อย่าเพิ่งโยนบาป? วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล กำลังใช้งาน โม ซาลาห์ ผิดวิธี

อย่าเพิ่งโยนบาป? วิเคราะห์ ลิเวอร์พูล กำลังใช้งาน โม ซาลาห์ ผิดวิธี
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานในฤดูกาลนี้ ฟอร์มของเขาดร็อปอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้นักเตะโดนวิจารณ์อย่างหนักโดยเฉพาะในเกมที่แพ้ กาลาตาซาราย 0-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก แต่นั่นเป็นเพราะฟอร์มของนักเตะหรือการวางแท็กติกของกุนซือ !!??

ผลงานที่เปลี่ยนไปบางทีอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการวางแท็กติกจากฤดูกาลที่แล้วมาสู่ฤดูกาลนี้ นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผลงานของ "บังโม" ร่วงกราวรูดจนแฟนบอล "หงส์แดง" ยังแทบไม่อยากเชื่อ  

ซาลาห์ เคยถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก โดยฤดูกาลก่อนยิงได้ 34 ประตู พร้อมทำ 23 แอสซิสต์ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นนักเตะที่ดูขาดความมั่นใจอย่างหนัก และทำไปได้เพียง 9 ประตูในฤดูกาลนี้

ฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ถูกออกแบบแท็กติกมาเพื่อดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของ ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ ออกมา แต่ในซีซั่นนี้ พวกเขากลับเหมือนต้องแบกเขาไว้แทน อย่างไรก็ตาม คำถามคือทั้งหมดเป็นความผิดของเขาจริงหรือไม่ ?

- การยืนตำแหน่งที่เปลี่ยนไป

ซาลาห์มักทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่อเล่นเป็นปีกที่เลี้ยงตัดเข้าใน โดยหาพื้นที่ว่างระหว่างตำแหน่งฟูลแบ็ก กับ เซนเตอร์แบ็กของคู่แข่ง ก่อนจะหาโอกาสในการจบสกอร์ หรือส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมสร้างโอกาสยิงประตู

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ สตาร์จากแดนไอยคุปต์ กลับต้องยืนถ่างออกไปอยู่บริเวณริมเส้นมากขึ้น ยกตัวอย่างในเกมกับ กาลาตาซาราย จะเห็นได้ว่าเขาแทบจะยืนติดเส้นข้างสนามอยู่ตลอดเวลา

 ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ซาลาห์ สัมผัสบอลในเขตโทษของคู่แข่งเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทั้งที่ ลิเวอร์พูล ครองบอลได้ถึง 54 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้เขายังมีจังหวะสัมผัสบอลรวมเพียง 35 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่า จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ ถึง 10 ครั้ง และเป็นจำนวนสัมผัสบอลที่น้อยที่สุดในบรรดาผู้เล่นตัวจริงทั้งหมด ยกเว้นเพียง มิลอส เคอร์เคซ เท่านั้น ตามข้อมูลจาก FotMob

เมื่อเปรียบเทียบกับฤดูกาลที่แล้ว ในเกมที่ ลิเวอร์พูล ต้องไปเยือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งทีมครองบอลได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ซาลาห์ ยังคงสามารถสัมผัสบอลในเขตโทษคู่แข่งได้ถึง 5 ครั้ง ส่วนในเกมพบกับ กาลาตาซาราย เขาสร้างโอกาสได้เพียง 1 ครั้ง, จ่ายบอลเข้าสู่ พื้นที่สุดท้ายได้แค่ 1 ครั้ง และเลี้ยงบอลไม่ผ่านคู่แข่งเลย  

- ปรับแท็กติกผิดทำให้เกมรุกสะดุด

หลังจากที่ ซาลาห์ เล่นไม่ออกในเกมกับ กาลาตาซาราย อาร์เน่อล สล็อต เลือกที่จะเปลี่ยนตัวออกเขาออก และส่ง เจเรมี่ ฟริมปง ลงมาทำหน้าที่เป็นปีกขวาแทน และผลงานก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่  

ดาวเตะชาวดัตช์เป็นผู้เล่นที่มีความเร็วสูง คล่องแคล่วว่องไว แต่กลายเป็นว่าเจ้าตัวมีโอกาสสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษของ กาลาตาซาราย เพียง 2 ครั้ง และจ่ายบอลสำเร็จแค่ 5 จาก 9 ครั้ง เท่านั้น

จริงๆ แล้วการเปลี่ยนตัวที่น่าจะเหมาะสมกว่าน่าจะเป็นการถอด โจ โกเมซ ออกจากสนาม แล้วส่ง ฟริมปง ลงไปเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาแทน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ ซาลาห์ สามารถตัดเข้าในได้บ่อยขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ตัวสำรองมีพื้นที่วิ่งเติมเกมรุกทางริมเส้นได้มากขึ้น

- แนวรุกฝืดยกแผง

ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 11 ไม่ใช่ผู้เล่นแนวรุกเพียงคนเดียวของ ลิเวอร์พูล ต้องพบกับความยากลำบากในการสร้างเกมบุกในแมตช์นี้ เพราะพวกเขาเล่นแทบไม่ออกเมื่อเจอเกมรับที่เหนียวแน่นของ กาลาตาซาราย

ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ ซึ่งลงเล่นฝั่งซ้ายและเป็นการออกสตาร์ตตัวจริงครั้งแรกนับตั้งแต่วันวาเลนไทน์ ไม่สามารถสร้างโอกาสได้แม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่ อูโก้ เอกิติเก้ มีโอกาสยิงเพียง 2 ครั้ง โดยจังหวะสำคัญเป็นโอกาสหลุดเดี่ยวที่เกิดจากความผิดพลาดของผู้เล่นกาลาตาซาราย

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าช่วงที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ต้องใช้เวลาในการรอให้นักเตะใหม่ของทีมปรับตัวและประสานงานกันได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกันฟอร์มส่วนตัวของ โม ซาลาห์ ที่ดร็อปลงก็เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มีข้อถกเถียงว่า ทัพ "หงส์แดง" อาจกำลังใช้งาน ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากทีมกำลังพยายามลดการพึ่งพาเขา ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ในเวลานี้ดูเหมือนทีมยังไม่ควรทำแบบนั้น เพราะพวกเขายังไม่มีทางเลือกอื่นที่ชัดเจนมาทดแทน "บังโม" !!!



ที่มาของภาพ : reutersconnect
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport