แฟนบอลพรีเมียร์ลีกได้เห็นแท็กติกแปลกตาเกิดขึ้น เมื่อ เอฟเวอร์ตัน และ เบรนท์ฟอร์ด ทดลองเปิดเกมด้วยการเตะโด่งสูงตั้งแต่คิกออฟ ซึ่งเป้นการเลียนแบบสไตล์รักบี้ หวังสร้างความปั่นป่วนแนวรับคู่แข่ง ขณะที่กูรูเชื่ออาจกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในลีก
ศึกพรีเมียร์ลีกเกิดแท็กติกใหม่ที่กำลังถูกพูดถึง เมื่อ เอฟเวอร์ตัน และ เบรนท์ฟอร์ด ลองทดลองใช้รูปแบบคิกออฟที่คล้ายกับกีฬารักบี้ในเกมนัดล่าสุด
สำหรับลูกเปิดเกมดังกล่าวนั้นทั้งสองทีมเลือกดีดบอลขึ้นเล็กน้อยก่อนเตะโด่งยาวขึ้นฟ้าตั้งแต่จังหวะเริ่มเกมเพื่อกดดันแนวรับของคู่แข่งทันที
เอฟเวอร์ตัน ใช้สูตรนี้ในเกมพบ เบิร์นลีย์ โดยที่ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่ ฮอลล์ รับบอลจากจุดคิกออฟแล้วเตะโด่งขึ้นหน้า ส่งผลให้ โจ วอร์รอลล์ กองหลังเบิร์นลี่ย์ จับจังหวะบอลยาก ก่อนจะโหม่งสกัดไปเข้าทาง เจมส์ โอไบรอัน ทำให้ เอฟเวอร์ตัน ดันเกมขึ้นไปเกือบครึ่งสนามภายในเวลาเพียง 10 วินาที


อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งสนามรูปแบบเปิดเกมดังกล่าวที่ เบรนท์ฟอร์ด นำไปใช้ในเกมบุกไปเยือน บอร์นมัธ กลับไม่ได้ผล หลังจาก มาธิอัส เยนเซ่น เตะบอลไปเข้ามือผู้รักษาประตู ยอร์เย่ เปโตรวิช โดยตรง
แนวคิดของแท็กติก “คิกออฟแบบรักบี้”
แนวคิดของแท็กติกนี้ค่อนข้างชัดเจน คือหวังให้กองหลังคู่แข่งอ่านวิถีบอลพลาด โหม่งเคลียร์บอลผิดพลาด หรือสกัดไปในตำแหน่งอันตราย โดย โธมัส แฟร้งค์ อดีตกุนซือ เบรนท์ฟอร์ด เคยอธิบายแท็คติกนี้ตั้งแต่ปี 2021 ว่า
“ฟุตบอลคือความบันเทิง บางครั้งการคิกออฟมันน่าเบื่อเกินไป เราเลยอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ และบอลที่ตกลงมาจากกลางอากาศนั้นป้องกันยากมาก”
เดิมที เบรนท์ฟอร์ด เคยใช้แนวคิดนี้มาก่อน และการที่ทีมมีผู้อำนวยการเทคนิคอย่าง เบน ไรอัน ซึ่งเคยคุมทีมรักบี้เซเว่นของอังกฤษและฟิจิ ก็ทำให้แนวคิดจากรักบี้ถูกนำมาปรับใช้กับฟุตบอลได้ง่ายขึ้น
ฟุตบอลยุคใหม่ เน้น “พื้นที่” มากกว่า “การครองบอล” โดยปัจจุบันหลายทีมเริ่มเปลี่ยนแนวคิดการคิกออฟ แทนที่จะครองบอลต่อทันทีเหมือนในอดีต เราได้เห็นหลายทีมเลือกเตะบอลไปมุมสนาม หรือเตะออกไปใกล้ปากประตูคู่แข่งเพื่อขึ้นไปบีบให้คู่แข่งเล่นในพื้นที่แคบ
แม้แต่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็เคยใช้แท็กติกลักษณะนี้หลายครั้งระหว่างเส้นทางคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมาจนเป็นภาพชินตา โดยพวกเขามักเลือกเปิดเกมด้วยการเตะบอลยาวจากคิกออฟไปยังพื้นที่ริมเส้นหรือมุมสนามทันที แทนที่จะต่อบอลสั้นเพื่อครองบอลเหมือนในอดีต
ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญด้านรักบี้มองว่า ฟุตบอลอาจนำแนวคิดจากรักบี้มาใช้อีกหลายอย่าง เช่น
1. การเตะ “บอมบ์บอล”
ในรักบี้ ผู้เล่นอย่าง จอร์จ ฟลอยด์ มักเตะบอลโด่งสูงเพื่อให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งไล่กดดันแนวรับ
2. การเปลี่ยนตัวพร้อมกันหลายคน
โค้ชทีมชาติแอฟริกาใต้ ราสซี เอราสมุส เคยส่งตัวสำรอง 7 คนลงพร้อมกันในรักบี้เพื่อเพิ่มพลังให้ทีม โดยที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนตั้งคำถามว่า ฟุตบอลอาจได้เห็นกุนซือเปลี่ยนตัว 4-5 คนพร้อมกันเพื่อสร้างแรงกระแทกเกมหรือไม่?
แม้แท็กติกคิกออฟแบบรักบี้จะยังเป็นเพียงการทดลอง แต่ด้วยความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีก สโมสรต่างๆ ก็พร้อมลองทุกวิธีเพื่อสร้างความได้เปรียบ
และไม่แน่ว่าในอนาคต จังหวะคิกออฟแบบเตะโด่งขึ้นฟ้า อาจกลายเป็นภาพคุ้นตาของแฟนบอลพรีเมียร์ลีกก็เป็นได้