เจาะลึกสถิติสุดหลอน อาร์เซน่อลกับอาการ "ประมาทเรียกพ่อ" หลังนำ 2-0 แล้วชวดชัย พร้อมย้อนรอยอดีตที่ทำแต้มหลุดมือจนชวดแชมป์พรีเมียร์ลีก
เหมือนที่เขาว่ากันว่า "2-0 คือสกอร์ที่อันตรายที่สุด" ... คำกล่าวนี้อาจฟังดูเหมือนสูตรสำเร็จของเหล่านักวิจารณ์ แต่วันนี้ที่โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม มันได้กลายเป็นความจริงที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับพลพรรค "เดอะ กูนเนอร์ส"
อาร์เซน่อล ภายใต้การทำทีมของ มิเกล อาร์เตต้า กำลังถูกตั้งคำถามเดิมที่วนเวียนมาตลอด 3 ฤดูกาลหลังสุด นั่นคือ "ความแข็งแกร่งทางจิตใจ" พวกเขาเล่นฟุตบอลที่สวยงาม พวกเขามีระบบการเล่นที่ทันสมัย
แต่ในนาทีที่ 90+4 บอลที่แฉลบ ริคคาร์โด้ คาลาฟิโอรี่ เข้าประตูตัวเองไปนั้น มันไม่ได้สะท้อนแค่ความซวย แต่มันสะท้อนถึง "รอยร้าว" ในระดับจิตวิญญาณของทีมที่กำลังลุ้นแชมป์
อาถรรพ์เลข 2 หรือ ปัญหาที่ "สภาพจิตใจ"?
การทำแต้มหล่นในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เพราะนี่คือเกมที่สองติดต่อกันแล้วที่พวกเขานำก่อนแต่ปิดเกมไม่ได้ (ต่อจากเกมเสมอเบรนท์ฟอร์ด 1-1)
หากย้อนกลับไปดูสถิติ อาร์เซน่อล พลาดท่าเสมอในเกมเยือนที่นำ 2 ประตูเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 ที่พบกับ เวสต์แฮม ซึ่งในปีนั้นพวกเขาก็ลงเอยด้วยการพลาดแชมป์ คำถามสำคัญคือ "ความกดดัน" กำลังเล่นงานพวกเขาอยู่หรือไม่?
เพราะจาก 7 เกมหลังสุดในลีก พวกเขาเก็บชัยชนะได้เพียง 2 นัด และทำแต้มหลุดมือไปถึง 11 คะแนน
เงาแค้นจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ในขณะที่ อาร์เซน่อล เริ่มสะดุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลับยังคงรักษามาตรฐานความ "เขี้ยว" ได้อย่างดุดันไม่เกรงใจใคร
ปัจจุบันช่องว่างเหลือเพียง 5 คะแนน และ แมนฯซิตี้ ยังมีเกมในมืออีก 1 นัด รวมถึงการต้องไปเยือนเอติฮัด สเตเดี้ยม ในเดือนเมษายนที่รออยู่ จากสถิติระบุว่า แมนฯซิตี้ มักจะเร่งเครื่องในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังได้อย่างยอดเยี่ยม โดยชนะเฉลี่ยถึง 14-15 นัดจาก 19 เกมสุดท้ายในทุกฤดูกาลที่ได้แชมป์
การที่ อาร์เซน่อล ปล่อยให้ผู้ล่าที่อันตรายที่สุดเข้าใกล้ขนาดนี้ จึงเปรียบเสมือนการเปิดโอกาสให้ "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"
ฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่องของแทคติก แต่มันคือเรื่องของ "ความนิ่ง" ในช่วงเวลาวิกฤต อาร์เซน่อลชุดนี้มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม แต่ในวันที่ต้องเผชิญกับความกดดัน พวกเขายังขาดสัญชาตญาณเพชฌฆาตที่เย็นชาพอ
อาถรรพ์เลข 2 อาจเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ แต่การปล่อยให้แต้มหลุดมือต่อหน้าทีมลุ้นแชมป์ที่เก๋าเกมอย่างซิตี้ คือความประมาทที่อาจต้องจ่ายราคาแพงด้วยถ้วยแชมป์สมัยแรกในรอบกว่า 20 ปี