นิวคาสเซิ่ล 2-1 แมนยูไนเต็ด : เจาะ 5 ข้อผีโดนสาลิกา10คนยิงดับ

นิวคาสเซิ่ล 2-1 แมนยูไนเต็ด : เจาะ 5 ข้อผีโดนสาลิกา10คนยิงดับ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนทีเด็ดของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่มีผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่ครึ่งแรก จัดการยัดเยียดความปราชัยด้วยสกอร์ 1-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยสนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค ยังคงเป็นอถรรพ์สำหรับทัพ "ผีแดง" ขณะเดียวกัน "สาลิกาดง" แสดงให้เห็นทัศนคติที่น่าชื่นชมนั่นก็คือการสู้ไม่ถอยแม้จะเสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่น แต่ก็พร้อมกล้าได้กล้าเสี่ยง และในที่สุดก็ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

และนี่คือ  5 ประเด็นหลังเกม นิวคาสเซิ่ล ชนะ แมนยูไนเต็ด

1. ได้เปรียบตัวผู้เล่นแต่ทำอะไรไม่ได้

เป็นอีกครั้งที่ แมนยูไนเต็ด ได้เปรียบคู่แข่งตั้งแต่ครึ่งแรกหลัง เจค็อบ แรมซี่ย์ โดนไล่ออก แต่การเป็นว่าความได้เปรียบดังกล่าวไม่ได้ทำให้ "ปีศาจแดง" สามารถกด นิวคาสเซิ่ล ได้อย่างที่แฟนบอลคาดหวังเอาไว้

เพราะเพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่เหลือผู้เล่นน้อยกว่า กลายเป็นทัพ "สาลิกาดง" เปิดเกมรุก และมาได้จุดโทษจาก แอนโธนี่ กอร์ดอน ซึ่งเจ้าตัวรับอาสายิงเข้าไปซุกก้นตาข่าย แน่นอนว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเคยเจอ

ก่อนหน้านี้ในเกมที่แพ้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 0-1 คาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทัพ "เร้ด เดวิลส์" ก็มีผู้เล่นมากกว่าคู่แข่งตั้งแต่ต้นเกม แต่กลายเป็นว่าไม่สามารถใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้ 

ดังนั้นนี่คือการบ้านที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค และทีมงานต้องกลับไปนั่งขบคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา เวลาที่มีผู้เล่นมากกว่าคู่แข่ง !!!

2. พลังนักสู้สาลิกาเกินร้อย 

ฟอร์มการเล่นในบ้านของนิวคาสเซิ่ลในศึกพรีเมียร์ลีกช่วงหลังย่ำแย่อย่างมาก โดยทั้งแอสตัน วิลล่า, เบรนท์ฟอร์ด และเอฟเวอร์ตัน ต่างบุกมาเก็บชัยชนะได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องนี้น่าผิดหวังและเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับ เอ็ดดี้ ฮาว ด้วย

สำหรับสปิริตและความมุ่งมั่นที่ทัพ "เดอะ แม็กพายส์" แสดงออกมาในการพบกับ แมนยูไนเต็ด ซึ่งกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี แม้ทีมจะเป็นรองเรื่องตัวผู้เล่น แต่ก็สามารถสร้างแรงกดดันใส่ผู้มาเยือนได้ราวกับว่ามีนักเตะเท่ากัน !! 

แม้การขาดหายไปของ บรูโน่ กีมาไรส์ จะส่งผลกระทบอย่างชัดเจนในการสร้างเกมรุก แต่ โชลินตอน และ ซานโดร โตนาลี สามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและเล่นได้อย่างดุดันในแดนกลางทำให้แผงมิดฟิลด์ "ผีแดง" เล่นไม่ออก

ต้องยอมรับว่า เซนต์ เจมส์ พาร์ค เป็นสนามที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เข็ดขยาดเหลือเกิน เพราะการมาเยือนสนามแห่งนี้ 4 นัดหลังสุด ล้วนจบลงด้วยความพ่ายแพ้ทั้งหมด

3. โอซูล่า ผู้ตอกฝาโลงผี

ในเกมที่เป็นรองเรื่องตัวผู้เล่น แต่ฟอร์มในสนามไม่ได้เป็นรองทีมเยือน ดังนั้นสิ่งที่ นิวคาสเซิ่ล ต้องการก็คือนักเตะที่สามารถเปลี่ยนโอกาสเพียงครั้งเดียวให้เป็นประตู และ วิลเลี่ยม โอซูล่า ก็เป็นคนทำหน้าที่ดังกล่าว 

การส่ง โอซูล่า เป็นการบ่งบอกแนวคิดของ ฮาว ได้ทันทีว่าเขาไม่ได้ต้องการแค่ผลเสมอ เพราะรูปเกมไม่ได้เป็นรอง แมนยูไนเต็ด เลย เพียงแต่พวกเขาขาดผู้เล่นที่จะสามารถตะบันโป้งปิดบัญชี นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ใช้งาน ดาวเตะวัย 22 ปีในช่วงท้ายเกม

โอซูล่า ใช้ความหนุ่มแน่น, กล้าเล่น และเต็มไปด้วยความเร็ว ในจังหวะสวนกลับด้วยการแตะบอลกระชากยาวไปพื้นที่ว่าง และโชว์ทักษะสลับขาหลอก ไทเรลล์ มาลาเซีย ที่ร้างสนามไปนานแบบสบายๆ ก่อนจะตะบันบอลโค้งเสียบเสาไกลอย่างงดงาม 

นี่คือชัยชนะอันหอมหวานสำหรับทีมที่กล้าได้กล้าเสีย แม้จะผู้เล่นน้อยกว่า แต่ยังทำเกมรุกได้อันตราย ขณะเดียวกันประตูชัยของ โอซูล่า เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ดาวเตะชาวเดนมาร์ก มีอนาคตสดใสในวงการลูกหนังอังกฤษอย่างแท้จริง 

4. บรูโน่ จอมปั้นเกม 

ถ้าจะหานักเตะของ แมนยูไนเต็ด ที่ควรได้รับคำชื่นชมในเกมนี้ คงหนีไม่พ้น บรูโน่ แฟร์นันด์ส เพราะเจ้าตัวมีส่วนในการสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมหลายครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้แค่ลูกเดียวเท่านั้น

ต้องยอมรับว่า แฟร์นันด์ส กำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรงกับ แมนยูไนเต็ด ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และอาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ก็ว่าได้ เพราะเขาสร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูเยอะมาก 

แม้ เพลย์เมกเกอร์ชาวโปรตุกีส จะเป็นคนทำฟาวล์ กอร์ดอน จนเสียจุดโทษและทำให้ทีมมีสกอร์ตามหลังเจ้าบ้าน แต่เขาก็สามารถแก้ตัวได้จากการเปิดฟรีคิกให้ กาเซมีโร่ โหม่งตีเสมอหลังจากนั้นไม่นานนัก

ตอนนี้ แฟร์นันด์ส เพิ่มสถิติแอสซิสต์ไปแล้ว 14 ครั้งในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีซีซั่นนี้ แถมเขายังสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ลุ้นหลายครั้ง โดยเฉพาะการเปิดบอลให้ เลนี่ โยโร่ โหม่งจ่อๆ หน้าประตู แต่ดันไปติดเซฟของ แอรอน แรมส์เดล 

แน่นอนว่าความพ่ายแพ้ในเกมนี้ทำให้แฟนผีโปรเจกต์ได้กลับมาเห็นสิ่งที่คุ้นตานั่นก็คือการพร่ำบ่นของ แฟร์นันด์ส ซึ่งมันเป็นการแสดงให้เห็นว่าเขามีแพสชั่นสูงมากกว่าสโมสรแห่งนี้ 

5. แพ้บ้างชนะบ้างจะได้ชิน

นับตั้งแต่ที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามากุมบังเหียน แมนยูไนเต็ด เขาสามารถสร้างทีมให้กลับมามีดีเอ็นเอในแบบ "ผีแดง" ได้อย่างน่าชื่นชม การเล่นที่ดุดัน เน้นการโจมตีที่รวดเร็ว และจบสกอร์เฉียบคม เป็นเอกลักษณ์ของสโมสรแห่งนี้มาในช่วงหลายทศวรรษ 

ก่อนหน้านี้ คาร์ริค คุม "ปีศาจแดง" 7 เกม ชนะ 6 เสมอ 1 ทำให้เกิดวลีเด็ด "แพ้ไม่เป็น" ทำยังไงถึงจะแพ้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างจบเรียบร้อยในเกมที่ 8 ด้วยมันสมองของ เอ็ดดี้ ฮาว และสองเท้าของนักเตะ "สาลิกาดง"

ความพ่ายแพ้ให้กับทีมที่มีผู้เล่นเหลือ 10 คนตั้งแต่ครึ่งแรก ถือเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังสำหรับ แมนยูไนเต็ด แต่มันก็ไม่ได้ลบความยอดเยี่ยมที่ คาร์ริค สร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นในเกมฟุตบอลลูกกลมๆ มันจะต้องมีช่วงเวลาแบบนี้เกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ แมนยูไนเต็ด ยังคงรั้งอันดับ 3 มี 51 แต้ม แต่ก็ห้ามประมาทเด็ดขาดเพราะทีมอันดับ 6 อย่าง ลิเวอร์พูล ตามหลังเพียงสามคะแนนเท่านั้น และถ้าหากสะดุดอีกเกมหรือสองเกม ทุกอย่างที่สร้างมาอาจจะพังทลายก็ได้...ใครจะไปรู้



ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport