โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรออกมาง่าย ๆ แต่สิ่งที่เขาเอ่ยออกมาคือคำชื่นชมที่มีต่อ โดมินิค โซโบซไล
"เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกในตอนนี้" ดาวเตะไอยคุปต์ บอกไว้หลังเกม ลิเวอร์พูล ชนะ ไบรท์ตัน 3-0 ในศึก เอฟเอ คัพ
มันเป็นคำพูดที่ตอกย้ำสิ่งที่แฟนบอลเริ่มรู้สึกกันมานาน จากสิ่งที่ โซโบ กำลังเปลี่ยนสถานะของตัวเอง
จากผู้เล่นที่มีศักภาพสู่ผู้เล่นที่ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถขาดได้
อะไรหลาย ๆ อย่าง ทำให้เขาเติบโตมากขึ้นในฤดูกาลนี้
ดังเช่นประตูในเกมล่าสุด มันคือการเคลื่อนที่ถูกจังหวะ อ่านพื้นที่ ความมั่นในในการยิง และความนิ่งที่รู้ว่าตัวเองอยู่ในระดับไหน
10 ประตู 7 แอสซิสต์ สำหรับกองกลางในทีมที่กำลังเปลี่ยนผ่าน บ่งบอกว่าเขามีอิทธิพลต่อทีม
...
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เมื่อการมาของ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ สู่รั้ว แอนฟิลด์ มีคนตั้งคำถามว่า โซโบซไล จะโดนลดบทบาทหรือเปล่า ?
คำตอบของเขาไม่ได้อยู่ในคำพูด แต่อยู่ในสนาม
ฤดูกาลนี้ เขาลงเล่นมากขึ้น มีส่วนร่วมกับบอลมากขึ้น และตัวเลขบ่งชี้ชัดว่าเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ไหลผ่านเขามากขึ้น
จ่ายบอลเข้าเขตโทษจาก 85 เป็น 165 ครั้ง
progressive passes เพิ่มขึ้น
แท็กเกิลและเก็บบอลคืนเพิ่มขึ้น
มันเป็นการขยับจากนักเตะตามระบบสู่แกนของระบบ
คำว่า versatile หรือความสารพัดประโยชน์ มักถูกใช้กับนักเตะเยอะเกินไป แต่กับ โซโบซไล เขาก้าวข้ามคำนั้นไปแล้ว
เขาเล่นหมายเลข 10 ได้่ เล่นหมายเลข 8 กับ 6 ได้ ปีกได้ แม้แต่แบ็กขวาก็เล่นได้
และ โซโบซไล ไม่ได้แค่เล่นได้ แต่เล่นแล้วทีมยังคงมาตรฐาน
นี่คือคุณสมบัติของนักเตะระดับท็อปจริง ๆ เพราะฟุตบอลระดับสูงไม่ต้องการคนที่เก่งตำแหน่งเดียว
แต่ต้องการคนที่ทำให้ระบบไม่พัง ไม่ว่าเขาจะถูกวางตรงไหน
...
ถ้าจะหาความต่างระหว่าง โซโบซไล ปีแรก กับ โซโบซไล วันนี้
มันไม่ใช่เทคนิค ไม่ใช่ความเร็ว ไม่ใช่ลูกยิงไกล แต่คือการควบคุมเกม
เขาเริ่มเป็นคนที่ทำให้จังหวะเกมเร็วขึ้น เปลี่ยนทิศทางเกมได้ เชื่อมบอลจากหลังไปหน้า และตัดสินใจในพื้นที่สำคัญ
การเสีย เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เคยถูกมองว่าจะทำให้ ลิเวอร์พูล ขาดตัวจ่ายบอลแนวลึก
แต่ในหลายเกม โซโบซไล คือคนที่เติมช่องว่างนั้น
ทั้งการเปลี่ยนแกน แทงบอลทะลุช่องหรือแทงบอลตามไลน์ด้านข้าง
เขารับผิดชอบหน้าที่ใหม่ ลูกตั้งเตะ อาวุธที่ทำให้เขาก้าวขึ้นอีกระดับ
ฤดูกาลนี้ โซโบซไล ยิงฟรีคิกไปแล้ว 4 ลูก
เป็นผลจากการซ้อมเพิ่ม การอยู่ต่อหลังซ้อม การได้โอกาสมากขึ้นหลังเทรนต์ย้าย
และมันสะท้อนแนวคิดของนักเตะระดับท็อป
เพราะนักเตะที่อยากเป็นระดับโลก ไม่ได้รอพรสวรรค์แต่เพิ่มอาวุธของตัวเองเสมอ
บนเวที พรีเมียร์ลีก มีแค่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่สร้างโอกาสจากลูกตั้งเตะมากกว่าเขา
สำหรับกองกลางวัยนี้นี่คือสัญญาณว่าเขากำลังเข้าสู่ elite zone
...
ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงแอนฟิลด์ เขาถูกเปรียบกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตอนนั้นมันดูเร็วเกินไป
พอมาถึงฤดูกาลนี้ มีช่วงที่คุณเห็นภาพนั้นชัด ไม่ใช่เพราะสไตล์เหมือน แต่เพราะทัศนคติ
เขาเพรสหนัก วิ่งไม่มีหมด พยายามแบกทีมในเกมยาก
อาร์เน่อ พูดชัดว่า สิ่งที่เขามีแล้วคือ "การนำด้วยการกระทำ"
ส่วนสิ่งที่ต้องเพิ่มคือ "เสียงในห้องแต่งตัว"
ถ้าเขาพัฒนาเรื่องนั้นได้ กัปตันในอนาคต ไม่ใช่เรื่องไกล
ปัจจัยนอกสนาม ซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขากลายเป็นคุณพ่อ
สำหรับนักเตะบางคนมันอาจทำให้ฟอร์มตก
แต่กับเขามันเหมือนเพิ่มความนิ่ง เขาฟิตขึ้น มีวินัยขึ้น จัดลำดับชีวิตชัดขึ้น
นี่คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่แยกนักเตะดีออกจากนักเตะระดับโลก
...
โซโบซไล เหลือสัญญาอีก 2 ปีหลังจบฤดูกาลนี้ แต่การเจรจาก็เริ่มไปแล้ว
ถ้านักเตะกำลังก้าวสู่ระดับท็อป ค่าเหนื่อยก็ต้องสะท้อนระดับนั้น
ข่าวเชื่อมโยงกับ เรอัล มาดริด อาจเป็นแค่ข่าว
ทว่าประวัติศาสตร์สอนว่า การปล่อยให้สัญญายืดเยื้อ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่
ลิเวอร์พูล ยังมีเวลา แต่ถ้าอยากสร้างทีมรอบตัวเขาในอนาคต นี่คือเคสที่ต้องจัดการเร็ว
การจะเรียกว่าดีที่สุดในโลกอาจยังเร็วไปสำหรับบางคน
สิ่งหนึ่งชัดเจน โดมินิค โซบอสซ์ไล ไม่ใช่แค่กองกลางที่เก่งขึ้น
เขากำลังกลายเป็นนักเตะที่ทีมพึ่งพา นักเตะที่มีอิทธิพลทั้งรุก-รับ และจังหวะเกม
และถ้าเส้นทางนี้ยังเดินต่อ บางที คำพูดของ ซาลาห์ ในคืนนั้น
อาจไม่ใช่คำชม แต่อาจเป็นการทำนายอนาคตล่วงหน้า
HOSSALONSO