เมื่อ "อาร์เซน่อล" ล้อฟรีช่วงโค้งสุดท้าย...แชมป์พรีเมียร์ลีกกำลังสั่นคลอน?!

เมื่อ "อาร์เซน่อล" ล้อฟรีช่วงโค้งสุดท้าย...แชมป์พรีเมียร์ลีกกำลังสั่นคลอน?!
อาร์เซน่อลในชั่วโมงนี้กำลังเผชิญกับ "บททดสอบทางจิตใจ" หากพวกเขาไม่สามารถเรียกสติและจัดการกับความผิดพลาดในเกมรับได้ การไปเยือน เอติฮัด สเตเดียม ในวันที่ 19 เมษายนนี้ อาจไม่ใช่แค่เกมลีกนัดหนึ่ง แต่มันคือการ "ส่งมอบแชมป์" ให้กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า

กลายเป็นสัปดาห์ที่แฟนบอล "เดอะ กันเนอร์ส" ต้องขวัญผวา เมื่อสถานการณ์ที่เคยดูเหมือนจะสดใส กลับกลายเป็นเมฆหมอกแห่งความไม่แน่นอนปกคลุมเหนือเอมิเรตส์ สเตเดียม จากความหวังที่เคยลุ้น "4 แชมป์" (Quadruple) ตอนนี้คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ "อาร์เซน่อลจะเหลือถ้วยติดมือบ้างหรือไม่?"

ฝันสลายในบอลถ้วย: บทเรียนราคาแพงที่อาจลามถึงลีก

หลังจากพ่ายแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ มิเกล อาร์เตต้า พยายามปลอบใจลูกทีมว่าความเจ็บปวดจะเป็นแรงผลักดัน แต่ความพ่ายแพ้ล่าสุดต่อ เซาธ์แฮมป์ตัน ในศึก เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย คือสัญญาณเตือนภัยระดับ "สีแดง"

โอกาสที่หลุดลอย: การแพ้ทีมระดับล่างในรอบลึกๆ คือการทิ้งโอกาสทองในการกลับไปเยือนเวมบลีย์เพื่อยุติการรอคอยแชมป์ที่ยาวนานถึง 6 ปี

ความมั่นใจที่ถดถอย: จากเดิมที่เคยเล่นด้วยความเยือกเย็นและเฉียบคม ตอนนี้ "ไอ้ปืนใหญ่" กลับแสดงอาการ "ล้อฟรี" และดูเปราะบางอย่างเห็นได้ชัดในจังหวะสำคัญ

ความผิดพลาดส่วนบุคคล: สถิติจาก Opta ระบุว่า 23 นัดหลังสุด อาร์เซน่อลเสียประตูจากความผิดพลาดเองถึง 8 ประตู เทียบกับ 28 นัดก่อนหน้านั้นที่เสียเพียงประตูเดียว ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดของ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ในนัดชิงคาราบาวคัพ หรือ เบน ไวท์ ในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงอาการ "เกร็ง" เมื่อต้องแบกรับความกดดันในการลุ้นแชมป์

ปัญหาสภาพทีม: เมื่อตัวหลักเริ่มนัดกันเดี้ยง

ไม่ใช่แค่เรื่องของฟอร์มการเล่น แต่สภาพร่างกายของขุมกำลังอาร์เซน่อลกำลังถูกทดสอบอย่างหนัก:

แม้ มาร์ติน โอเดการ์ด จะกลับมาลงสนามได้เป็นนัดแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม รวมทั้งได้ วิลเลียม ซาลิบา ที่บาดเจ็บจนต้องขอถอนตัวจากทีมชาติฝรั่งเศสฟิตทันลงสนามในเกมเอฟเอ คัพ เมื่อคืนที่ผ่านมาแต่เห็นได้ชัดว่าทีมยังไม่ "ฟิตเปรี๊ยะ" เหมือนช่วงต้นฤดูกาล

การขาดหายไปของ ดีแคลน ไรซ์ และ บูกาโย่ ซาก้า สองหัวใจสำคัญแดนกลางในเกมล่าสุดส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งในเรื่องของเกมรุกและลูกตั้งเตะ

นอกจากนี้อาการบาดเจ็บใหม่ของ กาเบรียล มากัลเญส ที่เจ็บซ้ำจากเกมแพ้เซาธ์แฮมป์ตันตัน รวมทั้งปิเอโร่ อินกาปิเอ้ ที่จ็บจากเกมอุ่นเครื่องจนต้องถอนตัวจากทีมชาติเอกวาดอร์ทำให้แผงหลังเริ่มระส่ำระสาย

เอฟเฟกต์ต่อพรีเมียร์ลีก: ช่องว่าง 9 แต้มที่ "ไม่ปลอดภัย"

แม้ตารางคะแนนปัจจุบัน อาร์เซน่อลจะนำ แมนฯ ซิตี้ อยู่ 9 แต้ม แต่หากพิจารณาลึกๆ จะพบว่าสถานการณ์ของ "ปืนใหญ่" สุ่มเสี่ยงกว่าที่คิด

ซิตี้มีเกมในมือ: ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า แข่งน้อยกว่า 1 นัด หากชนะได้ช่องว่างจะเหลือ 6 แต้มทันที

สงครามตัดสินแชมป์ที่เอติฮัด: ในวันที่ 19 เมษายน นี้ อาร์เซน่อลต้องบุกไปเยือน แมนฯ ซิตี้ ซึ่งหากพวกเขาแพ้ในเกมนี ช่องว่างจะถูกบีบจนหายใจรดต้นคอ

โมเมนตัมที่ต่างกัน: ในขณะที่อาร์เซน่อลแพ้รวดในบอลถ้วย 2 รายการติด แต่ แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลับแสดงให้เห็นถึง "ออร่าของผู้ชนะ" ทั้งอัด "ปืนใหญ่" คว้าแชมป์คาราบาวคัพ ต่อด้วยถล่มลิเวอร์พูล 4-0 คือการส่งสัญญาณว่าพวกเขารู้ดีว่าต้องทำอย่างไรในช่วง 7-8 นัดสุดท้าย แม้แต้มจะห่าง 9 คะแนน (แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด) แต่จิตวิทยาตอนนี้เทไปทางฝั่งสีฟ้าอย่างชัดเจน

ประสบการณ์ "การไล่ล่า" ของซิตี้คือสิ่งที่แฟนบอลปืนใหญ่หวาดกลัวที่สุดจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

2 สัปดาห์มหาโหดชี้ชะตาแชมป์อาร์เซน่อล

จากนี้ไป อาร์เซน่อล ต้องเจอบทพิสูจน์ "จิตใจของผู้ชนะ"ครั้งใหญ่ ซึ่งกำลังเริ่มต้นขึ้นกับโปรแกรม 5 นัดถัดไป:

  • UCL 7 เม.ย.: พบ สปอร์ติ้ง ลิสบอน (เยือน) - ห้ามพลาดเด็ดขาดหากไม่อยากพลาดถ้วยที่ 3
  • PL 11 เม.ย.: พบ บอร์นมัธ (เหย้า) - ต้องเก็บ 3 แต้มเพื่อดึงความมั่นใจ
  • UCL 15 เม.ย.: พบ สปอร์ติ้ง ลิสบอน (เหย้า) - ตัดสินเส้นทางถ้วยที่ 3
  • PL 19 เม.ย.: พบ แมนฯ ซิตี้ (เยือน) - แมตช์ตัดสินแชมป์อย่างไม่เป็นทางการ
  • PL 25 เม.ย.: พบ นิวคาสเซิล (เหย้า) - บททดสอบความอึด

โปรแกรม 5 นัดถัดไปของแมนฯ ซิตี้:

  • PL 12 เม.ย.: พบ เชลซี (เยือน)
  • PL 19 เม.ย.: พบ อาร์เซน่อล (เหย้า)
  • FA Cup 25/26 เม.ย.: รอบรองชนะเลิศ
  • PL 4 พ.ค.: พบ เอฟเวอร์ตัน (เยือน) 
  • PL 5 พ.ค.: พบ เบรนท์ฟอร์ด (เหย้า)

หากอาร์เตต้าไม่สามารถอุดรอยรั่วในเกมรับและเรียกความมั่นใจของลูกทีมกลับมาได้ในเร็ววัน จากความหวังลุ้น 4 แชมป์ อาจลงเอยด้วยการ "มือเปล่า" เหมือนที่สื่ออังกฤษเริ่มตั้งคำถาม... หรือนี่จะเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยที่น่าเจ็บปวดที่สุดของเหล่าเดอะ กันเนอร์ส?



ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport