แม้จะไร้ผู้ชมที่ฝั่งประตูที่เขายิงได้ แต่ชื่อของ เจเจ กาเบรียล กลับดังก้องไปทั่วอังกฤษ หลังโชว์ฟอร์มลุกเป็นไฟในเกม เอฟเอ ยูธ คัพ นัดถล่ม อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด 4-1 ท่ามกลางสายตาของ ไมเคิล คาร์ริค ที่เข้ามาซุ่มดูฟอร์ม และด้วยทักษะที่เหนือชั้นเกินวัย 15 ปี ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดนับตั้งแต่ยุคของ โจ โคล
ในคืนที่ฝนตกหนักและลมพัดแรงที่ คัสซาม สเตเดี้ยม เจเจ กาเบรียล ในวัยเพียง 15 ปี แสดงให้เห็นว่าฉายา "Kid Messi" ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย
ประตูที่เขาทำได้ก่อนพักครึ่งคือความงามทางฟุตบอลอย่างแท้จริง เริ่มจากการรับบอลหันหลังให้ประตูห่างออกไป 25 หลา ก่อนจะพลิกตัวหนีตัวประกบอย่างเหนือชั้นจนคู่แข่งเสียหลัก แล้วซัดด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งแฉลบพื้นเข้าสู่เพดานตาข่ายอย่างเด็ดขาด
หลายคนอาจรู้จักกาเบรียลจากคลิปไวรัลบน YouTube ตั้งแต่ตอน 8 ขวบ แต่ฟอร์มเกมนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีดีกว่าแค่ทักษะสวยงาม
ในบทบาทหมายเลข 10 เขามีสัญชาตญาณในการหาพื้นที่ว่างอย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถถอยลงมาเชื่อมเกมระหว่างไลน์กองกลางและกองหลังคู่แข่งได้อย่างไหลลื่น
การจ่ายบอลของเขาไม่ได้เน้นความสวยงามเพื่อโชว์ออฟ (Hollywood passer) แต่เป็นการจ่ายที่หวังผลและมีประสิทธิภาพสูงสุด
บรรยากาศรอบตัวของ กาเบรียล ตอนนี้ ย้อนพาให้นึกถึง โจ โคล สมัยเล่นให้ เวสต์แฮม หรือความตื่นเต้นเมื่อเห็น เวย์น รูนี่ย์ และ แจ็ค วิลเชียร์ ก้าวขึ้นมาใหม่ ๆ
กาเบรียล มีความเหมือนกับนักเตะเหล่านั้นคือพรสวรรค์ที่มองเห็นได้ทันที ปัจจุบันเขาคือเจ้าของสถิตินักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ใน เอฟเอ ยูธ คัพ และเคยผ่านการลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ "ปีศาจแดง" มาแล้ว
แน่นอนว่าในวัย 15 ปี เส้นทางยังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยหลุมพราง ทั้งอาการบาดเจ็บและความกดดันที่เพิ่มมากขึ้น เหมือนกรณีของ ราเวล มอร์ริสัน ที่เคยถูกยกย่องเป็นยอดเด็กเทพแต่กลับไปไม่ถึงดวงดาว
อย่างไรก็ตาม สำหรับ เจเจ กาเบรียล ในตอนนี้ ความตื่นเต้นที่เขามอบให้แฟนฟุตบอลคือความสวยงามที่สุดของกีฬาชนิดนี้
หากพัฒนาการของเขายังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไร้อุปสรรค เราคงจะได้เห็นชื่อของ เจเจ กาเบรียล เบียดแย่งพื้นที่ในทีมชุดใหญ่ของ แมนยูไนเต็ด เร็วๆ นี้อย่างแน่นอน