'กุ๊กไก่' อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดถูก คริสตัล พาเลซ บุกมาอัดคาบ้าน 3-1 ไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีก 11 เกมติดต่อกันเข้าไปแล้วจนต้องประกาศภาวะฉุกเฉินแบบเต็มตัว
ต่อไปคือสิ่งที่อยากจะบอก
1. ตอนแรกเหมือน สเปอร์ส จะมีดวง
เมื่อถูกผู้มาเยือนทำประตูขึ้นนำก่อน แต่ VAR ยังมีเมตตาจับ 'ล้ำหน้า' โดยล้ำที่ใบหน้านิดเดียวจริงๆ จึงไม่ให้เป็นประตู
แล้วไม่กี่อึดใจต่อมา โดมินิค โซลันกี้ ก็กระทุ้งประตูให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0
โอกาสชนะแสยะยิ้มให้
2. กระโดดโลดเต้นกันได้ไม่นาน ภาพตัดกลับมาอีกครั้ง มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น ไปดึงผู้เล่นของ 'ดิ อีเกิ้ลส์' ที่หลุดเข้าไปในเขตโทษซะอย่างนั้น
ผู้ตัดสิน แอนดี้ เม็ดแลบ เอ๊ย! แมดลี่ย์ ไม่รอช้าควักใบแดงออกมาให้ปราการหลังคลับไก่ทันทีพร้อมจุดโทษแบบไม่มีข้อกังขา
สเปอร์ส ถูกตีเสมอ และเหลือผู้เล่น 10 คน
3. นับตั้งแต่นั้นความพินาศสิ้นก็มาเยือน
ยังไม่ทันจบครึ่งแรก คริสตัล พาเลซ กดน้องไก่ไส้แตกแบบไม่แจกทีวีสี พลิกกลับมานำเป็น 3-1
อดัม วอร์ตัน ทำคนเดียว 2 แอสซิสต์ ก่อนทีมเยือนจะเล่นแบบประคองตัว และรักษาสกอร์ในครึ่งหลังด้วยตัวผู้เล่นที่เยอะกว่า
4. เกมต่อไป สเปอร์ส จะบุกไปเยือน แอนฟิลด์ สังเวียนแข้งที่ตัวเองแทบจะไม่เคยมีชีวิตรอดกลับออกมา โดยไม่มีปราการหลังตัวสำคัญอย่าง มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น
แม้จะได้ คริสเตียน โรเมโร่ กลับมาจากโทษแบน แต่โอกาสนั่งเบียดกับความบรรลัยก็ยังมีสูงอยู่ดี และมีสิทธิ์ที่จะไม่ชนะ 12 นัดติดต่อกัน
5. อีกอร์ ทูดอร์ ได้รับสมญา 'นักดับเพลิง' เพราะมีความเชี่ยวชาญในการกู้ภัย
แต่นี่คือ 'สเปอร์ซี่' และพรีเมียร์ลีกที่โคตรฮาร์ดคอร์
เขาคุมไก่ 3 นัด แพ้มันทั้ง 3 นัด แถมโอกาสพุ่งชนความปราชัย 4 เกมติดต่อกันนับตั้งแต่คุมทีมก็มีสูงเหลือเกิน
เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบฟอร์มหลังกับทีมหนีตกชั้นด้วยกันอย่าง ฟอเรสต์ กับ เวสต์แฮม พวกเขาแย่กว่าอย่างชัดเจน
บางทีสิ่งที่ไม่เคยได้เห็นก็อาจได้เห็น