แมนยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริค พลาดโอกาสขยับทำแต้มหนีคู่แข่งลุ้นพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังบุกไปพ่าย นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-2 แม้จะมีตัวผู้เล่นมากกว่าตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก โดยถูก วิลเลี่ยม โอซูล่า สวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยช่วงท้ายเกมให้"สาลิกาดง" เก็บสามแต้มล้ำค่าได้สำเร็จ
- ดราม่าครึ่งแรก : ใบแดงและประตูที่ผลัดกันรุกรับ
เกมที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค เริ่มต้นด้วยความร้อนแรง เมื่อ เจค็อบ แรมซี่ย์ กองกลาง นิวคาสเซิ่ล ถูกใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามจากจังหวะพุ่งล้มที่เป็นข้อถกเถียง
อย่างไรก็ตาม กลายเป็นฝั่ง 10 คนที่ขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของ แอนโธนี่ กอร์ดอน ในนาทีต่อมา แต่ แมนยูไนเต็ด ก็ยังฮึดสู้และตีเสมอได้ในช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 10 จากลูกโขกของ กาเซมีโร่
- ทำไม 11 คนถึงเจาะ 10 คนไม่ได้?
ครึ่งหลัง แมนยู กลับเล่นเหมือนไม่ได้เป็นฝ่ายได้เปรียบตัวผู้เล่น แม้จะครองบอลได้มากกว่าแต่กลับขาดไอเดียในการเข้าทำ พื้นที่ว่างไม่ถูกใช้ประโยชน์ และไม่สามารถสร้างความกดดันให้แนวรับนิวคาสเซิลได้เท่าที่ควร จนเกมดำเนินไปในลักษณะที่ทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว รับมือได้อย่างสบาย
- สถิติ "เจ้าพ่อใบแดง" ที่ไร้ผล
สิ่งที่น่าสนใจคือ แมนยู เป็นทีมที่คู่แข่งถูกไล่ออกมากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ (5 ครั้ง) และในยุคของ คาร์ริค เพียง 8 เกม พวกเขาเจอคู่แข่งโดนใบแดงไปแล้วถึง 3 ครั้ง (คริสเตียน โรเมโร่, มักซ์ ลาครัวซ์ และ แรมซี่ย์ ล่าสุด)
ซึ่งก่อนหน้านี้ แมนยู มักจะฉวยโอกาสชนะได้เสมอ แต่ครั้งนี้พวกเขากลับประสบชะตากรรมเดียวกับเกมที่พ่าย เอฟเวอร์ตัน เมื่อเดือนพฤศจิกายน คือการแพ้ทีมที่เหลือ 10 คน
- ความพ่ายแพ้ในคืนที่เป็นใจ
เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับแฟนบอล "ปีศาจแดง" เพราะเป็นสัปดาห์ที่ทีมลุ้นพื้นที่ยุโรปอย่าง ลิเวอร์พูล และ แอสตัน วิลล่า ต่างกอดคอกันพ่ายแพ้
การที่ แมนยูไนเต็ด ไม่สามารถเก็บแต้มได้ในนัดนี้จึงเป็นการทิ้งโอกาสทองที่จะทำแต้มทิ้งห่างคู่แข่งในการแย่งชิงโควตาฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้า
แม้ภาพรวมภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค จะดูดีขึ้นและเป้าหมาย แชมเปี้ยนส์ ลีก เริ่มชัดเจน แต่เกมนี้แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนสำคัญคือ "การเจาะทีมที่เน้นรับต่ำเมื่อได้เปรียบตัวผู้เล่น"
ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ คาร์ริค ต้องหาคำตอบให้ได้ หากต้องการพาทีมกลับไปสู่ระดับท็อป
-HOSSALONSO-