สเปอร์ส ประกาศแยกทางกับ อีกอร์ ทูดอร์ หลังคุมทีมได้เพียง 7 นัดและเก็บได้เพียงแต้มเดียวในลีก ส่งผลให้ "ไก่เดือยทอง" ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอย่างหนักใน 7 เกมสุดท้ายของฤดูกาล และจากสถานการณ์ของทีมในตอนนี้บอร์ดบริหารจำเป็นต้องดึงกุนซือมีประสบการณ์พรีเมียร์ลีกเข้ามากู้สถานการณ์แบบโดยด่วน
การจากไปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้: บทสรุป 7 นัดของทูดอร์
การที่ อีกอร์ ทูดอร์ ต้องอำลาถิ่นท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม หลังจากเข้ามาทำหน้าที่ได้เพียง 7 นัด ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจนัก ไมเคิล บริดจ์ ผู้สื่อข่าวจาก Sky Sports News ระบุว่านี่คือ "การเดิมพันครั้งสุดท้าย" ของสเปอร์สเพื่อรักษาที่ว่างในพรีเมียร์ลีกเอาไว้
ทูดอร์เข้ามาแทนที่ โธมัส แฟรงค์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่เขาสามารถพาทีมเก็บได้เพียง 1 คะแนนจาก 5 นัดในลีก ทำให้ปัจจุบันสเปอร์สอยู่เหนือโซนตกชั้นเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียง 7 นัด
เหตุการณ์เศร้าเกิดขึ้นซ้ำสอง เมื่อทูดอร์ได้รับแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ มาริโอ บิดาของเขาเพียงไม่กี่วินาทีหลังจบเกมที่พ่ายน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งเขาได้เดินทางไปประกอบพิธีศพที่โครเอเชียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แม้ทูดอร์จะเป็นที่รักของคนในสโมสรและจากกันด้วยดี แต่วิกฤตของทีมทำให้บอร์ดบริหารต้องตัดสินใจเด็ดขาด
"สเปอร์สต้องนึกถึงตัวเอง การตกชั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ แต่มันมีความเป็นไปได้สูงมากในตอนนี้" - ไมเคิล บริดจ์ กล่าว
สรุปผลงาน 7 นัดภายใต้การคุมทีมของ อีกอร์ ทูดอร์
แม้จะมีสัญญาณที่ดีในเกมบุกไปเสมอลิเวอร์พูล ต่อดวบเอาชนะแอตเลติโก มาดริดในบ้าน (ซึ่งความกดดันน้อยกว่า) แต่ในเกมชี้ชะตากับฟอเรสต์ ทีมกลับไร้ปฏิกิริยาตอบสนองจนพ่ายไป 0-3 ซึ่งอาจทำให้ทีมหล่นไปอยู่ในโซนตกชั้นก่อนจะถึงเกมถัดไป
โจทย์ใหญ่ของกุนซือคนใหม่: ประสบการณ์พรีเมียร์ลีกคือหัวใจหลัก
แผนการของสเปอร์สคือการแต่งตั้งเฮดโค้ชคนใหม่ภายในไม่กี่วันนี้ เพื่อให้ทันช่วงที่นักเตะกลับมาจากโปรแกรมทีมชาติ กุนซือคนใหม่ (ไม่ว่าจะเป็นแบบถาวรหรือชั่วคราว) จะมีเวลาเตรียมทีมก่อนทำศึกสำคัญกับ ซันเดอร์แลนด์
คุณสมบัติที่สเปอร์สต้องการ:
ต้องมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก: ไม่จำเป็นต้องมี "DNA ของสเปอร์ส" แต่ต้องเป็นคนที่รู้ซึ้งถึงความยากในการไปเยือนวูล์ฟส์ หรือการรับมือทีมอย่างลีดส์และไบรท์ตัน
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้: ทูดอร์อาจเคย "ดับไฟ" ได้ที่ยูเวนตุสหรือลาซิโอ แต่เขาไม่เคยคุมทีมหนีตกชั้นในอังกฤษ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ต่างกันสิ้นเชิง
ปัญหาที่รากลึกกว่าแค่ตัวผู้จัดการทีม
แฟนบอลส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าปัญหาของสเปอร์สนั้นฝังรากลึกเกินกว่าจะโทษทูดอร์เพียงคนเดียว:
การเสริมทัพที่ล้มเหลว: ต่อเนื่องมาหลายปี นักเตะใหม่ทดแทนคนที่จากไปไม่ได้
ปัญหาอาการบาดเจ็บ: มีผู้เล่นบาดเจ็บซ้ำซ้อนตลอดเวลา
วินัยในสนาม: กัปตันทีมโดนแบน 4 นัด และกัปตันทีมเบอร์สองโดนใบแดงในเกมกับพาเลซ
ใครจะมารับ "งานที่เสี่ยงที่สุดในโลก"?
แม้สถานการณ์จะย่ำแย่ แต่สเปอร์สยังคงเป็นสโมสรที่ดึงดูดใจกุนซือชื่อดัง โดยก่อนหน้านี้ อันโตนิโอ คอนเต้ หรือ โชเซ่ มูรินโญ่ เคยก้าวมารับงานหรือแม้แต่ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ อดีตกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ที่เคยพาทีมติดลมบนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกเคยเปรยว่าอยากกลับมา
แต่ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้คือ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ซึ่งมีผลงานยอดเยี่ยมกับไบรท์ตันและมาร์กเซย และเป็นที่ชื่นชอบของ แดเนียล เลวี่ มานาน
อีกคนที่ตกเป็นข่าวและเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ฌอน ไดซ์ ที่มีประสบการณ์พาเอฟเวอร์ตัน รอดตกชั้นแบบหวุดหวิดในเกมนัดสุดท้ายของซีซั่น2022-23 แต่ก็มีตำหนิที่คุมฟอเรสต์ในซีซั่นนี้แล้วผลงานดิ่งลงเหวชนะแค่ 6 จาก 18 เกมที่คุมทีมจนโดนปลดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การรับงานตอนนี้มีความเสี่ยงสูงมาก หากทำทีมตกชั้นชื่อเสียงจะเสียหายทันที แต่ถ้าพาทีมรอดได้ ในช่วงซัมเมอร์สเปอร์สอาจกลับมาเป็นทีมเนื้อหอมสำหรับกุนซือระดับท็อปอีกครั้ง
โปรแกรม 7 นัดสุดท้ายพรีเมียรืลีกชี้ชะตาการอยู่รอด