แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้รับโอกาสที่ดีหลังการสะดุดอีกครั้งของ อาร์เซน่อล
ทีมเรือใบสีฟ้าจะลงเตะก่อนทีมปืนใหญ่ในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ ถ้าพวกเขาเอาชนะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ผู้มาเยือนได้ ช่องว่างที่ครั้งหนึ่งเคยไกลถึง 8-9 คะแนนจะถูกลดลงมาเหลือเพียง 2 คะแนนทันที
เหลือ 2 คะแนนโดยที่เตะเท่ากัน และยังมีเกมที่จะต้องเจอกันเองโดยตรงช่วงกลางเดือนเมษายนที่เอติฮัด สเตเดี้ยม อีกเกม
มองในมุมนี้ นั่นหมายความว่าถ้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะรวดทุกเกมที่เหลืออยู่ในมือ พวกเขาจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26
ชะตากรรมของเขาอยู่ในมือตัวเอง ไม่ต้องยืมจมูกใครหายใจหรือพึ่งพาการสะดุดของทีมปืนใหญ่อีกแล้ว
โจทย์ที่สั้นห้วนที่สุดของซิตี้ในตนนี้ก็แค่ง่าย ๆ.. ชนะทุกเกมที่เหลือแล้วฉลองแชมป์
กระนั้นในทางกลับกัน นอกเหนือจากทางปฏิบัติที่คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะชนะรวดตลอด 12 เกมที่เหลือแล้ว ในความเป็นจริง แมนฯ ซิตี้ ก็ยังอยู่ในสถานะที่เป็นรองอาร์เซน่อลอยู่บนตารางคะแนน
และถ้าจะพูดว่าชะตากรรมของซิตี้อยู่ในมือตัวเอง ชะตากรรมของอาร์เซน่อลก็อยู่ในมือพวกเขาเองเช่นกัน
ใน 11 เกมที่เหลือ ถ้าอาร์เซน่อลไม่แพ้เกมเยือนซิตี้ แล้วเก็บชัยชนะในนัดอื่นได้ทั้งหมด พวกเขาก็จะเป็นแชมป์เช่นกัน
มองในมุมนี้งานของอาร์เซน่อลยังผ่อนคลายกว่าเพราะเกมเตะเหลือน้อยกว่า (11 เกม กับ 12 เกม) และโจทย์หย่อนกว่าคือไม่ต้องชนะรวดก็ได้ ขอแค่ไม่แพ้ในเกมที่เจอกันเอง ขณะที่ซิตี้ต้องเก็บ 36 คะแนนเต็มเท่านั้น
หากนั่นคือเรื่องในทางทฤษฎี เรารู้ดีว่าในทางปฏิบัติมีอะไรที่สามารถพลิกผันได้อีกตลอดเส้นทางนับจากนี้ ไม่ว่าจะพลิกไปทางไหน ฝั่งสีแดงหรือฝ่ายสีฟ้า
อารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในยามนี้ ยังคงเป็นเพียงแค่ยามนี้ มันยังไม่ใช่การตัดสินอะไร ยังไม่ได้ยืนยันถึงผลลัพธ์ใด ๆ ในบั้นปลาย
ทุกทีมยังมีโอกาสแก้ตัว ทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ทุกทีมยังมีโอกาสผิดพลาด หกล้มหัวทิ่มได้อีก สถานการณ์ยังมีโอกาสพลิกไปพลิกมาได้เสมอ
แน่นอนครับเวลานี้จะให้เหล่ากูนเนอร์สยังมีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมนั้นคงยาก เพราะไม่เพียงผลการแข่งขันเท่านั้นที่ไม่มา แต่เกมล่าสุดที่โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม นั้น อาร์เซน่อลยังแสดงความหวั่นไหวออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนจากเกมในสนามด้วย
ความตึงเครียดและอาการเกร็งกลัวพลาดจนขาดการประสานงานที่ควรจะเป็นเกิดขึ้นตลอดทั้งเกม 90 นาที จากความเข้าใจกลายเป็นไม่เข้าใจ จากความง่ายกลายเป็นความยาก
ที่ถูกลงโทษสาหัสที่สุดคือประตูตีเสมอของวูล์ฟแฮมป์ตันเจ้าถิ่นที่มาจากความไม่เข้าใจกันเองระหว่าง ดาบิด รายา กับ กาเบรียล มาร์กัลเญส
ลูกง่าย ๆ ที่ไม่มีทางผิดพลาดแน่ ๆ ในช่วงครึ่งซีซั่นแรกที่ทุกอย่างยังไปได้ดี ความเชื่อมั่นยังเต็มเปี่ยม แรงกดดันยังไม่เยอะ กลับกลายเป็นลูกยากและก่อให้เกิดความสับสนกันเองแบบมือสมัครเล่น
บอลลอยมาอย่างไม่อันตรายใด ๆ คนหนึ่งกระโดดใช้มือรับ คนหนึ่งกระโดดโหม่ง ในวินาทีคับขันที่สามารถทำให้ทุกคนสติแตก ทั้งสองคนขาดการสื่อสารขั้นพื้นฐานในจังหวะที่ธรรมดาที่สุด
แล้วบททดสอบหนัก ๆ มันก็มักจะโผล่มาทักทายเราเหมือนแกล้ง รายากับกาเบรียลชนกันเองทีเดียว บอลตกตรงหน้า ทอม เอดูซี่ กองหน้าดาวรุ่งวอลเล่ย์สวนตูมเดียวตีเสมอให้หมาป่าขโมยแต้มไปเลย
บางทีชีวิตมันก็โหดร้ายแบบนี้ 40 นาทีก่อนหน้า กาเบรียลเพิ่งจะทำแอสซิสต์สุดสวยให้ ปิเอโร่ อินคาปิเย่ ยิงให้ทีมหนีเป็น 2-0 อยู่เลย
ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดจากการเสมอเกมนี้คือในเชิงจิตวิทยา
การนำทีมอันดับสุดท้ายของตารางที่เล่นมา 26 เกมเพิ่งจะเก็บได้แค่ 9 แต้ม 2-0 แล้วถูกตีเสมอ 2-2 ช่วงทดเวลาคือความเสียหายอันหนักหน่วง
ความเสียดายพลุ่งพล่าน ความไหวหวั่นถูกปลุกขึ้นมาจากส่วนลึกของจิตใจ
มองไปทางไหนก็มีแต่อารมณ์ขุ่นมัว มองหาไม่เจอหรอกเรื่องในแง่ดี และคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่น่าจะเป็นเกมที่น่าผิดหวังที่สุดของฤดูกาล
น่าผิดหวังในทุก ๆ แง่ และเป็นด่านทดสอบที่สำคัญมากของอาร์เซน่อลนับจากนี้
จะส่งผลไปถึงปลายทางมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของทีมหลังจากนี้ ซึ่งจะมีปัจจัยอื่น ๆ ประกอบมากมาย ทั้งความนิ่งของพวกเขาเอง การสลัดความผิดหวังทิ้งให้เด็ดขาด การเรียกความเชื่อมั่นกลับมา รวมถึงคุณภาพในการไล่ล่าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้
จะให้ลืมความเสียหายจากเกมนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นหน้าที่ที่ มิเกล อาร์เตต้า และลูกทีมของเขาต้องทำให้ได้ เก็บเกี่ยวข้อเสียมาแก้ไขให้ได้ ตั้งหลักใหม่ให้ได้ ถึงอย่างไรสถานการณ์ก็ยังได้เปรียบอยู่
แม้ในด้านความเป็นจริงที่เกิดขึ้นไปแล้ว อาร์เซน่อลเข้าสู่ปี 2026 ด้วยการบุกชนะบอร์นมัธหวุดหวิด 3-2 ก่อนจะเสีย 11 คะแนนจาก 7 เกม (ชนะ 2 เสมอ 4 แพ้ 1) ก็ตาม
2 นัดล่าสุดยิงนำเบรนท์ฟอร์ด 1-0 ถูกตีเสมอ 1-1 และยิงนำวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 ถูกตีเสมอ 2-2 หายไปอีก 4 แต้ม
เป็นช่วงที่พวกเขาสะดุดหนักที่สุดแล้วนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล ขณะที่โปรแกรม 3 นัดต่อไปในลีกล้วนเป็นเกมสุ่มเสี่ยงต่อการเสียคะแนนอีกทั้งสิ้น
เยือนสเปอร์ส เหย้าเชลซี เยือนไบรท์ตัน
ความกังวลกำลังแผ่ซ่านไปทั่วเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จากผลงานในช่วงหลัง และแน่นอน อาร์เซน่อลกำลังเผชิญหน้ากับด้านทดสอบหัวจิตหัวใจอีกครั้งเหมือน 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา
ตังกุย