วิเคราะห์โอกาส อาร์เซน่อล คว้า 4 แชมป์ พรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ลีก, เอฟเอคัพ และคาราบาวคัพ หลังฟอร์มดุจ่าฝูงทิ้งห่าง พร้อมลุ้นถ้วยแรกปลายมีนาคมนี้
หากย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล คงไม่มีใครกล้าลงเดิมพันว่าทีมที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็น "พระรอง" มาตลอด 3 ปีหลังสุด จะก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดที่ห่างจากสถานะ "ตำนานตลอดกาล" เพียงแค่ 19 เกม
แต่ในวันนี้ อาร์เซน่อล ภายใต้การนำของ มิเกล อาร์เตต้า ไม่เพียงแต่กำลังนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ด้วยช่องว่าง 9 คะแนน พวกเขากำลังอยู่บนเส้นทางที่ "ไม่เคยมีสโมสรฟุตบอลอังกฤษหน้าไหนทำได้มาก่อน" นั่นคือการคว้า 4 แชมป์ ในฤดูกาลเดียว
และนี่คือบทวิเคราะห์เจาะลึกสไตล์ Siamsport ถึงโอกาสและความเป็นไปได้ที่ประวัติศาสตร์ลูกหนังโลกจะถูกเขียนขึ้นใหม่โดยกองทัพปืนใหญ่ในฤดูกาล 2025/26 นี้
รากฐานที่มั่นคง และ "Set-piece" ที่เป็นดั่งลมหายใจ
ความสำเร็จของ อาร์เซน่อล ในซีซั่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่มาจาก "โครงสร้างเกมรับ" ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป พวกเขามีค่า Expected Goals (xG) เสียประตูน้อยที่สุดในลีกเพียง 6.14 และเสียประตูไปเพียง 5 ลูกจากการลงสนาม 11 นัดแรก
แต่สิ่งที่ทำให้คู่แข่งหวาดผวาที่สุดกลับเป็น "ลูกนิ่ง" อาร์เตต้า ได้สร้างทีมให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเซตพีซ โดยทำประตูจากจังหวะเหล่านี้ไปแล้วถึง 10 ประตู คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประตูทั้งหมดที่ทำได้ การเพิ่มตัวจิ๊กซอว์อย่าง มาร์ติน ซูบิเมนดี้ เข้ามาในแดนกลาง และความหลากหลายของ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ทำให้ทีมมีความยืดหยุ่นทางแท็กติกสูงขึ้นอย่างชัดเจน
อาวุธหนักจากสวีเดน และ "เด็กนรก" ผู้ทำลายสถิติ
ในเกมรุก การเซ็นสัญญา วิคตอร์ โยเคเรส เข้ามาด้วยค่าตัวมหาศาล พิสูจน์แล้วว่าเป็นดีลที่คุ้มค่าทุกปอนด์ เขาไม่ใช่แค่กองหน้าที่รอจบสกอร์ แต่เป็น "ตัวทำลายมิดบล็อก" ที่คอยปั่นป่วนกองหลังคู่แข่งตลอดเวลา
ทว่าเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อที่สุดในฤดูกาลนี้คือการแจ้งเกิดของ "แม็กซ์ ดาวแมน" ไอ้หนูมหัศจรรย์วัยเพียง 16 ปี 73 วัน ที่เพิ่งจารึกชื่อเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ในเกมชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ความกล้าเล่นและความมหัศจรรย์ของดาวแมนคือ "อาวุธลับ" ที่ อาร์เตต้า เลือกใช้ในช่วงเวลาที่ทีมต้องการจุดเปลี่ยน
ความท้าทายบนเส้นทาง Quadruple : ทำได้จริงหรือแค่ฝันหวาน?
เมื่อมองไปที่โอกาสในแต่ละรายการ ต้องยอมรับว่า "กราฟ" ของ อาร์เซน่อล กำลังพุ่งถึงขีดสุด
คาราบาว คัพ : พวกเขาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 22 มีนาคม นี้ โดยจะพบกับ แมนฯ ซิตี้ ซึ่ง อาร์เซน่อล ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่ง
พรีเมียร์ลีก : ช่องว่าง 9 แต้มเหนือแมนซิตี้ ทำให้โอกาสคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกตั้งแต่ปี 2004 ดูสดใสมาก
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก : เส้นทางสู่รอบชิงที่ถูกมองว่าค่อนข้างเป็นใจ หากผ่าน เลเวอร์คูเซ่น ไปได้ พวกเขาจะพบผู้ชนะระหว่าง โบโด กลิมท์ หรือ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในรอบ 8 ทีม
เอฟเอ คัพ : ทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศพบกับ เซาธ์แฮมป์ตัน และแน่นอนมันไม่ใช่งานยากสำหรับทีมที่จะเป็นแชมป์
นับถอยหลังสู่ความยิ่งใหญ่
จากอัตราต่อรองคว้า 4 แชมป์ที่เคยพุ่งสูงถึง 33/1 ตอนนี้ถูกหั่นลงมาเหลือเพียง 16/1 เท่านั้น อาร์เซน่อล ในเวอร์ชั่น 2025/26 ไม่ใช่ทีมที่เล่นเอาสวยงามอย่างเดียว แต่เป็นทีมที่มีความ "เขี้ยว" และ "อดทน" ในแบบที่ทีมแชมป์ควรจะมี
อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์สอนเราเสมอว่า Quadruple คือสิ่งที่ยากที่สุดในโลกฟุตบอล อาการบาดเจ็บของ บูคาโย่ ซาก้า หรือ มาร์ติน โอเดการ์ด ที่มักจะวนเวียนมากวนใจ อาจเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าพวกเขาจะจบฤดูกาลด้วยการเป็น "อมตะ" หรือเป็นเพียงแค่ "ฤดูกาลที่น่าจดจำแต่ไร้ถ้วยรางวัล" ไม่มีใครรู้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนในฤดูกาลนี้ ...
-ตัน กวาร์ดิโอล่า-