เจาะลึกอาถรรพ์ ‘สุสานกุนซือ’ แห่งสเปอร์ส ทำไมโค้ชมากฝีมือพากันมาสิ้นชื่อ?

เจาะลึกอาถรรพ์ ‘สุสานกุนซือ’ แห่งสเปอร์ส ทำไมโค้ชมากฝีมือพากันมาสิ้นชื่อ?
วิเคราะห์วิกฤต สเปอร์ส หลังปลดกุนซือเป็นว่าเล่น ทำไมสโมสรแห่งนี้ถึงถูกขนานนามว่าเป็น "สุสานกุนซือ" ทั้งที่พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลก

บนถนนท็อตแน่ม ไฮ โร้ด มีสิ่งก่อสร้างมูลค่าพันล้านปอนด์ที่ตั้งตระหง่านเป็นสง่า สนามกีฬาที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง แต่น่าแปลกที่ภายใต้ความโอ่อ่านั้น กลับมีกลิ่นอายของ "สุสาน" ที่คละคลุ้งอยู่ตลอดเวลา

คำถามที่ว่า "ทำไม สเปอร์ส ถึงเป็นสุสานกุนซือ?" อาจไม่ใช่คำถามที่ใหม่นัก .... แต่ในฤดูกาล 2025-26 นี้ คำตอบของมันเริ่มชัดเจนและน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อแม้แต่คนอย่าง อังเก้ ปอสเตโคกลู ที่เพิ่งพาทีมปลดล็อกแชมป์แรกในรอบ 17 ปีอย่าง ยูโรปา ลีก มาหมาด ๆ ยังถูกตะเพิดออกจากตำแหน่งเพียงเพราะผลงานในลีกที่ไม่เป็นสับปะรด

อะไรคือฟันเฟืองที่ผิดเพี้ยนในเครื่องจักรสีขาวตัวนี้? Siamsport ขอพาทุกท่านไปสำรวจ "พลวัต" ของความล้มเหลวที่หยั่งรากลึกเกินกว่าที่ผู้จัดการทีมคนไหนจะแก้ไขได้

วัฒนธรรม "กำไร" มาก่อน "ถ้วยรางวัล"

เจมี่ เรดแนปป์ เคยวิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า สเปอร์ส ให้ความสำคัญกับ "โมเดลธุรกิจ" มากกว่าเรื่องในสนาม ตราบใดที่สนามแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยคอนเสิร์ตของ บียอนเซ่ หรือการแข่งขันอเมริกันฟุตบอล NFL เจ้าของทีมก็ดูจะมีความสุขกับผลประกอบการที่สวยหรูแล้ว

นี่คือสิ่งที่ แกรี่ เนวิลล์ นิยามว่าเป็น "สุสานของผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่" เพราะต่อให้คุณเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่มีดีกรีแชมป์ล้นมือ คุณก็จะพบว่าตัวเองกำลังทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อชัยชนะเป็นอันดับหนึ่ง แต่ถูกสร้างมาเพื่อ "เสถียรภาพทางบัญชี"

"เราไม่ใช่บิ๊กคลับ" คำสารภาพจากปากกุนซือ

หนึ่งในระเบิดลูกใหญ่ที่สุดคือบทสัมภาษณ์ของ อังเก้ ปอสเตโคกลู หลังโดนปลดที่ออกมาแฉว่า สเปอร์ส "ไม่ใช่บิ๊กคลับ" อย่างที่ทุกคนเข้าใจ เขามองว่านโยบายการเสริมทัพที่ขี้เหนียวเกินเหตุและเพดานค่าจ้างที่ตึงตัว ทำให้ทีมไม่สามารถคว้านักเตะดี ๆ อย่าง เอเบเรชี่ เอเซ่ มาร่วมทีมได้

ว่ากันง่าย ๆ คือ สเปอร์ส ทำตัวเหมือนเด็กที่พยายามแต่งตัวเลียนแบบผู้ใหญ่ แต่ในโลกความเป็นจริง พวกเขาไม่กล้าแบกรับความเสี่ยงในตลาดนักเตะ ซึ่งนั่นคือสิ่งสำคัญที่กั้นกลางระหว่าง "ทีมลุ้นแชมป์" กับ "ทีมขายคอนเทนต์"

สภาวะ "นักเตะตื่นรู้"

บาร์นีย์ โรเนย์ คอลัมนิสต์จาก เดอะการ์เดี้ยน เปรียบเปรยไว้อย่างเจ็บแสบว่า งานที่ สเปอร์ส ได้กลายเป็น "เครื่องบดเนื้อสาธารณะ" ไปแล้ว

ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือเหล่านักเตะเริ่ม "ตื่นรู้" พวกเขารู้ดีว่าหากผลงานแย่ กุนซือต่างหากที่จะเดินออกไป ไม่ใช่พวกเขา...วงจรการปลดกุนซือที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับ อังเก้ ไปจนถึงความสัมพันธ์แบบ "นัดบอด" ที่จืดชืดกับ โธมัส แฟรงค์ (ที่อยู่ได้ไม่นานก่อนถูกปลด) ทำให้นักเตะไม่เกิดความผูกพันหรือความเคารพในตัวผู้จัดการทีมอีกต่อไป

รากเหง้าที่ไม่มีใครแก้ได้

มูรินโญ่ และ คอนเต้ ต่างเคยพูดตรงกันถึง "ทัศนคติ" และ "รากฐานที่เปราะบาง" ของสโมสร กุนซือทุกคนที่ก้าวเท้าเข้ามาที่ สเปอร์ส ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่สวยงามระดับโลก แต่ไม่มีใคร "มีความสุข" กับสภาพแวดล้อมการทำงานจริง ๆ เลย 

การลาออกของ แดเนียล เลวี่ เมื่อเดือนกันยายน 2025 อาจดูเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ แต่การที่ทีมยังคงจมดิ่งอยู่ที่อันดับ 16 ของตารางภายใต้การนำของ โธมัส แฟรงค์ จนต้องเปลี่ยนผ่านสู่มือของ อิกอร์ ทูดอร์ แสดงให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่อยู่ที่ "ดีเอ็นเอ" ขององค์กรที่ยังหาจุดสมดุลไม่เจอ

สเปอร์ส ในยุคนี้คือกระจกเงาที่สะท้อนความโหดร้ายของฟุตบอลสมัยใหม่ เมื่อสนามฟุตบอลกลายเป็น "Content Machine" ที่ผลิตความเจ็บปวดของแฟนบอลเป็นสินค้า กุนซืออย่าง อิกอร์ ทูดอร์ อาจเป็นเพียงร่างกายรายล่าสุดที่เดินเข้าไปในเครื่องบดเนื้อเครื่องนี้ ตราบใดที่สโมสรยังมองว่า "ความสวยงามของตัวเลข" สำคัญกว่า "จิตวิญญาณแห่งผู้ชนะ" ...

- ตัน กวาร์ดิโอล่า -



ที่มาของภาพ : Gettyimages / Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport