ดีลการย้ายทีมของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จาก อัล อิตติฮัด สู่ เฟเนร์บาห์เช่ คืออีกหนึ่งกรณีศึกษาที่สะท้อนว่า “รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ” อาจเปลี่ยนอนาคตนักเตะทั้งชีวิตได้ หากขาดความรอบคอบในการจัดการเอกสาร
แม้ทั้งสองสโมสรจะบรรลุข้อตกลงกันทุกขั้นตอน แต่ดีลกลับล่มลงในช่วงเดดไลน์ตลาดนักเตะเดือนมกราคม ก่อนจะถูกชุบชีวิตขึ้นมาได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดตุรกี ซึ่งยังเปิดถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์
อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ดีลนี้เกือบพัง แต่สุดท้ายกลับรอดแบบหวุดหวิด?
1. ความผิดพลาดในระบบ TMS จุดเริ่มต้นของปัญหา
ต้นเหตุสำคัญคือความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลในระบบ TMS (Transfer Matching System) ของฟีฟ่า โดยฝั่ง อัล อิตติฮัด ใส่รายละเอียดไม่ถูกต้อง
แม้จะเป็นเพียง “ข้อมูลทางเทคนิค” แต่ระบบนี้ไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังได้หลังตลาดนักเตะปิด ส่งผลให้การลงทะเบียนนักเตะไม่สมบูรณ์ และดีลต้องหยุดชะงักทันที
2. เอกสารไม่ครบ = ปิดดีลไม่ได้
เมื่อข้อมูลใน TMS ไม่ตรงกัน การย้ายทีมในวันที่ 2 กุมภาพันธ์จึงล้มเหลว แม้เฟเนร์บาห์เช่จะยืนยันว่าฝั่งตนปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว
ผลกระทบไม่ได้เกิดกับ ก็องเต้ เพียงคนเดียว แต่ยังรวมถึง ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ ที่มีดีลสลับขั้วกับ อัล อิตติฮัด ซึ่งต้องถูกระงับไปโดยปริยาย นี่คือบทเรียนชัดเจนว่าความสะเพร่าในเอกสารอาจสร้างความเสียหายเป็นลูกโซ่
3. ทำไมเฟเนร์บาห์เช่ยังไม่ยอมถอย
แม้ก็องเต้กำลังจะอายุครบ 35 ปี แต่เฟเนร์บาห์เช่ยังเชื่อมั่นในคุณค่าของเขา ทั้งประสบการณ์แชมป์โลกและแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งหาได้ยากในลีกตุรกี
นอกจากศักยภาพในสนาม บุคลิกอ่อนน้อมและความเป็นมืออาชีพของก็องเต้ ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์สโมสรในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ตัวนักเตะเองก็ต้องการกลับมาเล่นในลีกยุโรป เพื่อเพิ่มโอกาสติดทีมชาติฝรั่งเศสลุย ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งการค้าแข้งในซาอุฯ แทบไม่อยู่ในสายตาของ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์
4. ฟีฟ่าเข้ามาเคลียร์ทางออก
ด้วยข้อได้เปรียบที่ตลาดนักเตะตุรกียังไม่ปิด ฟีฟ่าจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยข้อสรุปคือ อัล อิตติฮัด ยกเลิกสัญญาที่เหลืออยู่ของก็องเต้
ทางออกนี้เปิดทางให้การย้ายทีมสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง และช่วยปลดล็อกดีลของเอ็น-เนซีรี่ไปพร้อมกัน
5. เบื้องหลังการเจรจาระดับประเทศ
มีรายงานว่า ดีลนี้ไม่ได้จบลงแค่ในระดับสโมสรหรือฟีฟ่าเท่านั้น แต่ยังมี การสนับสนุนจากผู้นำระดับประเทศ
ซาเด็ตติน ซาราน ประธานเฟเนร์บาห์เช่ ออกมาขอบคุณ เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี ที่มีบทบาทช่วยเหลือ แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่เชื่อว่าการหารือกับ มกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ระหว่างการเยือนซาอุฯ อย่างเป็นทางการ มีส่วนสำคัญที่ทำให้การเจรจากลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง
TOMMY TEE