วิเคราะห์โปรแกรมลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้ายในพรีเมียร์ลีกระหว่าง อาร์เซน่อล กับ แมนฯ ซิตี้ ว่าใครหนัก-เบากว่ากัน ที่จะกลายเป็นจุดตัดสินในฤดูกาล 2025/26
ศึกชิงแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025-26 กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแบบเดือดจัด เมื่อ อาร์เซน่อล ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ลุ้นยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดยาวนาน 22 ปี แต่ยังต้องเจอคู่ปรับตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เคยปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครองในปี 2023 และ 2024
ขณะที่ แอสตัน วิลล่า ของ อูไน เอเมรี่ ยังเกาะกลุ่มหัวตาราง แต่ภาพรวมยังเป็นการขับเคี่ยวกันโดยตรงของสองทีมยักษ์ใหญ่
คำถามจึงไม่ใช่แค่ใครฟอร์มดีกว่า แต่คือใครมีเส้นทางสู่เส้นชัยที่ราบรื่นกว่า โปรแกรมโค้งสุดท้ายจะเป็นตัวแปรสำคัญ ทั้งเกมบิ๊กแมตช์ การเยือนทีมหนีตกชั้นที่สู้ถวายหัว ไปจนถึงภารกิจหลายถ้วยที่อาจกระทบความสดของขุมกำลัง สุดท้ายแล้ว ใครกันแน่ที่ถือความได้เปรียบก่อนเข้าสู่ช่วงตัดสินแชมป์?
โปรแกรมที่เหลือของอาร์เซน่อล
แข่ง 27 นัด | 58 คะแนน | ผลต่างประตู +32
เกมยาก
หนีไม่พ้นการบุกเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลางเดือนเมษายน ซึ่ง อาร์เซน่อล ไม่ชนะที่เอติฮัดในลีกนับตั้งแต่ปี 2015 แล้ว แถมเคยโดนถล่มยับถึง 1-4 ในปี 2023 ก่อนจะเสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 ในปี 2024 และนัดนี้อาจเป็นเกมชี้ชะตาโดยตรง หาก “ปืนใหญ่” บุกเก็บแต้มได้จะมีความหมายมหาศาล
เกมไม่หนัก
เอฟเวอร์ตัน อาจดูเป็นงานไม่หนักในบ้าน แต่ทีมของ เดวิด มอยส์ มีสถิติเกมเยือนดีติดอันดับต้น ๆ ของลีกฤดูกาลนี้ แถมช่วงเวลาดังกล่าวคั่นกลางระหว่างศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย และก่อนนัดชิงคาราบาว คัพ พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วย ซึ่งเกมลักษณะแบบนี้ อาจทำให้ทีมของ อาร์เตต้า เสียสมดุลได้เลย
โค้งสุดท้ายเดือนพฤษภาคม
หากดูจากคู่แข่งแล้วการเจอทั้ง ฟูแล่ม และ เบิร์นลีย์ แถมได้เล่นในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถือว่าไม่หนัก โดย ฟูแล่ม อาจไม่มีลุ้นอะไรแล้ว ส่วน เบิร์นลีย์ ก็อาจตกชั้นก่อนถึงช่วงนั้น ส่วนคู่แข่งทั้ง เวสต์แฮม และ คริสตัล พาเลซ อาจจะยังต้องหนีตกชั้น แต่โดยรวมอาร์เซน่อล ไม่ต้องเจอทีมครึ่งบนของตารางในเดือนสุดท้าย
โปรแกรมที่เหลือของแมนเชสเตอร์ ซิตี้
แข่ง 26 นัด | 53 คะแนน | ผลต่างประตู +30
เกมยาก
ก่อนจะเปิดบ้านพบ อาร์เซน่อล เป๊ป ต้องพาทีมผ่านเกมเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ให้ได้ ซึ่ง ลีดส์ มีสถิติเล่นเกมกลางคืนในเอลแลนด์ โร้ด ได้แข็งแกร่งมาก ขณะที่ เชลซี แม้ผลงานไม่สม่ำเสมอ แต่ในบ้านพร้อมสร้างปัญหาได้ตลอด โดยเฉพาะในยุคของ เลียม โรซีเนียร์ ที่ปลุก "สิงห์บลูส์" กลับมาฟอร์มแรงอีกครั้ง
เกมไม่หนัก
เมื่อดูจากรายชื่อทีมที่ แมนซิตี้ หวังเก็บ 3 แต้มได้แบบไม่ยากเย็นนั้น คงหนีไม่พ้น น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่กำลังหวังแรงกระตุ้นจากกุนซือใหม่ เช่นเดียวกับ บอร์นมัธ และ เบรนท์ฟอร์ด ที่ยังมีลุ้นโควตายุโรปในช่วงท้ายฤดูกาล
โค้งสุดท้าย
แมนฯ ซิตี้ ต้องเจอโปรแกรมหนักกว่า โดยสองในสามนัดสุดท้ายต้องดวล เบรนท์ฟอร์ด และ บอร์นมัธ ที่อาจมีเดิมพันสูง ก่อนปิดฤดูกาลด้วยการพบ แอสตัน วิลล่า ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะการันตีตั๋วแชมเปียนส์ ลีก หรืออาจมีลุ้นแชมป์อยู่ด้วยซ้ำ
บทสรุป
ทุกอย่างจะพุ่งไปที่เกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ อาร์เซน่อล กลางเดือนเมษายน ก่อนเข้าสู่ช่วงตัดสินจริง ๆ ซึ่งหากมองจากโปรแกรมโดยรวมแล้ว อาร์เซน่อล ดูมีเส้นทางที่เอื้อกว่าเล็กน้อย โดยเฉพาะช่วงเดือนสุดท้ายของฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองทีมยังต้องลุยหลายถ้วย ทั้งยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เอฟเอ คัพ และยังโคจรพบกันในนัดชิงคาราบาว คัพ วันที่ 22 มีนาคมอีกด้วย ความลึกของขุมกำลังและการบริหารสภาพทีมจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าใครจะยืนระยะถึงเส้นชัยได้แข็งแกร่งกว่า
ศึกนี้ไม่มีคำว่าง่าย และประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย…หรือถูกเขียนใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า