หากพูดถึงศึกฟุตบอลดาร์บี้แมตช์ที่ดุเดือดที่สุดในเกาะอังกฤษ หลายคนคงนึกถึง "นอร์ธลอนดอนดาร์บี้" ระหว่าง อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
แต่ความจริงที่น่าสนใจคือ ในช่วงแรกนั้น ทั้งสองทีมแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยด้วยซ้ำ เพราะ อาร์เซน่อล เดิมทีเป็นทีมจากลอนดอนใต้ แล้วอะไรคือชนวนเหตุที่เปลี่ยนเพื่อนบ้านให้กลายเป็นศัตรูที่ยอมกันไม่ได้?
ติดตามพร้อมกันที่นี่
จุดเริ่มต้นจากการบุกรุกดินแดน
ย้อนกลับไปในปี 1886 อาร์เซน่อล ถูกก่อตั้งขึ้นในย่านวูลิช ทางตอนใต้ของแม่น้ำเธมส์ โดยกลุ่มคนงานโรงงานสรรพาวุธ ในขณะที่ สเปอร์ส ถูกก่อตั้งโดยกลุ่มนักเรียนในลอนดอนเหนือตั้งแต่ปี 1882
ความขัดแย้งเริ่มขึ้นในปี 1913 เมื่อ เซอร์ เฮนรี่ นอร์ริส ประธานสโมสรอาร์เซน่อล ตัดสินใจย้ายทีมข้ามแม่น้ำมาอยู่ที่ ไฮบิวรี่ ซึ่งอยู่ห่างจากสนามของ สเปอร์ส เพียง 4 ไมล์
การกระทำครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการ "บุกรุก" พื้นที่และพยายามแย่งฐานแฟนบอล จนเกิดเป็นสงครามชิงพื้นที่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
การเลือกตั้งที่คาวคลุ้ง
ชนวนเหตุที่ทำให้ความเกลียดชังฝังรากลึกที่สุดเกิดขึ้นในปี 1919 เมื่อมีการขยายจำนวนทีมในดิวิชั่น 1
ในตอนนั้น สเปอร์ส จบอันดับบ๊วยของลีกสูงสุด ส่วน อาร์เซน่อล จบเพียงอันดับ 5 (หรือ 6 ตามสถิติเดิม) ของดิวิชั่น 2
แต่ผลการโหวตกลับปรากฏว่า อาร์เซน่อล ได้รับเลือกให้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดแทนที่ สเปอร์ส อย่างน่ากังขา ท่ามกลางข่าวลือเรื่องการติดสินบนและการใช้อิทธิพลมืดของนอร์ริส ทำให้ แฟนบอลสเปอร์ส รู้สึกว่าพวกเขาถูกปล้นความยุติธรรมไปต่อหน้าต่อตา
รอยร้าวจากการทรยศ
ในยุคสมัยใหม่ ไม่มีเหตุการณ์ไหนจะสั่นสะเทือนอารมณ์ได้เท่ากับการย้ายทีมของ โซล แคมป์เบลล์ กัปตันทีมสเปอร์ส ที่เติบโตมาจากอะคาเดมี่และอยู่กับสโมสรนานกว่า 12 ปี กลับตัดสินใจย้ายไปซบ อาร์เซน่อล แบบไม่มีค่าตัวในปี 2001 เพื่อไล่ล่าความสำเร็จ
แคมป์เบลล์ กลายเป็น "จูดาส" ในสายตาแฟนบอลนอร์ธลอนดอนฝั่งสีขาวทันที และความเจ็บปวดนั้นยิ่งทวีคูณเมื่อเขาไปคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก กับ อาร์เซน่อล ได้ถึง 2 สมัย โดยหนึ่งในนั้นเป็นการฉลองแชมป์ที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน ของ สเปอร์ส เองในปี 2004
สงครามจิตวิทยาผ่านปฏิทิน
ความเหนือกว่าของ อาร์เซน่อล ในช่วงหลายทศวรรษทำให้เกิดวัฒนธรรม "St. Totteringham's Day" ซึ่งเป็นวันที่ แฟนบอลปืนใหญ่ จะฉลองเมื่อแต้มของ สเปอร์ส ไม่สามารถไล่ตาม อาร์เซน่อล ได้ทันในฤดูกาลนั้น
ซึ่ง อาร์เซน่อล เคยครองความเหนือกว่าเช่นนี้ติดต่อกันยาวนานถึง 21 ปี ขณะที่ฝั่ง สเปอร์ส ก็มี "St. Hotspur Day" เพื่อรำลึกถึงวันที่พวกเขาเอาชนะ อาร์เซน่อล ในนัดตัดเชือกเอฟเอ คัพ ปี 1991 ด้วยลูกฟรีคิกสุดสวยของ พอล แกสคอยน์
แม้ในปัจจุบันสถิติการเจรจากัน 212 นัด อาร์เซน่อล จะชนะมากกว่าที่ 90 ครั้ง ต่อ 68 ครั้ง แต่ความเข้มข้นของเกมนี้ไม่ได้ลดลงเลย ทุกครั้งที่เสียงนกหวีดดังขึ้น มันคือการต่อสู้เพื่อพิสูจน์ว่าใครคือเบอร์ 1 ของลอนดอนเหนือ และไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร ประวัติศาสตร์ความแค้นกว่า 100 ปีนี้ก็จะยังถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่มีวันจบสิ้น