีใครคิดว่า เด็กที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่คนเติมเต็มจะกลายเป็นตำนาน
ตลอด 373 นัดในเสื้อสีแดงเพลิง โรเบิร์ตสัน ฝากตัวตนเอาไว้ในทุกจังหวะของเกม
2 แชมป์พรีเมียร์ลีก 1 แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงถ้วยเมเจอร์ครบทุกใบ
สิ่งที่ทำให้เขายิ่งใหญ่คือวิธีที่เขาเล่นฟุตบอล
เขาไม่ใช่ฟูลแบ็กที่สง่างามที่สุด ไม่ใช่นักเตะที่มีเทคนิคเหนือมนุษย์
แต่เขาคือคนที่วิ่งจนคุณรู้สึกเหนื่อยแทน
เกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 2018 ที่เขาวิ่งไล่บอลแบบไม่ยอมแพ้
หรือคืนมหัศจรรย์กับ บาร์เซโลน่า ที่เขาทำให้ ลิโอเนล เมสซี่ หงุดหงิดทั้งเกม
มันคือ ภาพจำของความทุ่มเท
ยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ลิเวอร์พูล มีฟูลแบ็กที่นิยามฟุตบอลใหม่
ฝั่งหนึ่งคือ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ใช้มันสมองและวิสัยทัศน์
อีกฝั่งคือ โรเบิร์ตสัน ที่ใช้หัวใจและพลังงาน
สองคนนี้คือเครื่องยนต์เกมรุก
“เขาคือแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในโลก” คล็อปป์ เคยพูดแบบนั้น
และในช่วงเวลาหนึ่ง มันไม่ใช่คำชมเกินจริง
อย่างไรก็ตาม
ฟุตบอลไม่เคยหยุดเวลา ในวัย 32 ปี โรเบิร์ตสัน ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
ความเร็วลดลง ความสม่ำเสมอเริ่มแกว่ง และบทบาทของเขาก็เปลี่ยนไป
ภายใต้ อาร์เน่อ เขาไม่ได้เป็นตัวเลือกแรก
การมาของ มิลอส เคอร์เคซ คือสัญญาณชัดเจนว่า ลิเวอร์พูล กำลังมองไปข้างหน้า
ฤดูกาลนี้ เขาลงเล่น 31 นัด แต่เป็นตัวจริงในลีกเพียง 6 เกม
ตัวเลขที่อาจดูธรรมดา แต่สำหรับคนที่เคยเป็นตัวหลักมาตลอด
มันคือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ถึงอย่างนั้น ทุกครั้งที่เขาลงสนาม เขายังเป็น โรเบิร์ตสันคนเดิม
เกมกับ วูล์ฟส์ ใน เอฟเอคัพ ยิงไกล + แอสซิสต์ให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์
มันคือภาพจำที่บอกว่า เขายังมีคุณค่า แค่ไม่ใช่บทบาทเดิม
สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุด คือเขายอมรับมัน
“ผมเป็นนักเตะที่ต้องการลงเล่น” คำพูดสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความจริง
เขาไม่เคยหยุดสู้ แม้จะรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ตัวเลือกแรก
และบางที นั่นแหละคือเหตุผลที่แฟนบอลรักเขา รักในสิ่งที่เขาเป็น
การอำลาของ โรเบิร์ตสัน ซัมเมอร์นี้ จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผู้เล่น
มันคือการปิดฉากของทีมชุดหนึ่ง ทีมที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาจากความเชื่อ ความทุ่มเท และพลังของนักเตะที่ไม่มีใครคาดหวัง
สุดท้ายแล้ว บางทีคำจำกัดความของเขาอาจไม่ใช่แบ็กซ้ายที่ดีที่สุด
แต่คือ นักเตะที่ทำให้ ลิเวอร์พูล เป็น ลิเวอร์พูล อีกครั้ง
และนั่นแหละครับ คือเหตุผลที่คำถามตอนต้น
มันไม่ใช่แค่คำถามธรรมดาอีกต่อไป
“คุณเคยคิดถึงใครมาก ๆ จนแทบอยากจะร้องไห้ออกมาไหมครับ”
สำหรับแฟน ลิเวอร์พูล
คำตอบนั้น อาจกำลังเกิดขึ้น ตั้งแต่ตอนนี้เลยก็ได้
HOSSALONSO