เจาะลึกอาณาจักร IFS ยักษ์ใหญ่ Industrial AI คืออะไร? และทำไม เชลซี ถึงมองว่าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญสู่ความสำเร็จทั้งในและนอกสนาม
เกม พรีเมียร์ลีก ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เชลซี ทำได้เพียงแค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1 โดยสิ่งที่น่าสนใจตั้งแต่ก่อนเกมจะเริ่มคือการที่ "สิงห์บลูส์" ได้สปอนเซอร์คาดหน้าอกมาสนับสนุน
เพราะหลังจากปล่อยให้หน้าอกเสื้อว่างเว้นมาตั้งแต่เริ่มฤดูกาล (ยกเว้นดีลชั่วคราวกับ DAMAC เมื่อปีก่อน) เชลซี ได้เลือก IFS บริษัทเทคโนโลยีที่มีผู้ร่วมลงทุนอย่าง Abu Dhabi Investment Authority (ADIA) เข้ามาเป็นพันธมิตร
- IFS คืออะไร?
IFS (Industrial Financial Systems) ไม่ใช่บริษัทน้องใหม่ แต่เป็นยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ระดับโลกจากสวีเดน (ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ในอังกฤษ) ที่เชี่ยวชาญด้าน "Industrial AI" หรือ ปัญญาประดิษฐ์เพื่อภาคอุตสาหกรรม
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ พวกเขาผลิตซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จัดการสินทรัพย์ และห่วงโซ่อุปทานได้อย่างแม่นยำ
ตัวอย่างเช่น ช่วยบริษัทพลังงานวางแผนซ่อมบำรุงล่วงหน้าก่อนเครื่องจักรจะเสีย, ช่วยบริษัทโลจิสติกส์คำนวณเส้นทางที่ประหยัดและเร็วที่สุด
หัวใจหลัก คือการใช้ AI ช่วยในการตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงและต้องการความแม่นยำระดับมิลลิวินาที
- ทำไมต้องเป็นสปอนเซอร์เจ้านี้?
สโมสรเชลซี ภายใต้การนำของกลุ่มทุน BlueCo ไม่ได้มองแค่เงินคาดหน้าอก แต่พวกเขามีเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ 3 ข้อหลักดังนี้
1. การนำเทคโนโลยีมาฝังในตัวสโมสร
เชลซี ไม่ได้แค่เอาโลโก้มาแปะเสื้อ แต่จะมีการนำซอฟต์แวร์ AI ของ IFS มาใช้จริงในระบบหลังบ้านของสโมสร ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลนักเตะ, การจัดการตารางแข่งที่หนาแน่น, หรือแม้แต่การบริหารจัดการสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด
2. การสร้างภาพลักษณ์สโมสรแห่งนวัตกรรม
เชลซี จงใจเลือกพาร์ทเนอร์ที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นสูง (เหมือน FPT สปอนเซอร์แขนเสื้อจากเวียดนาม) เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า เชลซี คือสโมสรฟุตบอลยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยดาต้าและเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอลแบบดั้งเดิม ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักลงทุนและพาร์ทเนอร์สายเทคฯ รายอื่น ๆ ในอนาคต
3. ความมั่นคงจากผู้ลงทุนเบื้องหลัง
IFS มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่าง ADIA (Abu Dhabi Investment Authority) ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งของรัฐอาบูดาบี การร่วมงานกับบริษัทที่มีแบ็คกราวด์ทางการเงินแข็งแกร่งระดับโลกเช่นนี้ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถานะทางการเงินของเชลซีในสายตาของสถาบันการเงินและพรีเมียร์ลีก
ดีลนี้คือการ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระดับสูง ฝั่ง IFS ได้ใช้ชื่อ เชลซี เป็นสื่อกลางให้คนทั่วโลกเห็นชื่อแบรนด์ผ่านหน้าอกเสื้อโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ดูฟุตบอล
ขณะที่ เชลซี เองได้ทั้งเงินสนับสนุนในระดับที่พอใจ และได้เครื่องมือ AI มาช่วยยกระดับสโมสรให้เป็น "Smart Club" เต็มตัว