มิเกล อาร์เตต้า ยอมรับหัวใจแทบหยุดเต้นช่วงทดเจ็บ หลัง ดาบิด ราย่า โชว์ซูเปอร์เซฟช่วย อาร์เซน่อล เฉือน เชลซี 2-1 ศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ติทีมน่าจะครองเกมได้ดีกว่านี้ทั้งๆ ที่มีผู้เล่นมากกว่า 1 คน
มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ยอมรับตนหัวใจเกือบหยุดเต้นช่วงทดเจ็บหลัง ราบิด ราย่า ผู้รักษาประตูโชว์ซูเปอร์เซฟสำคัญนำทัพ "ปืนใหญ่" เฉือนชนะ เชลซี 2-1 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา
ทัพ "ปืนใหญ่" ได้ประตูนำไปก่อนจาก วิลเลียม ซาลิบา ในนาทีที่ 21 แต่พวกเขาดันพลาดโดนตีเสมอจากการโหม่งเข้าประตูตัวเองของ ปิเอโร่ อินคาปิเย่ ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก อย่างไรก็ตามเจ้าบ้านรวมพลังประจัญบานและมาได้ประตูจากการโหม่งของ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ในนาทีที่ 66
อาร์เซน่อล มาได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นเมื่อ เปโดร เนโต้ โดนไล่ออก อย่างไรก็ตามช่วงทดเจ็บ อเลฮานโดร การ์นาโช่ เปิดบอลเข้าไปกลางประตู และแฉลบลงพื้นบอลกำลังจะลอยเสียบตาข่ายอยู่แล้ว แต่ ราย่า พุ่งปัดออกไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ จบเกม "เดอะ กันเนอร์ส" คว้าชัยชนะได้สำเร็จ เก็บเพิ่มเป็น 64 คะแนนนำ แมนฯ ซิตี้ 5 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด
กุนซือชาวสแปนิช เปิดใจจังหวะสำคัญดังกล่าวว่า "เขา (ดาบิด ราย่า) เป็นผู้รักษาประตูที่รู้วิธีรักษาสมาธิ และสามารถตัดสินผลการแข่งขันได้ในจังหวะที่ทีมต้องการ เพราะบางครั้งเขาแทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย แต่พอถึงจังหวะสำคัญเพียงครั้งเดียว คุณต้องพร้อมอยู่ตรงนั้นซึ่งมันยากมากจริงๆ"
"จังหวะเซฟในช่วงท้ายเกม มันเป็นลูกเปิด ไม่ใช่ลูกยิง แต่สุดท้ายเขากลับป้องกันได้อย่างเหลือเชื่อ ผมเห็นมุมแล้ว หัวใจแทบหยุดเต้น แต่เขาก็ยังป้องกันเอาไว้ได้อีกครั้ง มันเป็นการเซฟที่ยอดเยี่ยมมาก แต่เราไม่ควรตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นเลย ผมพยายามรักษาความนิ่งเอาไว้ แต่เราไม่ได้ครองเกมอย่างที่ต้องการ ทั้งที่คู่แข่งเหลือผู้เล่นแค่สิบคน"
"ตอนนี้ทุกทีมกำลังเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก และมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะในเดือนมีนาคม เรายังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ทุกรายการ และยังคงเป็นจ่าฝูงลีก" อาร์เตต้า กล่าวทิ้งท้าย