เจาะปมร้อน "เชลซี" ทำไมขุมกำลังสตาร์ถึงเริ่มแตกคอ และออกมาโจมตีสโมสร?

เจาะปมร้อน "เชลซี" ทำไมขุมกำลังสตาร์ถึงเริ่มแตกคอ และออกมาโจมตีสโมสร?
เจาะลึกวิกฤตศรัทธาในรั้ว เชลซี ทำไมเหล่านักเตะตัวเก่งถึงพร้อมใจกันออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดการสโมสร พร้อมอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดที่แฟนบอลต้องรู้

เหมือนที่เขาว่ากันว่า ธุรกิจกับชัยชนะมักเป็นสองสิ่งที่เดินคู่กันเสมอ แต่สำหรับ เชลซี ในยุคของกลุ่มทุน BlueCo ดูเหมือนว่าสมการที่พวกเขาพยายามแก้กลับยิ่งซับซ้อนและห่างไกลจากคำว่าความสำเร็จออกไปทุกที

ภาพการปราชัยต่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยสกอร์รวมสองนัดถึง 8-2 ในศึกแชมเปียนส์ลีก ไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ที่น่าอับอาย แต่มันคือ "จุดเดือด" ที่ทำให้รอยร้าวภายในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ปริแตกออกมาสู่หน้าสื่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อเหล่านักเตะตัวหลักที่สโมสรฟูมฟักและทุ่มเงินมหาศาลดึงมาร่วมทัพ กลับพร้อมใจกันประสานเสียงวิพากษ์วิจารณ์การจัดการของสโมสรแบบตรงไปตรงมา

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ "สิงห์บลูส์" ชุดนี้เดินมาถึงวิกฤตศรัทธา? และทำไมนักเตะอย่าง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ หรือ มาร์ก กูกูเรย่า ถึงเลือกที่จะไม่เงียบอีกต่อไป? 

การปลด "เอ็นโซ่ มาเรสก้า" และภาวะสูญเสียอัตลักษณ์

สำหรับนักฟุตบอลอาชีพ "ความต่อเนื่อง" คือหัวใจสำคัญ

แต่บอร์ดบริหาร เชลซี กลับเลือกตัดวงจรนั้นด้วยการปลด เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์สโมสรโลกและกำลังพาทีมลุ้นท็อปโฟร์ออกไปในช่วงกลางฤดูกาลเพียงเพราะความเห็นที่ไม่ตรงกันเรื่องการซื้อขาย

เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ กองกลางตัวความหวังยอมรับว่าการจากไปของ มาเรสก้า "ทำให้ทีมเจ็บปวดมาก" เพราะนักเตะเริ่มปรับตัวเข้ากับระบบและอัตลักษณ์ที่ชัดเจนได้แล้ว

ขณะที่ มาร์ค กูกูเรย่า ก็ออกมาสับเละว่าการเปลี่ยนม้ากลางศึกคือต้นเหตุของความไร้เสถียรภาพ และความสับสนในทีม

นโยบาย "เด็กเทพ" ที่ขาดความสมดุล

กลยุทธ์การกว้านซื้อนักเตะอายุน้อยด้วยสัญญาระยะยาวเพื่อหวังสร้างมูลค่าในอนาคต คือสิ่งที่ BlueCo ภาคภูมิใจ แต่มันกลับเป็นสิ่งที่นักเตะรุ่นพี่มองว่าเป็นจุดอ่อน

กูกูเรย่า ชี้ให้เห็นว่าการมีแต่ดาวรุ่งศักยภาพสูงนั้น "ไม่เพียงพอ" สำหรับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก หรือแชมเปียนส์ลีก เพราะทีมขาดนักเตะที่มีประสบการณ์ในการรับมือกับความกดดันในเกมใหญ่

ความพ่ายแพ้ยับเยินต่อ PSG คือหลักฐานชั้นดีว่าฟุตบอลไม่ได้เล่นกันแค่ที่ "Potential" แต่มันต้องการ "Experience" ซึ่งบอร์ดบริหารดูจะมองข้ามไป

ระบบการจัดการที่ "ไร้หัวใจ"

เบื้องหลังวิกฤตครั้งนี้ยังมีเรื่องของ "ศรัทธา" ต่อระบบบริหารที่เปลี่ยนไป

เชลซี สูญเสียทีมแพทย์ชุดเดิมที่อยู่กับสโมสรมานานกว่า 17 ปี ผ่านการแจ้งพ้นสภาพทาง Zoom ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ วิกฤตนักเตะบาดเจ็บที่พุ่งสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของลีก ซึ่งนักเตะในทีมรู้สึกว่าสโมสรตัดสินใจเรื่องนี้อย่างเร่งรีบและขาดความเข้าใจในจิตวิทยาฟุตบอล

ยิ่งไปกว่านั้น การแต่งตั้ง เลียม โรซีเนียร์ ที่ถูกมองว่าเป็น "Yes Man" จากสโมสรในเครืออย่าง สตราส์บูร์ก ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ว่าบอร์ดบริหารต้องการเพียงแค่คนมาคุมทีมตามสั่ง มากกว่าที่จะต้องการยอดกุนซือที่มีปากมีเสียงเพื่อผลประโยชน์ของทีมจริง ๆ

ปัญหาสัญญาและใจที่เริ่มโบยบิน

เมื่อผลงานในสนามไม่เป็นไปตามเป้า และบรรยากาศในห้องแต่งตัวเริ่มเป็นพิษ นักเตะตัวหลักที่เซ็นสัญญาระยะยาวไว้อย่าง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ก็เริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไป

มีรายงานว่าเขาเริ่มมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีม และเริ่มส่งสัญญาณถึง "เรอัล มาดริด" ในช่วงเบรกทีมชาติ

ขณะที่ กูกูเรย่า เองก็ไม่ปิดบังความปรารถนาในการย้ายไป บาร์เซโลน่า นี่คือความเสี่ยงที่ BlueCo อาจคาดไม่ถึง ว่าสัญญาระยะยาว 8-9 ปี ไม่ได้ช่วยการันตีความสุขของนักเตะเมื่อสโมสรขาดความทะเยอทะยานในระดับที่พวกเขาต้องการ

เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ BlueCo ลงทุนไปแล้วกว่า 1.5 พันล้านปอนด์ แต่กลับมีผลประกอบการติดลบเป็นสถิติอังกฤษถึง 355 ล้านปอนด์ และที่แย่ไปกว่านั้นคือการเสีย "ความเชื่อใจ" จากทั้งแฟนบอลที่ตะโกนไล่ เอ็กบาลี ในสนาม และนักเตะที่เริ่มตั้งคำถามกับโปรเจกต์นี้

ฟุตบอลไม่ใช่แค่ตัวเลขใน Excel หรือโมเดลธุรกิจที่ซับซ้อน แต่มันคือเรื่องของอารมณ์ ความเชื่อมั่น และความเป็นหนึ่งเดียวกัน ... หากบอร์ดบริหารยังคงมองว่าตัวเองเก่งกว่าโค้ช หรือมองข้ามความสำคัญของประสบการณ์ในสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็อาจจะยังต้องจมอยู่กับกองซากปรักหักพังของความทะเยอทะยานที่ "ไร้ทิศทาง" นี้ต่อไปอีกนาน


ตัน กวาร์ดิโอล่า



ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport