ฟอเรสต์ 0-1 ลิเวอร์พูล: แนวรุกเงียบสนิท, แม็คอัลลิสเตอร์ ฮีโร่! ตัดเกรดแข้งหงส์บุกชนะเจ้าป่า

ฟอเรสต์ 0-1 ลิเวอร์พูล: แนวรุกเงียบสนิท, แม็คอัลลิสเตอร์ ฮีโร่! ตัดเกรดแข้งหงส์บุกชนะเจ้าป่า
ลิเวอร์พูล ต้องเจอดราม่าซ้อนดราม่าจากวีเออาร์ แต่สุดท้ายทัพ "หงส์แดง" มาได้ประตูชัยในนาทีสุดท้าของช่วงทดเจ็บจากผลงานของ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ส่งผลให้พวกเขาบุกชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ตัวจริง

อลีสซง เบ็คเกอร์ : 6

    เซฟสำคัญตั้งแต่ต้นเกมจากการหลุดเข้าไปยิงของ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย แต่จังหวะที่ต้องตำหนิดก็คือการเปิดบอลด้วยเท้าที่ทำได้ไม่ดีในเกมนี้ ขณะที่ครึ่งหลังดันปัดบอลไม่ดีจนทำให้ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ ได้ลุ้นยิงประตูแต่ติดบล็อกแนวรับ

โดมินิค โซโบซไล : 7.5

    ลงเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาช่วงต้นเกม ก่อนจะขยับขึ้นไปเล่นแดนกลาง ผ่านบอลเฉียบคมให้ ซาลาห์ การได้ยืนในตำแหน่งถนัดทำให้งัดฟอร์มเก่งออกมา และเป็นคนเปิดบอลในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้ายนำไปสู่ประตูชัย

อิบราฮิม่า โกนาเต้ : 8

    สภาพร่างกายและจิตใจแข็งแกร่งมากๆ จังหวะดวลตัวต่อตัวรับมือได้หมด ครึ่งหลังมีจังหวะเด็ดลากบอลจากแดนตัวเองทะลุไปเกือบถึงแดนคู่แข่ง พยายามช่วยทีมทุกจังหวะโดยเฉพาะการดันเกมสูงเพื่อลุ้นทำประตู

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7

    คุมเกมรับได้ดี โดยเฉพาะจังหวะที่สกัดบอลเร็วก่อนที่ อีกอร์ เชซุสจะได้ยิงประตู พยายามช่วยทีมในจังหวะเล่นลูกกลางอากาศ และเป็นคนที่โหม่งแอสซิสต์ให้ แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิงประตูชัย

มิลอส เคอร์เคซ : 6

    เจองานหนักในการรับมือ โอมารี ฮัทชินสัน การเล่นเกมรับถือว่าใช้ได้ แต่เกมรุกแทบไม่มีส่วนร่วมอะไรมากนัก สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดก็คือการกล้าที่จะเข้าบอลในทุกจังหวะ

เคอร์ติส โจนส์ : 4

    ได้โอกาสลงสนามเพราะ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ เจ็บช่วงซ้อม เล่นพลาดหลายครั้งโดยหนึ่งในนั้นคือจังหวะที่โดนแย่งบอลจนทำให้ ฮัดสัน-โอดอย ได้ลุ้นทำประตูช่วงต้นเกม และมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย เสียบอลง่ายเกินไปหลายครั้ง ครึ่งหลังเล่นดีขึ้นมีโอกาสยิงประตูแต่ติดเซฟ สเตฟาน ออร์เตก้า 

อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ : 6.5

    แพ้การดวลตัวต่อตัวแทบตลอด และถูกมิดฟิลด์ของฟอเรสต์เลี้ยงผ่านไปอย่างง่ายดาย การครองบอลทำได้ไม่ค่อยดี อย่างไรก็ตาม เขากลายเป็นฮีโร่ทำประตูชัยให้ลิเวอร์พูลในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หลังเพิ่งถูกปฏิเสธโอกาสทำประตูไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น

ไรอัน กราเฟนแบร์ก : 4

    เล่นพลาดบ่อยครั้ง และประสบปัญหาอย่างหนักในการต่อสู้แย่งพื้นที่แดนกลาง เป็นผลงานที่น่าผิดหวังอย่างมากจากแข้งชาวดัตช์รายนี้

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 4

    แทบไม่มีบทบาทในการเล่นเกมรุกเลย ส่วนเกมรับก็ไม่ได้ช่วยอะไรทีม เกือบมีชื่อทำแอสซิสต์ หากจังหวะของ โจนส์ ไม่ถูกปฏิเสธไปเสียก่อน แต่โดยภาพรวมแทบทำอะไร เนโก วิลเลี่ยมส์ ไม่ได้เลย

โกดี้ คักโป : 4

    ช่วงต้นเกมดูเหมือนจะฟอร์มหวือหวา แต่หลังจากนั้นก็แทบหายไปจากเกม ไม่มีอะไรโดดเด่นให้น่าจดจำ 

อูโก้ เอกิติเก้  : 4

    แทบไม่มีบทบาทในครึ่งแรก แถมยังทิ้งโอกาสทองในการขึ้นเกมรุก ครึ่งหลังฟอร์มยังคงเงียบเช่นเดิม จนกระทั่งช่วงท้ายเกมที่เขาควรเป็นคนทำประตูชัยให้ลิเวอร์พูล แต่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสกลับโหม่งตรงตัวผู้รักษาประตูจากระยะเผาขน

ตัวสำรองที่ได้ลงสนาม 

เฟเดรีโก้ เคียซ่า (โกดี้ คักโป น. 77) : 5

    ฟอร์มไม่ได้แตกต่างจาก คักโป ไม่มีส่วนร่วมกับเกมมากนัก แต่สิ่งที่ยังน่าประทับใจก็คือความขยันเท่านั้น 

ริโอ เอ็นกูโมฮา (โมฮาเหม็ด ซาลาห์ น. 77) : 7

    สร้างความหวือหวาจากการใช้ความเร็วและความคล่องตัวเล่นงานเกมรับฟอเรสต์ เปิดบอลอย่างงามให้ เอกิติเก้ โหม่งระยะเผาขนแต่ดันติดเซฟโกล ผลงานดูดีมีอนาคตและควรได้โอกาสลงสนามมากกว่านี้ 

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (มิลอส เคอร์เคซ น. 83) : 6

    ทำหน้าที่คุมเกมรับได้เหนียวแน่น และเป็นคนบล็อกจังหวะสำคัญจากการยิงของ กิ๊บบ์ส-ไวท์ ทำให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตู 

โจ โกเมซ (เคอร์ติส โจนส์ น. 83) : 6

    หลังจากลงสนามเกมรับทางฝั่งขวาดูดีขึ้น แถมทีมยังได้อาวุธเด็ดนั่นก็คือการทุ่มไกล ที่สำคัญจังหวะหลอกทุ่มในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย เป็นจุดเริ่มต้นของประตูชัย 





ที่มาของภาพ : reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport