คุณอยากให้มันเป็นเกมลูกโด่ง กระแทก เบียด ชน ในกรอบหกหลาใช่ไหม ได้เลย... ถ้ามันคือเวทีมวย เราจะใส่นวมขึ้นไปชกด้วย
หากมีใครมาบอกคุณก่อนเปิดฤดูกาลว่า จะมีทีมหนึ่งใน พรีเมียร์ลีก ทำลายสถิติด้วยการยิงประตูจากลูกตั้งเตะแบบไม่ใช่จุดโทษติดต่อกัน 7 ลูก คุณจะเดาชื่อใคร?
อาร์เซน่อล ภายใต้ มิเกล อาร์เตต้า ที่เป็นเหมือนเครื่องจักรลูกเซตพีซ ?
หรือ เบรนท์ฟอร์ด ที่จริงจังกับโค้ชลูกตั้งเตะจนยกระดับทีมได้?
แน่นอน ลิเวอร์พูล ของ อาร์เน่อ คงไม่ใช่คำตอบแรก ๆ ในหัวคุณ
แต่ความจริงในฤดูกาลนี้มันชี้ไปทางเดียว ลิเวอร์พูล คือทีมที่ทำลายสถิตินั้น หลังเกมถล่ม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 5-2 ซึ่งครึ่งแรกพวกเขายิงสามประตูจากเตะมุมทั้งหมด
ไม่กี่เดือนก่อนมันยังดูเหลือเชื่อ
เพราะถ้าจะมีสถิติอะไรที่ ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์ทำลาย มันอาจเป็นสถิติเสียประตูจากลูกตั้งเตะต่อเนื่องมากที่สุดมากกว่า
ฟุตบอลมันเปลี่ยนไปเร็วมากเลยครับ และ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ก็เปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน
คำว่า Physicality และ Set Play กลายเป็นคีย์เวิร์ด
ลูกทุ่มไกลกลายเป็นอาวุธ กรอบหกหลากลายเป็นเวทีมวยปล้ำเวลาเตะมุม
ลิเวอร์พูล ในฐานะแชมป์เก่าเลือกจะวางแผนทีมไปในทิศทางหนึ่งช่วงซัมเมอร์ แต่ลีกทั้งลีกกำลังหมุนไปอีกทิศ
พวกเขาใช้เวลานานกว่าจะปรับตัว และตอนนี้พวกเขาไม่ได้แค่เข้าร่วมปาร์ตี้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นหัวเรือของลูกนิ่งไปอีกทีม
...
ปลายเดือนธันวาคม แอร่อน บริกส์ โค้ชลูกตั้งเตะถูกปลด
ตอนนั้นตัวเลขในลีกโหดร้ายมาก ลิเวอร์พูล ยิงลูกตั้งเตะในลีกได้เพียง 3 ลูก และเสียไป 12 (ไม่นับจุดโทษ)
มันคือด้านมืดของทีมที่ดูไม่แข็งแรงพอจะรับมือกับเทรนด์ลีก
แต่ตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026 ทุกอย่างกลับด้าน
ไม่มีทีมไหนยิงลูกตั้งเตะในลีกได้มากกว่า ลิเวอร์พูล ที่ยิงได้ 9 เสีย 3
จากทีมที่มาช้า กลายเป็นทีมที่ขโมยซีน
จุดเริ่มต้นของสถิติ 7 ลูกติดต่อกันเริ่มจากลูกโหม่งของ อิบราฮิมา โกนาเต้ ในเกมถล่ม นิวคาสเซิ่ล 4-1
ต่อด้วยฟรีคิกสุดสวยของ โดมินิค โซโบซไล ใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
แล้วลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับลูกจากลูกทุ่มที่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิงใส่ ซันเดอร์แลนด์ และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
ก่อนจะระเบิดสามลูกจากเตะมุมใส่ เวสต์แฮม
...
ถ้าคุณดูประตูของ ฟาน ไดค์ เกมเจอ เวสต์แฮม มันคล้ายกับลูกที่ยิงใส่ ซันเดอร์แลนด์ แทบทุกมุม
อินสวิงเข้าหาเสาแรก
กรอบหกหลาแน่น
สะบัดโหม่งไปเสาไกล
มันคือแพทเทิร์น
The Athletic วิเคราะห์ตัวเลขชัดเจนว่า ลิเวอร์พูล กำลังพยายามทำซ้ำโครงสร้างนี้ และเมื่อทำซ้ำได้ต่อเนื่อง มันก็ไม่ใช่โชคอีกต่อไป
ประตูแรกกับลูกที่สามในเกมเดียวกันอาจดูฉวยโอกาส แต่ถ้าดูดี ๆ มันคือผลของการเล่นบอลต่อเนื่อง อย่าให้จังหวะตาย (keep the ball alive)
ไรอัน กราเฟนแบร์ก เก็บจังหวะสองสองครั้ง
อูโก้ เอกิติเก้ มีบทบาทในพื้นที่เสาแรก
อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ จบสกอร์ที่เสาไกล
มันคือความวุ่นวายที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ
...
ฤดูกาลนี้ แทบทุกงานแถลงข่าว อาร์เน่อ ต้องตอบคำถามเรื่องลูกตั้งเตะ
ช่วงแรกเป็นคำถามเชิงลบ ตอนนี้กลายเป็นคำถามเชิงบวก
เขาพูดหลังเกม เวสต์แฮม ว่า บางรายละเอียดเล็ก ๆ เปลี่ยนไป ทั้งเกมรับและเกมรุก แต่เหตุผลใหญ่คือมันกลับสู่ภาวะปกติ
ช่วงต้นฤดูกาล ลิเวอร์พูล สร้างโอกาสจากลูกนิ่งได้เยอะ ตัวเลขดี รูปแบบชัด
แต่แทบทุกครั้งที่เสียลูกนิ่งกลับกลายเป็นเสียประตู
มันคือช่วงเวลาที่รายละเอียดเล็ก ๆ ทำร้ายทีมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
วันนี้ภาพมันกลับด้าน
ทันทีที่คุณเริ่มเปลี่ยนลูกนิ่งของตัวเองให้กลายเป็นประตูได้
บรรยากาศในเกมก็เปลี่ยน ความมั่นใจก็เปลี่ยน โมเมนตัมก็เปลี่ยน
มันสะท้อนว่า อาร์เน่อ เข้าใจดีว่า ฟุตบอลคือเกมของจังหวะ และจังหวะสามารถพลิกได้ในไม่กี่วินาที
...
แฟน ลิเวอร์พูล จำนวนมากโตมากับภาพฟุตบอลเพรสซิ่งหนัก เกมรุกไหลลื่น สปีดจัดจ้าน ฟุตบอลที่ระเบิดพลังแบบยุค เจอร์เก้น คล็อปป์
การต้องมานั่งดีใจจากเตะมุมอาจไม่ใช่ภาพในฝัน
แต่ลองดูบริบทตอนนี้ หมายเลข 10 อย่าง ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เจ็บ
กองหน้าค่าตัว 125 ล้านปอนด์เจ็บ
ปีกตัวหลักฟอร์มตก ประสิทธิภาพต่ำ
ในสถานการณ์แบบนี้ วิธีชนะสำคัญกว่าวิธีสวย
ถ้าลูกตั้งเตะคือทางลัดไปสู่ แชมเปี้ยนส์ ลีก คุณจะปฏิเสธมันหรือ?
...
เกมกับ เวสต์แฮม มีประเด็นสำคัญมาก ประตูแรกจากเตะมุมเปลี่ยนวิธีเล่นของคู่แข่งทันที
ทีมที่ตั้งรับลึก
พอโดนนำเร็ว
ต้องดันขึ้น
ต้องเสี่ยง
และทันทีที่ เวสต์แฮม เริ่มเสี่ยง ลิเวอร์พูล ก็เล่นทรานซิชันได้อิสระ
ครึ่งหลังพวกเขาดูไหลลื่นขึ้น ไม่ใช่เพราะอยู่ดี ๆ เก่งขึ้น แต่เพราะเกมเปิด
ลูกตั้งเตะจึงไม่ใช่แค่ประตู มันคือกุญแจเปิดประตูเกม
...
หลายคนอาจลืมว่า ในสามฤดูกาลลุ้นแชมป์ใหญ่ภายใต้ คล็อปป์
ลิเวอร์พูล ติดอันดับต้น ๆ ของลีกเรื่องประตูจากลูกตั้งเตะเสมอ
2018-19 : มากที่สุดในลีก (22 ลูก)
2019-20 : ร่วมมากที่สุด (17 ลูก)
2021-22 : อันดับสอง (19 ลูก)
พวกเขาไม่ถูกนิยามด้วยมัน แต่พวกเขาใช้มันเป็นอาวุธ
คล็อปป์ หาสมดุลระหว่างฟุตบอลไหลลื่นกับลูกนิ่งได้
นั่นคือการบ้านต่อไปของ อาร์เน่อ
...
ลิเวอร์พูล ชนะ 6 จาก 7 เกมหลังสุดทุกรายการ โมเมนตัมเริ่มกลับมา อันดับบนตารางคะแนนเริ่มดูมีชีวิต
พวกเขารอเวลานานกว่าจะเลี้ยวโค้งได้ในฤดูกาลนี้ และมันเกิดขึ้นผ่านลูกเตะมุมจริง ๆ
คำถามคือ ต่อไปจะทำอย่างไรไม่ให้ถูกนิยามแค่ทีมลูกนิ่ง
คำตอบไม่ใช่เลิกใช้มัน แต่ต้องเสริมโอเพ่นเพลย์ให้กลับมา
เพราะทีมใหญ่ที่แท้จริง ต้องมีอาวุธหลายชนิด
ถ้า ลิเวอร์พูล จบฤดูกาลด้วยโควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก จากการยิงลูกตั้งเตะต่อเนื่อง
แฟนบอลจะกลับไปเปิดไฮไลต์แล้วบ่นไหมว่ามันไม่สวย? หรือพวกเขาจะจำแค่ว่ามันคือฤดูกาลที่เราหาทางรอดเจอ
ฟุตบอลยุคใหม่ไม่โรแมนติกเท่ายุคก่อน มันคือการปรับตัวให้เร็วที่สุด
และตอนนี้ ลิเวอร์พูล กำลังบอกกับทุกคนว่า ถ้าคุณทำให้กรอบหกหลาเป็นเวทีมวยปล้ำ เราจะใส่นวมขึ้นไปชกด้วย
...
ลิเวอร์พูล อาจจะมาช้า แต่ตอนนี้พวกเขาเข้าใจเกม
ลูกนิ่งไม่ใช่ความอับอาย มันคืออาวุธ
และถ้าการเลี้ยวโค้งของฤดูกาลนี้เกิดจากลูกเตะมุมจริง ๆ
บางที นี่อาจเป็นโค้งที่สำคัญที่สุดของยุค อาร์เน่อ ก็ได้
HOSSALONSO