แฟนบอลอาร์เซน่อล คงเริ่มรู้สึกหวั่นใจว่าทีมรักกำลังเจออุปสรรคใหญ่ ซึ่งเป็นภาพที่พวกเขาเคยเห็นมาก่อนแล้ว และเป็นสิ่งที่สาวก "กูนเนอร์ส" ไม่ชอบตอนจบของสิ่งนี้เลย
ฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความหวัง กลับดูเหมือนพังทลายลงเมื่อถึงช่วงเวลาชี้ชะตา ความพ่ายแพ้ต่อ เซาเธ์แฮมป์ตัน เมื่อคืนวันเสาร์ อาจเรียกได้ว่าเป็นอาการช็อกในเกมฟุตบอลถ้วย ซึ่งหลายคนคงไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้ เพราะ อาร์เซน่อล มักจะทำพลาดซ้ำๆ ในช่วงที่ความกดดันเพิ่มขึ้น และเสียงวิจารณ์รอบตัวเริ่มดังขึ้น
สำหรับแฟนบอล มันเป็นความรู้สึกคุ้นเคยอย่างมาก เพราะพวกเขายังคงมีแผลเป็นจากความล้มเหลวในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการจบอันดับสองติดต่อกันถึงสามฤดูกาล และการไร้แชมป์ยาวนานถึงหกปี
แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า แพ้สองนัดติดต่อกันในฤดูกาลนี้ แต่สถิติก็ชี้ชัดว่า ความกดดันกำลังส่งผลกระทบต่อทีมอย่างเห็นได้ชัด
- ความผิดพลาดเริ่มมากขึ้น
ใน 28 เกมที่ทัพ "ปืนใหญ่" ลงเล่นระหว่างเดือนสิงหาคมถึงธันวาคม พวกเขาทำผิดพลาดจนเสียประตูเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ใน 23 เกมนับตั้งแต่เดือนมกราคม พวกเขากลับเสียประตูจากความผิดพลาดส่วนบุคคลไปแล้วถึง 8 ประตู
สองจังหวะล่าสุด จังหวะโหม่งพลาดจังหวะของ เบน ไวท์ ในเกมแพ้ทัพ "นักบุญ" และความผิดพลาดครั้งใหญ่ของ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ในนัดชิง คาราบาว คัพ กลายเป็นความเสียหายมหาศาล ทำให้ความหวังในการลุ้น "4 แชมป์" ถูกลดลงเหลือเพียง " 2 แชมป์" ภายในเวลาแค่ 180 นาทีของการแข่งขัน
ในทางกลับกัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเร่งเครื่องอย่างเต็มที่ ทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า แสดงให้เห็นถึงคุณภาพและประสบการณ์ที่สามารถรับมือกับความกดดันได้เป็นอย่างดี
พวกเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดสองนัดของฤดูกาล ทั้งในเกมนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ที่เอาชนะ อาร์เซน่อล และเกมถล่ม ลิเวอร์พูล 4-0 ในศึก เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันเสาร์
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่แฟนอาร์เซน่อล จะรู้สึกกังวลว่า ฟอร์มแบบนี้ของ "เรือใบสีฟ้า" อาจต่อเนื่องไปเกมพรีเมียร์ลีก และเปิดโอกาสให้พวกเขาไล่กดดันในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
- แรงกดดันมหาศาลเพราะทุกเกมเหมือนนัดชิง
อาร์เซน่อล ยังคงมีโอกาสสร้างบางสิ่งที่พิเศษในปีนี้ การมีแต้มนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ถึง 9 คะแนน ถือเป็นกันชนที่ค่อนข้างสบาย ขณะเดียวกันผลงานใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ยอดเยี่ยมเมื่อเจอกับทีมจากยุโรป
หากพวกเขายังรับมือกับความกดดันไม่ได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะทำแต้มหลุดมือเหมือนในหลายฤดูกาลก่อนภายใต้การคุมทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า ทุกเกมจากนี้ของ "เดอะ กันเนอร์ส" ให้ความรู้สึกเหมือนนัดชิงชนะเลิศซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับทีมที่ดูเหมือนจะเริ่มเป๋
อาร์เตต้า ก็ออกมารับแรงกดดันแทนลูกทีม โดยยืนยันว่าเขาจะปกป้องนักเตะมากกว่าที่เคย และยอมรับว่าเขาต้องรับผิดชอบต่อฟอร์มที่ตกลงในช่วงเวลานี้
กระนั้นไม่ใช่ อาร์เตต้า ที่ทำให้ ไวท์ โหม่งพลาดจนเสียประตูให้ รอสส์ สจ๊วร์ต เมื่อคืนวันเสาร์ และไม่ใช่เขาที่ทำให้ ดาบิด ราย่า กับ กาเบรียล มากัญเญส วิ่งชนกันเองจนทำแต้มหลุดมือในเกมกับ วูล์ฟส์ เมื่อเดือนที่แล้ว แต่มันคงความผิดพลาดส่วนบุคคลล้วนๆ
- คู่แข่งเริ่มจับทางได้
นอกเหนือจากเรื่องสภาพจิตใจที่เปราะบางแล้ว ยังดูเหมือนว่าทีมคู่แข่งเริ่มหาวิธีเอาชนะ อาร์เซน่อล ได้แล้ว พูดง่ายๆ คือ คู่แข่งเริ่มเปิดเกมรุกใส่ทัพ "ปืนใหญ่" และนั่นทำให้ทีมเกิดเสียอาการอย่างเห็นได้ชัด
เซาธ์แฮมป์ตัน เล่นอย่างไม่เกรงกลัวตั้งแต่ต้นเกมที่เซนต์ แมรี่ส์ ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ครองเกมในครึ่งหลังของนัดชิงบอลถ้วย ด้วยการกดให้ อาร์เซน่อล ถอยไปตั้งรับอยู่ในแดนตัวเอง จนสุดท้ายก็โดนเจาะตาข่าย
ก่อนหน้านี้ อาร์เซน่อล ดูเหมือนเป็นทีมที่หยุดไม่อยู่ ทั้งเกมรับที่เหนียวแน่น และความเฉียบคมจากลูกตั้งเตะ ทำให้พวกเขามักหาทางชนะได้เสมอ แต่ตอนนี้ พวกเขากลับดูขาดไอเดียในเกมรุก โดยมีเพียง แม็กซ์ ดาวแมน เจ้าหนูวัย 16 ปี ที่แสดงความเป็นผู้นำในเกมรุกช่วงท้ายเกมแมตช์แพ้เมื่อวันเสาร์
อาร์เตต้า ยืนยันว่าความพ่ายแพ้ของทีมเกิดจากข้อผิดพลาดของตัวเอง มากกว่าสิ่งที่คู่แข่งทำได้ ซึ่งก็อาจเป็นความจริง เพราะ "ปืนใหญ่" เสียไปถึง 4 ประตู จาก 6 ครั้งหลังสุดที่คู่แข่งยิงตรงกรอบ ขณะที่ "ปืนใหญ่" ทำได้เพียง 1 ประตู จาก 10 ครั้งที่ยิงตรงกรอบ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาบางอย่างจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข และหากยังไม่สามารถแก้ได้ อาร์เซน่อลอาจจบฤดูกาลแบบไร้แชมป์อีกครั้ง ซึ่งจะถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่สำหรับยอดท่มแห่งถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อย่างแท้จริง
- พลิกวิกฤติด้วยเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก
ตอนนี้ อาร์เซน่อล ต้องเริ่มจากการกลับมาให้ได้ในเกมพบกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน แมตช์แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ คืนวันอังคารนี้
อาร์เตต้า ต้องรอเช็กความพร้อมของนักเตะก่อนเดินทางไป โปรตุเกส หลัง มากัญเญส ได้รับบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออกในแมตช์ล่าสุด
นอกจากนี้ "เดอะ กันเนอร์" ยังต้องเช็คความฟิตทั้ง เยอร์เรียน ทิมเบอร์, บูกาโย่ ซาก้า, เดแคลน ไรซ์ และ เอเบเรชี่ เอเซ่ เพราะนักเตะเหล่านี้คือคีย์แมนสำคัญในการนำ อาร์เซน่อล บินสูงในช่วงที่ผ่านมา
แน่นอนว่า อาร์เตต้า แอนด์ โค. จะต้องดึงศักยภาพสุดยอดของทีมกลับมาให้ได้ เพราะ ณ ตอนนี้ดูเหมือนว่า สปอร์ติ้ง ก็เริ่มมองเห็นจุดอ่อนของพวกเขา และเตรียมเล่นงานเช่นกัน