กลยุทธ์การเซ็นสัญญาระยะยาวสุดโต่งของ เชลซี ภายใต้กลุ่มทุน BlueCo กำลังถูกทดสอบอย่างหนัก เมื่อเหล่านักเตะแกนหลักที่โชว์ฟอร์มได้คุ้มค่าตัวเริ่มต้องการขยับฐานเงินเดือนให้สะท้อนความเป็นซูเปอร์สตาร์
แม้ว่าสโมสรจะกุมความได้เปรียบเรื่องระยะเวลาสัญญาที่ยาวนานกว่าทีมอื่น แต่แรงกดดันจากคนรอบข้างและเอเยนต์กำลังบีบให้สโมสรต้องเลือกชั่งน้ำหนักระหว่างความมั่นคงทางการเงินกับความสุขในห้องแต่งตัว
ปัจจุบันสัญญาระยะยาวเริ่มกลายเป็นเรื่องปกติใน พรีเมียร์ลีก แมนซิตี้ มี เออร์ลิง ฮาลันด์ ขยายสัญญาถึงปี 2034 (9 ปีครึ่ง) ยาวที่สุดในลีก
ลิเวอร์พูล กับ สเปอร์ส เซ็นแข้งใหม่อย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค, อูโก้ เอกิติเก้ และ โมฮาเหม็ด คูดุส ยาวถึง 6 ปี แม้กฎบัญชีจะช่วยหารค่าตัวได้แค่ 5 ปีก็ตาม
และ เชลซี ยังคงเป็นสโมสรเดียวที่ใช้กฎนี้กับทุกคนเพื่อรักษาค่าตัวและลดอำนาจการต่อรองของนักเตะเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายสัญญา
นโยบายของ BlueCo คือการให้เงินเดือนเริ่มต้นที่ต่ำกว่ายุคเสี่ยหมี (โรมัน อบราโมวิช) แต่เน้นโบนัสตามผลงาน
เอ็นโซ่ แฟร์นันเดซ (สัญญาถึง 2032) กลายเป็นรองกัปตันและหัวใจสำคัญ
มอสเซส ไกเซโด้ (สัญญาถึง 2031) เจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมสโมสรปี 2025
ทั้งคู่เพิ่งเปลี่ยนทีมงานเอเยนต์และเริ่มส่งสัญญาณขอเจรจาสัญญาใหม่ เพื่อให้ได้รับค่าเหนื่อยทัดเทียมกับนักเตะระดับท็อปของทีมคู่แข่งที่พวกเขาถือว่าเป็นรุ่นเดียวกัน
เชลซี เคยสร้างบรรทัดฐานไว้ในปี 2024 ด้วยการตบรางวัลให้ โคล พาลเมอร์ และ นิโกล่าส์ แจ็คสัน โดยการเพิ่มค่าเหนื่อยแต่ก็แลกกับการขยายสัญญาเพิ่มไปอีกถึงปี 2033
ซึ่งคาดว่าดีลของ เอ็นโซ่ และ ไกเซโด้ ก็น่าจะเดินตามรอยทางนี้ คือได้เงินเพิ่มแต่ต้องฝากอนาคตไว้ที่ เดอะ บริดจ์ ยาวนานขึ้นไปอีก
ดิ แอธเลติก ระบุว่า เชลซี จะไม่เจรจาสัญญาใด ๆ ในระหว่างฤดูกาล เพื่อให้นักเตะโฟกัสกับการทำอันดับไปลุย แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญของรายได้ที่จะมาจ่ายค่าเหนื่อยที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีนักเตะบางรายปฏิเสธข้อเสนอเบื้องต้นเพื่อรอประเมินสถานการณ์อีกครั้งในช่วงจบฤดูกาล
เชลซี ต้องระวังไม่ให้ค่าใช้จ่าย (ค่าจ้าง + ค่าตัว + เอเยนต์) เกิน 70% ของรายได้ตามกฎยูฟ่า ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับทีมที่รายได้สนามยังจำกัดและยังไม่มีสปอนเซอร์คาดหน้าอกที่มูลค่าสูงตามเป้า
ดังนั้น ช่วงซัมเมอร์นี้ การตัดสินใจว่าจะเพิ่มเงินให้ใครอาจมีความสำคัญมากกว่าจะซื้อใครเข้าทีม
เพราะการรักษาความรู้สึกของกลุ่มนักเตะอายุน้อยที่เป็นรากฐานของทีม คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาว