เชลซี สโมสรดังจากพรีเมียร์ลีกกลายเป็นทีมฟุตบอลที่มีตัวเลขการขาดทุนรายปีที่สูงที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ และสูงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ยุโรป
จากรายงานของ ยูฟ่าระบุว่า ในฤดูกาล 2024-25 "สิงห์บลูส์" บันทึกสถิติขาดทุนก่อนหักภาษีสูงถึง 355 ล้านปอนด์ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ยุโรป เป็นรองเพียงบาร์เซโลน่าที่เคยขาดทุน 484 ล้านปอนด์ในปี 202
อะไรคือสาเหตุเบื้องหลังตัวเลขสีแดงเข้มเหล่านี้? บีบีซี สื่อดังของอังกฤษ วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจ
1. รายได้สู้คู่แข่งระดับท็อปไม่ได้อย่างชัดเจน
แม้รายงานของยูฟ่าจะไม่ได้แจกแจงรายละเอียดทั้งหมด แต่มีเบาะแสสำคัญหลายจุด
โดย ยูฟ่า ระบุว่า แม้จะเป็นทีมใหญ่ แต่รายได้รวมของเชลซีอยู่ที่ 511 ล้านปอนด์ต่ำกว่าหลายทีมหัวแถวของพรีเมียร์ลีกอย่างมาก
- แมนฯ ซิตี้ มีรายได้รวม 746 ล้านปอนด์
- ลิเวอร์พูล มีรายได้รวม 744 ล้านปอนด์
สาเหตุหลักมาจาก
- ความจุของสนาม: สแตมฟอร์ด บริดจ์ มีความจุเพียง 41,798 ที่นั่ง (ใหญ่เป็นอันดับ 11 ของพรีเมียร์ลีก) ทำให้รายได้ในวันแข่งขันน้อยกว่าทีมอื่นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ใหญ่กว่าเกือบเท่าตัว (เชลซีน้อยกว่า34,000 ที่นั่ง)
แม้รายได้จากการขายตั๋วของเชลซีอยู่ในอันดับ 9 ของยุโรป แต่ยังน้อยกว่าลิเวอร์พูลที่อยู่เหนือกว่าหนึ่งอันดับถึง 28 ล้านปอนด์
- รายได้เชิงพาณิชย์และสินค้าที่ระลึก: ปีที่แล้วเชลซีทำรายได้จากเชิงพาณิชย์เป็นอันดับที่ 11 ของลีกยุโรป โดยทำรายได้ 207 ล้านปอนด์ ลดลง 5 ล้านปอนด์จากปีก่อนหน้าซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าสเปอร์ ส ถึง 66 ล้านปอนด์ และน้อยกว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเป็นสโมสรที่ทำรายได้สูงสุดในพรีเมียร์ลีกถึง 165 ล้านปอนด์
เชลซียังทำรายได้จากสินค้าที่ระลึกและชุดแข่งน้อยกว่าอีก 5 สโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในพรีเมียร์ลีกพวกเขาทำรายได้ 83 ล้านปอนด์จากช่องทางนี้ ซึ่งไม่ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าสเปอร์ส 46 ล้านปอนด์ และน้อยกว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับหนึ่งถึง 82 ล้านปอนด์
จุดแข็งเดียว: รายได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด จากความสำเร็จในศึก ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ทำให้รายได้จากบรอดแคสต์พุ่งสูงถึง 192 ล้านปอนด์สูงเป็นอันดับ 2 ของยุโรป รองจาก แมนฯ ซิตี้
2. รายจ่ายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาไม่ได้มีแค่รายได้ที่น้อยลง แต่รายจ่ายก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ:
ค่าเหนื่อยนักเตะ: เชลซีจ่ายค่าจ้างรวม 388 ล้านปอนด์ (สูงเป็นอันดับ 6 ของยุโรป) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 43 ล้านปอนด์
จำนวนพนักงาน: เป็นสโมสรที่มีพนักงานประจำ (ที่ไม่ใช่นักฟุตบอล) มากที่สุดในอังกฤษถึง 1,169 คน
ค่าบริหารจัดการ: ค่าสาธารณูปโภค, ประกันภัย, การตลาด และการบริหารจัดการ เพิ่มขึ้นจาก 159 ล้านปอนด์ เป็น 240 ล้านปอนด์ สูงเป็นอันดับ 5 ของยุโรป
ทีมฟุตบอลที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์:
รายงานของ ยูฟ่า ระบุว่า ขุมกำลังนักเตะของเชลซีถูกสร้างขึ้นด้วยมูลค่ารวมสูงถึง 1.52 พันล้านปอนด์ (เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน) ซึ่งถือเป็นทีมที่มีมูลค่าการสร้างสูงที่สุดในโลก
เชลซีใช้กลยุทธ์เซ็นสัญญาระยะยาวเพื่อกระจายตัวเลขค่าตัว (Amortisation) หรือการหารเฉลี่ยค่าตัวนักเตะออกไปหลายปีเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในบัญชีรายปี อย่างไรก็ตาม รายงานชี้ว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้เมื่อสะสมพอกพูนจากการซื้อตัวจำนวนมากในช่วงหลัง ทำให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายในบัญชีแต่ละปี (Deferred transfer payments) สูงจนกระทบต่อกำไรอย่างรุนแรง
มุมมองจากฝั่งเชลซี: "เรายังไหว"
แหล่งข่าวจากสโมสรระบุว่า ตัวเลขที่ดูแย่ในรายงานของ ยูฟ่า เกิดจากปัจจัยเฉพาะหน้าหลายอย่าง เช่น:
- การลดมูลค่าสินทรัพย์ตามบัญชี (Asset Impairments) (ศัพท์ทางบัญชีหมายถึงสินทรัพย์มีมูลค่าตลาดต่ำกว่าที่ระบุไว้ในงบดุลของบริษัท)
- การจ่ายเงินชดเชยที่เกี่ยวข้องกับปัญหากฎระเบียบในอดีต
- การยกเลิกสัญญาเก่าๆ ที่ค้างคามานาน
เชลซียืนยันว่าพวกเขายังคงมีกำไรในเชิงการดำเนินงาน (Operating basis) และมั่นใจว่าจะ ไม่ละเมิดกฎการเงินของ ยูฟ่า รวมถึงปฏิเสธข่าวลือที่ว่าจำเป็นต้อง "เลขายนักเตะซูเปอร์สตาร์" เพื่อพยุงฐานะทางการเงิน
แม้ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเชลซี โดนปรับเงินก้อนโตจากการละเมิดกฎการเงิน และยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบของยูฟ่ารวมถึงอาจถูกปรับเพิ่มหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลง
อย่างไรก็ตาม สโมสรชี้ว่าฤดูกาลล่าสุดมีผลกำไรในตลาดซื้อขายนักเตะ ทำให้มั่นใจว่าทีมจะรอดพ้นจากบทลงโทษเพิ่มเติมได้
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า "โปรเจกต์ทุ่มหนัก" ของเชลซียังต้องพิสูจน์ตัวเองทั้งในสนามและบนหน้าบัญชี