ง่ายสุด ด้อยค่า .. อาร์เตต้า

ง่ายสุด ด้อยค่า .. อาร์เตต้า
จาก คอร์นเนอร์ เอฟซี สู่สองประตูที่ตะลึง ตึง ตึง

ใครเคยนั่งรถเมล จากจัตุรัสทราฟัลการ์ ไปสนามอาร์เซน่อล บ้างเอ่ย? (จะถามทำไมใช่ไหม)

ถ้าไม่ใช่ฝรั่ง คนโลคัล อาจจะเป็นคนบ้า .. คนหนึ่ง  ซึ่งใครคนนี้ เพิ่งกระทำเช่นนั้น!  เมื่อมุ่งหน้าไปชมเกมชปล. ต้อนรับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

เป็นครั้งแรก ที่ทำเช่นนี้ เพราะปกติ อยู่แห่งหนไหนในกรุงลอนดอน ก็จับสายสีน้ำเงิน (พิคคาดิลลี่ ไลน์) ไปลงป้าย ฮอลโลเวย์ โหรด (ถนน ออกเสียงต่ำหน่อย) หรือป้ายอาร์เซน่อล เดินทางสะดวกมาก, หรือบางคนอาจใช้สายสีฟ้า (วิคทอเรีย ไลน์) ลง ฟินส์บิวรี่ พาร์ค แล้วเดินหน่อย

หนนี้ ในวันที่แดดแจ่ม อุณหภูมิอยู่แถว 14-15 องศาเซลเซียส (สำหรับคนใช้ชีวิตเมืองหนาว อยากให้รู้ว่า ได้เห็นเลขสองหลักแบบนี้ มันดีมากๆ นะเธอเอ๋ย) เข้ามาเดินเล่นแถวใจกลางเมือง มีเวลาเหลือเฟือ ก็เลยให้ อากู๋ ช่วย

จำไว้อย่าง จะนั่งรถเมลไปทิศไหนของลอนดอน คิดอะไรไม่ออก ให้เริ่มต้นที่จุดหลักไมล์ที่ศูนย์  Trafalgar Square ไว้ก่อนครับ ยิ่งเป็นเนิ่นนานมาแล้ว สมัยเที่ยวกลางคืนทุกสุดสัปดาห์ หา night bus กลับบ้าน ก็ต้องตรงนี้แหล่ะ

สรุปเกมสั้นๆ ปืนใหญ่ยังคงได้ลูกเตะมุมเยอะ อย่างที่ทีมงานโชเชียลห้างขายยาแซวแบบน่ารักก่อนดวลกัน และ กาเบรียล มากัลเญส ก็มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่จู่โจมแบบนี้ต้นเกม หากไม่ใช่วันของเขา โอกาสดีที่สุด คือการทะยานโหม่งตรงกลางประตูข้ามคาน

ความแตกต่างในแมตช์นี้ คือ 2 ประตูที่เจ๋งๆ มาก เริ่มจาก เอเบเรชี่ เอเซ่ คิดเร็ว ทำเร็ว ตะบันแรงอย่างกับกระสุนปืนใหญ่ สมกับฉายาทีม ในครึ่งแรก จากนั้น เดแคลน ไรซ์ แปเน้นจากหัวกะโหลก หลังจากคู่แข่งเคลียร์บอลโด่งออกมาเข้าทาง มิดฟิลด์หัวใจอาร์เซน่อล จับบอลแรกลงได้ดีมากฮะ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลกใจอะไร

จากนัดแรกที่โชคดี ผู้ตัดสินเข้าข้างชี้ให้ โนนี่ มาดูเอเก้ ตัวสำรองเรียกจุดโทษได้ (อยู่ที่ดุลพินิจผู้ตัดสินแหล่ะ และฟุตบอลสมัยใหม่ แตะกันนิดหน่อย แทบจะไม่โดนตัว ฝ่ายรุกก็ได้เปรียบ) มาถึงนัดสองนี่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ครองบอลได้เยอะกว่าอีกนะครับ เยอะกว่ามากด้วย 59 - 42 % , ลูกเตะมุม ห้างขายยาก็ด้อยกว่าเล็กน้อย 8 ต่อสิบ แต่ แต่ แต่ สิ่งสำคัญสุดคือ การเข้าทำตรงกรอบ การคุกคามที่ใกล้เคียงน้อยมาก ท้ายเกมที่ ดาบิด รายา ต้องพุ่งปัด

สำหรับใครคนนี้ ไม่ต้องชมคีพเพอร์ก็ได้ เพราะไม่ได้ยากขนาดนั้น (อันนี้ ไม่ได้ด้อยค่านะ ชม ชมคนเซฟ)

ขึ้นรถเมลสาย 29  (ต้นสายคือ ชาร์ลิ่ง ครอส ที่อยู่ติดกับ ทราฟัลการ์ สแควร์) ตอน 15.22 น. ก้าวขาขึ้นชั้นบน นั่งหน้าเลย เสมือนนักท่องเที่ยวท่านหนึ่ง  วิ่งผ่าน เลสเตอร์ สแควร์ - ท็อตแน่ม คอร์ต - ยาวไปก่อนผ่าน แคมเด้น  (กลิ่นกัญชาโรยมาแต่ไกล) - เฉียดสถานีเซนต์ แพนคราส (นั่งรถไฟยูโรสตาร์ ไปปารีส, บรัสเซลส์, อัมสเตอร์ดัม ได้)  จากนั้นยาวมาลงมาป้าย Holloway Nags Head  รวมแล้วก็ 45 นาที  เป็นละแวกไฮสตรีท ใกล้สนามเอมิเรตส์ ที่ชวนให้นึกถึงบ่านเก่า อีสต์แฮม ที่รุ่นพี่ระดับตำนานอย่าง พี่น้องหนู และ บิ๊กจ้ะ เคยอยู่กัน มันจะไม่ใช่ย่านหรูหรานัก ถ้าพูดแบบให้เกียรติ ฮ่า ..

ภาพเพ้นต์โฆษณาโค้ก หน้าซอย ฮอร์นซี่ย์ โหรด ที่เดินเข้าไปก็จะเจอกับฝั่งหน้าสนามที่มี ปืนใหญ่ตั้งตระหง่านเชิญชวนให้ถ่ายรูปคู่ เขียนว่า COME ON YOU GOONERS

เพื่อนๆ สับสนกันไหมครับ ระหว่าง กันเนอร์ส กับ กูนเนอร์ส  แตกต่างกันอย่างไร ?

สิ่งที่ผมเห็น กันเนอร์ส (ฉายาทีม ผู้เล่น โค้ช หรือสโมสร) ในซีซั่นนี้ และจนกระทั่ง นัดล่าสุด อย่างเกมลำบากในลีก แต่ก็เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน จนได้ และที่เข้าสนามเอง ดับห้างขายยา ก็คือ มิเกล อาร์เตต้า & ลูกทีมของเขา เสียประตูยาก และสุดท้าย จะหาวิธีชนะ ได้เอง

โอเคหล่ะ ระหว่างซีซั่น มันก็ต้องมีช่วงสะดุด ช่วงฟอร์มตก แต่อาร์เซน่อล ก็ยังแน่นอนกว่า แมนฯ ซิตี้ แน่นอนกว่าคู่แข่งอื่นๆ  ก็เลย นำโด่งในพรีเมียร์ลีก,  เข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก (เจอกับ สปอร์ตติ้ง ลิสบอน ก็เป็นต่ออีก แบบนี้ น่าจะมองล่วงหน้าว่า น่าเข้า เซมิฯ อย่างน้อยไหมหล่ะ?), เอฟเอคัพถึงควอเตอร์ไฟนอล เช่นกัน ต้นเดือนหน้า ไปเจอทีมแชมเปี้ยนชิพ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้ลุ้นทุกรายการ ตรงนี้ เพื่อนๆ ลองช่วยกันแสดงความเห็นน้อยว่า มร. อาร์เตต้า จะได้ชูกี่ถ้วยฮะ ?

การที่ มิเกล อาร์เตต้า โดนด้อยค่า ว่าเล่นฟุตบอลน่าเบื่อ เอาแต่ลูกเซตพีซ โดยเฉพาะลูกเตะมุม จนแซวกันว่า Corner FC , อดีตนักบอลบางคน ออกมาพูดว่า เล่นแบบนี้ เขาไม่นับว่า อาร์เซน่อล เป็นแชมป์ - ทุกอย่างนี้ ให้มองเป็นแง่บวกซะ

โดนด้อยค่า แสดงว่า ทีมคุณอยู่ในกระแส

และความสำเร็จ ไม่เลือกวิธีที่ใช้ ..

ถามหน่อย เมื่อก่อน อาร์เตต้า ทำบอลสนุก แล้วเป็นได้แค่พระรอง คนก็ด้อยค่าว่า "อ่อน" ,  ฤดูกาลนี้ นอกจากเป็นผลพวงของการที่ค่อยๆ สร้างทีมมา แล้วก็มีการปรับเปลี่ยนการเล่น อาจจะน่าเบื่อสำหรับคนอื่น แต่มันเวิร์คสำหรับ อาร์เซน่อล เอง

ผู้ชนะเขียนประวัติศาสตร์ครับ ระหว่าง การเป็นแชมป์เพราะ ลูกคอร์นเนอร์ / ลูกเซตพีซ กับวืดแชมป์ แต่เล่นสวย เหล่ากูนเนอร์ส (แฟนบอลของทีม) แทบไม่ต้องเลือกเลย หลังจากเนิ่นนานเป็น 22 ปีแล้ว !!

นึกถึง ผู้จัดการทีมคนหนึ่งที่ผมหลงใหล และมีโอกาส ได้นั่งชมลีลาการคุมเกมข้างสนามแบบใกล้ๆ บ่อยครั้ง เพราะเพรส บ๊อกซ์ ของเชลซี อยู่ด้านหลังม้านั่งสำรอง ห่างกันไม่กี่แถว

ซีซั่น 2004-05 เดอะ สเปเชียล วัน เข้ามาคุมทีมเป็นปีแรก และได้แชมป์พรีเมียร์ลีกทันที พวกเค้าแพ้แค่ 1 นัดตลอดซีซั่น ได้มากถึง 95 แต้ม  แต่เบื้องหลังความสำเร็จคืออะไรครับ ..

โชเช่ มูรินโญ่ ทำงานละเอียดมาก ผมเห็นบ่อยครั้งที่พอสักนาที 80 ไป จะเน้นรักษาผลที่นำอยู่ ปิดเกมแบบโจ๋งครึ่ม (คนชม) ซึ่งทั้งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก สิงห์บลูส์ปีนั้น เสียแค่ 15 ประตู,  ทว่าอีกมุมนึง พวกเค้ายิงรวม 72 ประตูเท่านั้น น้อยกว่า อาร์เซน่อลภายใต้ อาร์แซน เวนเกอร์ 15 ประตู ดาวซัลโวของแชมเปี้ยนส์ คือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ..

แลมพ์ ยิงในลีกได้แค่ สิบสามประตู ฮ่าๆ !!

วิคเตอร์ โยเคเรส อาจจะไม่ใช่ศูนย์หน้าเวิลด์ คลาส แต่ขาดอีกแค่ 2 ประตู ก็จะเท่ากับ แลมพาร์ด ดาวซัลโวสูงสุด ในปีแรกของยุคทองมูรินโญ่ ที่เกาะอังกฤษ ยุคที่เสียประตูยากมาก

ย้ำว่า การดิสเครดิตคนอื่น เป็นสิ่งที่มนุษย์เรากระทำง่ายสุด

แต่เมื่อไหร่ มิเกล อาร์เตต้า ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก เป้าใหญ่สุดแน่นอนแล้ว วันนั้นแหล่ะ เสียงตำหนิต่างๆ ก็จะลดทอนน้ำหนักลงไปเอง

หากก็ต้องแยกแยะกันนะครับ, ถ้า กูนเนอร์สคนไหนเป็นเพื่อน - น้องสนิทผม ได้แชมป์แล้ว ใครคนนี้ก็จะหาเรื่องมาถากถางได้อยู่ดี ha-ha ..

-ลิตเติ้ลโจ-



ที่มาของภาพ : Reuters
BY : ลิตเติ้ลโจ
สุรศักดิ์ มากทวี
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport