อูไน เอเมรี่ ยอมรับ แอสตัน วิลล่า หมดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก หลังบุกแพ้ วูล์ฟส์ 0-2 ฟอร์มรูดหนัก ชนะ 3 จาก 10 นัดหลัง เหลือเป้าหลักลุ้นท็อปไฟว์และตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก ท่ามกลางโปรแกรมชี้ชะตาฤดูกาล
ความฝันในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของ แอสตัน วิลล่า ต้องยุติลงอย่างเป็นทางการ หลังบุกพ่าย วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ทีมบ๊วย 0-2 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
หลังจบเกม Unai Emery เฮดโค้ชวิลล่า เดินตรงเข้าห้องแต่งตัวทันทีโดยไม่รอเสียงนกหวีดสุดท้าย ทิ้งให้ ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ กุนซือวูล์ฟส์ ต้องยืนงงกับการไร้ซึ่งการจับมือหลังเกม
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้วิลลายังคงฟอร์มตกอย่างต่อเนื่อง โดยพวกเขาชนะได้เพียง 3 จาก 10 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก แม้ยังรั้งอันดับ 3 ของตาราง แต่สถานการณ์เริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก ขณะที่เส้นทางลุ้นกลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงโอกาสยุติการรอคอยแชมป์ระดับเมเจอร์กว่า 30 ปี ด้วยการคว้า ยูโรปา ลีก กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
โปรแกรมถัดไปของวิลลาถือเป็นช่วงชี้ชะตาฤดูกาล เมื่อพวกเขาต้องพบกับ เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสองทีมที่ไล่จี้อยู่ด้านหลัง โดยหาก "ปีศาจแดง" เปิดบ้านเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม ก็จะแซงขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ทันที
นายใหญ่ชาวสแปนิชยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกไม่ใช่เป้าหมายที่เป็นไปได้อีกต่อไป “สองเดือนก่อน เรายังแข่งขันกับ อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทุกคนถามผมเรื่องการลุ้นแชมป์ ตอนนั้นแม้แต่ผมเองก็คิดว่า ‘อาจเป็นไปได้’”
“ตอนนี้เราไม่อยู่ในจุดนั้นแล้ว แน่นอนว่ามันน่าผิดหวัง แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเรา คือการจบท็อปไฟว์”
อดีตกุนซือ อาร์เซน่อล ยังย้ำว่า วิลลายังถือว่าทำผลงานเกินเป้า หากมองย้อนกลับไปในช่วงต้นฤดูกาล “กันยายน เป้าหมายคือการอยู่รอด ธันวาคมเรามีความสุขกับการอยู่ท็อปไฟว์ หนึ่งเดือนก่อนผมยังฝันถึงแชมป์ ตอนนี้เราอยู่ในระดับที่ควรจะเป็น”
สถานการณ์ของวิลลายังถือว่าโชคดีที่คู่แข่งหลายทีมสะดุดพร้อมกัน โดยเฉพาะเชลซีที่ทำแต้มหล่นจากสถานการณ์นำไปถึง 19 คะแนนในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมโหดกำลังรออยู่ ทั้งศึก ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย พบ ลีลล์ วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม และการบุกเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม
ขณะเดียวกัน ฟอร์มรายบุคคลของนักเตะก็เริ่มดร็อปลงอย่างน่ากังวล โอลลี่ วัตกินส์ ยิงได้เพียง 1 ประตูจาก 11 เกมหลังสุด ขณะที่ มอร์แกน โรเจอร์ส ก็อยู่ในช่วงฝืดเช่นกัน ปัญหานี้ยิ่งหนักขึ้นหลังการบาดเจ็บของ บูบาการ์ กามาร่า, จอห์น แม็คกินน์ และ ยูริ ตีเลอมันส์ ที่เผยให้เห็นถึงขุมกำลังเชิงลึกที่ยังไม่เพียงพอ
ความกดดันยังลามไปถึงในสนาม เมื่อมีภาพนักเตะโต้เถียงกันเอง รวมถึงจังหวะตึงเครียดระหว่าง เอซรี คอนซ่า กองหลังรองกัปตันทีมกับแฟนบอลหลังจบเกม