ปีศาจแดงติดลมบน

ปีศาจแดงติดลมบน
ถ้านับเฉพาะผลงานตั้งแต่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามาเป็นกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงกลางเดือนมกราคม ทีมปีศาจแดงคือจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก..

ลงเตะ 7 เกม ชนะ 6 เสมอ 1 เก็บได้ 19 จาก 21 คะแนนเต็ม

ในช่วงเวลาเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บได้ 16 คะแนน อาร์เซน่อล 15 คะแนน เชลซี 14 คะแนน ลิเวอร์พูล 13 คะแนน

แอสตัน วิลล่า ที่เคยมีคะแนนมากกว่ายูไนเต็ด 11 แต้ม ณ วันที่ คาร์ริค เริ่มงานกุนซือรักษาการ ถึงตอนนี้คะแนนถูกไล่มาเท่ากันและยูไนเต็ดแซงหน้าด้วยผลต่างประตูได้เสียเป็นที่เรียบร้อย

7 เกมของคาร์ริค ยูไนเต็ดแสดงให้เห็นถึงบุคลิกบางอย่างที่เคยขาดหายไป เลือดนักสู้ไม่ยอมแพ้ ไม่ทิ้งความหวังจนวินาทีสุดท้าย มีประตูสำคัญเปลี่ยนผลจากแพ้เป็นเสมอ จากเสมอเป็นชนะ มีตัวสำรองที่ลงมาสร้างอิทธิพลต่อเกม

เกมอาจจะมีดีบ้างยังไม่ดีบ้าง ลงตัวบ้างติดขัดบ้าง แต่ในภาพรวมดูดีขึ้น มั่นใจขึ้น ความสับสนน้อยลง ผ่อนคลายกับการเล่นมากขึ้นไม่เต็มไปด้วยความกดดันไม่มั่นใจที่แสดงออกมาทางสีหน้าและการตอบสนองในสนาม

ประเภทคอตกก้มหน้ามองพื้น เดินหมดอาลัยหรือถอดใจไม่วิ่งไล่บอล ไม่มีให้เห็น

คล้ายทุกคนอยากจะพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเราไม่ได้กระจอกอย่างที่เคยโดนดูถูก

ความเปลี่ยนแปลงมาพร้อมความหวังใหม่ ๆ และโฟกัสที่ชัดเจนขึ้น โจทย์ของคาร์ริคไม่ซับซ้อนคือทำให้ดีที่สุดใน 17 เกมที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่

ณ เวลาที่คาร์ริคเข้ามาเริ่มงาน แมนฯ ยูไนเต็ดอยู่อันดับ 7 ของตารางพรีเมียร์ลีกหลังผ่านไป 21 เกม

ฟุตบอลถ้วยยุโรปไม่ได้ไปเตะ ฟุตบอลถ้วยในประเทศตกรอบหมดแล้ว..

ปัจจัยตรงนี้ช่วยคาร์ริคอีกแรง คือโฟกัสชัดเจนที่สุด พุ่งเป้าไปที่รายการเดียว ไม่มีรายการอื่นให้ต้องพะวง ไม่ต้องระวังเรื่องหมุนเวียนนักเตะ ไม่ต้องจัดสรรกำลังเพื่อเล่นเสาร์-พุธ-เสาร์-พุธ-เสาร์

แค่ 17 เกมที่เหลือเท่านั้น ทำ 17 เกมนี้ให้ดีที่สุด เก็บแต้มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป้าหมายคือติดท็อปโฟร์กลับไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีกอีกครั้ง

ทำให้ดีที่สุดโดยยังไม่ต้องคิดไปไกลกว่านั้น ใช้งานนักเตะที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด ไม่จำเป็นต้องทดลองอะไร ทั้งยังไม่จำเป็นต้องวางรากฐานอะไรเพื่อฤดูกาลหน้า แต่ถ้าเขาจะทำ มันก็เป็นรายละเอียดที่เขาเพิ่มเข้าไปเองจากภารกิจหลัก

เพราะงานของเขาคือ 17 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้เท่านั้นในฐานะคนที่ได้รับความไว้วางใจให้กู้สถานการณ์เป็นการชั่วคราว ตามแผนงานเดิมคือสโมสรจะมอบหน้าที่ให้ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่มีประสบการณ์มากกว่า ไว้วางใจได้มากกว่า

เมื่อโจทย์เป็นอย่างนี้ เขาจึงดึงทุกอย่างกลับมาสู่ความคุ้นเคยเป็นอันดับแรก ให้นักเตะเล่นในรูปแบบที่คุ้นเคยก่อน ระบบ 3-4-2-1 ของ รูเบน อโมริง อาจจะดีก็ได้แต่เวลาเพียงปีเศษและผ่านตลาดซื้อขายเดียวยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนเล่นด้วยความเข้าใจถ่องแท้ เมื่อบวกกับแรงกดดันมหาศาลในความเป็นยูไนเต็ดเข้าไปด้วยจึงยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะทำได้เต็มประสิทธิภาพ

คาร์ริคไม่คิดมาก มีเวลาให้เขาพิสูจน์ความสามารถไม่เยอะแค่ 17 เกม เขาเลือกใช้ระบบที่นักเตะถนัดกว่า เสี่ยงน้อยกว่า และปรับตัวน้อยกว่าเมื่อดูจากคุณสมบัติของนักเตะที่มี

4-2-3-1 กับยูไนเต็ดชุดนี้ ดูเป็นธรรมชาติกว่า 3-4-2-1 สิ่งที่แตกต่างคือแบ๊กซ้าย-ขวาธรรมชาติ กับ วิงแบ๊ค และปีกกึ่งกองหน้า 2 ฟากกับรูปแบบเพลย์เมกเกอร์คู่ในเป็นเบอร์ 10 สองคน

คาร์ริคไม่ต้องหมุนเวียนหรือทดลองให้โอกาสใคร เพราะเขามีเวลาแค่ 17 เกม เตะสัปดาห์ละครั้ง ทีมตัวจริงจึงชัดเจนและใช้งานตามนั้นยืนพื้น ปรับเปลี่ยนแค่ตามเงื่อนไขที่เจออย่าง พาทริค ดอร์กู เจ็บ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เจ็บ หรือ เบนจามิน เชสโก้ ร้อนแรงจนปฏิเสธไม่ได้

ทีมตัวจริงของคาร์ริคเห็นกันชัด ๆ อยู่ 9 คนคือผู้รักษาประตู เซนเนอ ลัมเมนส์ กองหลัง 4 คน ลุค ชอว์ มาร์ติเนซ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ดีโอโก้ ดาโลต์ คู่กลาง กาเซมิโร่ กับ ค็อบบี้ เมนู และตัวรุก บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ไบรอัน เอมเบอโม

อีก 2 คนที่เหลือ ช่วงแรกเป็น พาทริค ดอร์กู กับ อาหมัด ดิยัลโล่

เมื่อดอร์กูเจ็บ โอกาสตกเป็นของ มาเตอุส คุนญ่า ขณะที่ อาหมัด ยังเป็นตัวจริงต่อเนื่องจนกระทั่งเกมล่าสุดที่ถูก เชสโก้ เบียดหลุดไปเป็นตัวสำรอง

การจัดตัวของคาร์ริคไม่ได้เจอปัจจัยอื่นรบกวนนัก ไม่ต้องหมุนเวียนผู้เล่นเพราะทีมมีเวลาพักเพียงพอ แต่น่าสนใจว่าเมื่อปัญหาบาดเจ็บเริ่มรบกวนถี่ขึ้น จากดอร์กูที่ใช้คุนญ่าแทนได้ มาเป็นมาร์ติเนซที่ใช้ เลอนี่ โยโร่ แทนมา 2 เกมแล้ว ล่าสุด ลุค ชอว์ เจ็บเพิ่มไปอีกคนคงเพิ่มความตึงให้คาร์ริคอยู่บ้าง

แต่เวลานี้ที่ดูจะติดลมบนไปแล้วคือสปิริตและความมุ่งมั่นของทีม ทุกคนเหมือนมีเป้าหมายเดียวกันคือพาทีมชนะให้ได้มากที่สุดเพื่อพิสูจน์คุณค่าตัวเอง มีความปรารถนาอย่างบ้าคลั่งที่จะเก็บผลการแข่งขันให้ได้

ความมุ่งมั่นนี้เป็นที่มาของหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่งอย่างที่แสดงให้เห็น ใน 7 เกมที่ผ่านมายูไนเต็ดโดนยิงนำก่อน 3 เกม แต่ทั้งหมดจบลงด้วยการไม่แพ้เลย

โดนอาร์เซน่อลยิงนำที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

โดนเวสต์แฮมยิงนำที่ลอนดอน สเตเดี้ยม

โดนคริสตัล พาเลซยิงนำในเกมล่าสุด

ว่ากันตามตรงจากมาตรฐานในช่วงหลายปีหลัง การถูกยิงนำใน 3 เกมนี้ถ้าทีมปีศาจแดงจะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เกมกับอาร์เซน่อลที่ยิงแซงพลิกกลับมานำ 2-1 แล้วโดนตีเสมอ 2-2 นาที 84 หากจะถูกทีมปืนใหญ่เร่งเครื่องยิงชนะ ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ด้วยซ้ำ

แต่ยูไนเต็ดไม่เพียงไม่แพ้ หากยังฮึดตะบันประตูชัยดับเดอะกันเนอร์สถึงถิ่นอีกต่างหาก ในค่ำคืนที่ท่าเต้นของ มาเตอุส คุนญ่า เป็นไวรัลไปทั่วโลก

ผมคิดว่าความเปลี่ยนแปลงที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มัดใจทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง การที่ทีมใดสักทีมจะรวมพลังกันด้วยเป้าหมายเดียวกันว่าต้องการพิสูจน์คุณค่าของตัวเองนั้นสามารถเป็นแรงบวกได้มหาศาล

กระนั้นก็ต้องชื่นชมทั้งคาร์ริคและลูกทีมของเขาด้วย เรื่องอย่างนี้ไม่ใช่เพียงแค่คิดและปรารถนาและมีความมุ่งมั่นร่วมกันแล้วจะทำได้ทันที ต้องไม่ลืมว่า 2 เกมแรกของเขาคือการเจอกับแมนฯ ซิตี้ และอาร์เซน่อล

เป็นโปรแกรมโหดหินที่สุดแล้วที่จะต้อนรับโค้ชใหม่สักคน แต่คาร์ริคทำได้สมบูรณ์แบบด้วย 6 คะแนนเต็มในฟอร์มการเล่นที่เป็นพระเอกทั้ง 2 นัด

ผ่านซิตี้กับอาร์เซน่อลได้ใน 2 เกมประเดิมงานของเจ้านายใหม่อย่างนี้ ถามว่านักเตะยูไนเต็ดจะต้องกลัวใครอีก

พัฒนาการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเวลานี้อยู่ในระดับติดลมบน ชนะได้ในเกมที่ควรชนะ เล่นดีกว่าก็ชนะ แถมเกมที่ไม่ได้เล่นดีกว่าก็ยังชนะ

พวกเขาเก็บ 3 คะแนนเต็มจาก แมนฯ ซิตี้ อาร์เซน่อล ฟูแล่ม สเปอร์ส เอฟเวอร์ตัน และ คริสตัล พาเลซ ด้วยรายละเอียดแตกต่าง

เจอทีมเรือใบสีฟ้ายิง 2 ประตูชนะเกมศูนย์เลย เจอปืนใหญ่ทั้งโดนนำก่อนและโดนไล่ยิงตีเสมอแต่ยังเด็ดขาดพอที่จะทำประตูชัย 3-2 ได้ เจอฟูแล่มชนะ 3-2 เหมือนกันแต่เป็นการนำ 2-0 แล้วถูกไล่ตีเสมอทดเวลา

มันควรจะจบด้วยการแบ่งคะแนนอย่างน่าเขกกะโหลกแล้ว แต่ เชสโก้ ก็เปลี่ยนตัวลงมากระทุ้งพาทีมชนะ

เจอสเปอร์ส ชนะด้วยการไม่ทิ้งโอกาสที่ได้เปรียบจากการเหลือ 10 คนของไก่เดือยทอง

เจอเอฟเวอร์ตัน เกมสูสีผลัดกันเล่นเหนือกว่า แต่มีทีเด็ดสวนโป้งเดียวจอดและการสปรินต์ด้วยความเร็วเหลือเชื่อของเชสโก้

เจอคริสตัล พาเลซ นัดล่าสุด เป็นอีกเกมที่ฉกฉวยโอกาสจากจุดพลิกผันได้ดีเยี่ยม ครึ่งแรกสู้ไม่ได้และถูกยิงนำ ครึ่งหลังตั้งหลักใหม่ และการผ่านบอลของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทีเดียวเปลี่ยนโฉมหน้าของเกม

มุมมองและคุณภาพการให้บอล ความตื่นตัว และเซนส์ในเกมรุกคือจุดเด่นของดาวเตะโปรตุกีส อันตรายอย่างยิ่งสำหรับคู่ต่อสู้ถ้าเผลอไม่ระวังเขาให้ดี เพราะเขาพร้อมลงโทษคุณได้ทุกเมื่อ

ใบแดงกับจุดโทษของ มักซองซ์ ลาครัวซ์ ที่เป็นจุดเปลี่ยนในเกมนี้ก็เช่นกัน จุดเริ่มต้นแห่งหายนะของทีมปราสาทเรือนแก้วก็มาจากบอลแทงทะลุของแฟร์นันด์สจนเป็นที่มาของลูกโทษตีเสมอ 1-1 นี่แหละ

การโยนให้เชสโก้โหม่งได้ลุ้นประตูในครึ่งแรก และการหยอดให้ดาวยิงสโลวีเนียโขกตุงตาข่ายเป็นประตูชัยสำเร็จในครึ่งหลังก็แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำในการให้บอลของเขา

ยูไนเต็ดที่มี บรูโน่ แฟร์นันด์ส เล่นเบอร์ 10 อยู่ใกล้เขตโทษคู่แข่งคือทีมที่น่ากลัว เกมชนะพาเลซยิ่งบอกกับเราอย่างนั้น 

คุณสมบัติอีกข้อที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือความสามารถในการทำประตูสำคัญ โดยเฉพาะช่วงท้ายเกม

ใน 7 เกมของคาร์ริคและ 19 คะแนนที่เก็บได้ ยูไนเต็ดยิงได้ 14 ประตู โดยที่ 11 จาก 14 ประตูนั้นเกิดขึ้นในครึ่งหลัง

4 จาก 11 ประตูในครึ่งหลังเกิดขึ้นหลังนาทีที่ 80

3 จาก 4 ประตูที่ยิงหลังนาทีที่ 80 เกิดขึ้นในช่วง 5 นาทีสุดท้ายไปจนถึงทดเวลา และล้วนเป็นประตูที่เปลี่ยนผลการแข่งขันทั้งสิ้น

คุนญ่ายิงอาร์เซน่อลนาที 87 เปลี่ยนจากเสมอเป็นชนะ ได้เพิ่มมา 2 แต้ม

เชสโก้ยิงฟูแล่มนาที 90+4 เปลี่ยนจากเสมอเป็นชนะ ได้เพิ่มมา 2 แต้ม

เชสโก้ยิงเวสต์แฮมนาที 90+6 เปลี่ยนจากแพ้เป็นเสมอ ได้เพิ่มมาอีก 1 แต้ม

ประตูอื่น ๆ ที่เหลือ บรูโน่ ยิงนาทีที่ 81 ฝังสเปอร์ส 2-0.. เชสโก้ยิงนาที 71 จากลูกโต้กลับควักสามคะแนนกลับจากถิ่นเอฟเวอร์ตัน และบรูโน่ (นาที 57) กับเชสโก้ (นาที 65) ช่วยกันยิงแซงคริสตัล พาเลซ เกมล่าสุด

ทุกประตูที่ยิงได้ ล้วนสำคัญแบบเน้น ๆ แทบไม่มีประตูไหนเกิดขึ้นโดยไร้ความหมายเลย

ถ้านับเฉพาะผลงานตั้งแต่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามาเป็นกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงกลางเดือนมกราคม 2026..

ทีมปีศาจแดงลงเตะ 7 เกม ชนะ 6 เสมอ 1 เก็บได้ 19 จาก 21 คะแนนเต็ม

เป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ทิ้งแมนฯ ซิตี้ 3 แต้ม ทิ้งอาร์เซน่อล 4 แต้ม ทิ้งเชลซี 5 คะแนน ทิ้งลิเวอร์พูล 5 คะแนน

กำลังติดลมบนเต็มที่

คืนวันพุธนี้ พวกเขาจะบุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในช่วงเข้าสู่ 10 เกมสุดท้ายของฤดูกาล

จะไปจบที่ตรงไหนยังไม่รู้นะครับ แต่ที่แน่ ๆ เวลานี้แฟนแมนฯ ยูไนเต็ดน่าจะกระชุ่มกระชวยและรู้สึกมีชีวิตชีวาที่สุดในรอบหลายปีทีเดียว

ตังกุย



ที่มาของภาพ : -
BY : ตังกุย
ณัฐพล ดำรงโรจน์วัฒนา
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport