ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ฮาจิเมะ โมริยาสุ กุนซือทีมชาติญี่ปุ่น เคยไปฝึกฟุตบอลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 1990 ท่ามกลางเหล่าซูเปอร์สตาร์ยุคป๋าเฟอร์กี้
หากเราย้อนกลับไปมองภาพของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ ชายวัย 57 ปี ที่ยืนถือสมุดเล่มเล็กริมสนาม คอยจดบันทึกรายละเอียดการแข่งขันอย่างขะมักเขม้น
แฟนบอลหลายคนอาจจะคุ้นชินกับภาพกุนซือจอมแท็กติกที่พา “ซามูไรบลู” ล้มยักษ์ในฟุตบอลโลกมานักต่อนัก
แต่ลึกลงไปในลายเส้นเหล่านั้น มีบทเรียนล้ำค่าที่เขาได้รับจากสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซ่อนอยู่
ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เขามีวิสัยทัศน์ในการพาฟุตบอลญี่ปุ่นก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ
ติดตามเรื่องนี้ไปพร้อมกันที่ Siamsport
บทเรียนในรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด
ย้อนกลับไปในเดือนเมษายน ปี 1990 ในยุคที่เจลีกยังไม่ถือกำเนิดขึ้น ฮาจิเมะ โมริยาสุ ในวัยหนุ่ม
ซึ่งขณะนั้นยังเป็นเพียงนักเตะนิรนามของทีมมาสด้า (ซานเฟรชเช ฮิโรชิม่า ในปัจจุบัน) ได้รับโอกาสเดินทางไปฝึกฟุตบอลที่สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 1 เดือน
ในช่วงเวลานั้น ทีมปีศาจแดง ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กำลังอยู่ในช่วงสร้างตัวและเพิ่งจะปิดฤดูกาลด้วยตำแหน่งแชมป์ เอฟเอ คัพ
แม้ว่า โมริยาสุ จะลงฝึกซ้อมกับทีมชุดสำรองเป็นหลัก แต่เขาก็ได้สัมผัสการฝึกซ้อมของยอดดาวดังอย่าง ไบรอัน ร็อบสัน อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ครั้งนั้นไม่ได้มีเพียงแค่กลิ่นอายของความสำเร็จ สิ่งที่ โมริยาสุ ต้องเผชิญคือคำสบประมาทจากคนในท้องถิ่นที่ถามเขาว่า “คนญี่ปุ่นเล่นฟุตบอลเป็นด้วยหรือ?”
คำถามนี้บอกเราทุกอย่างถึงสถานะของฟุตบอลญี่ปุ่นในสายตาชาวโลกยุคนั้นที่เป็นเพียงมดปลวกในวงการลูกหนัง
แต่ โมริยาสุ ก็ไม่ได้เก็บมาท้อแท้ เขากลับใช้คำดูถูกเหล่านั้นมาเป็นเชื้อไฟในการพัฒนาตนเองและวงการฟุตบอลญี่ปุ่น
จนปัจจุบันเขาสามารถพาทีมชาติญี่ปุ่นทะลุขึ้นไปเป็นทีมระดับโลกที่บุกไปโค่นได้ทั้ง เยอรมนี, สเปน และล่าสุดคือการบุกไปเฉือนชนะ อังกฤษ ถึงเวมบลีย์ 1-0 เมื่อไม่นานมานี้