ค่ำวันนี้ที่สกอตแลนด์มีศึกใหญ่ระหว่าง เซลติก พบ เรนเจอร์ส ..
โอลด์เฟิร์มดาร์บี้ในวันนี้เงียบเหงา ไม่ได้อยู่ในความสนใจเหมือนเมื่อก่อน
ส่วนหนึ่งมาจากมาตรฐานฟุตบอลสกอตต์ที่เมื่อเข้าสู่เวทีสโมสรยุโรปแล้วเป็นเพียงไม้ประดับ ไม่หลงเหลือภาพแห่งความยิ่งยงครั้งอดีตไว้อีก
เซลติกเคยคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ เป็นทีมแรกของเกาะอังกฤษเมื่อปี 1967 ส่วนเรนเจอร์สก็เคยไปถึงแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ เมื่อปี 1972
แต่ในวันนี้ภาพที่เห็นเป็นปกติคือกระทั่งรอบแบ่งกลุ่มหรือรอบฟุตบอลลีกในระบบใหม่ แชมป์พรีเมียร์สกอตต์ก็ยังไปไม่ถึง เข้ารอบบ้างตกรอบคัดเลือกบ้างคละเคล้ากันไป ห่างไกลจากคำว่าขาประจำ
อีกส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการผูกขาดภายในประเทศ ที่ยิ่งซ้ำเติมความน่าเบื่อในสายตาผู้คนวงนอก
เพราะนับตั้งแต่ที่ อเบอร์ดีน ของกุนซือหนุ่มนาม อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผงาดคว้าแชมป์ 2 สมัยซ้อนเมื่อฤดูกาล 1983/84 กับ 1984/85 ฟุตบอลเมืองวิสกี้ก็ไม่เคยเห็นถ้วยแชมป์ไปอยู่ที่เมืองอื่นอีกเลยนอกจากกลาสโกว์
40 ฤดูกาลเต็ม ๆ กับการผลัดกันคว้าแชมป์ลีกระหว่าง เรนเจอร์ส กับ เซลติก
มีช่วงที่เรนเจอร์สรันยาวได้แชมป์ 9 ซีซั่นซ้อนตั้งแต่ฤดูกาล 1988/89 ถึงฤดูกาล 1996/97
มีช่วงที่เซลติกกวาดแชมป์ 9 ปีติดต่อกันเช่นกันตั้งแต่ฤดูกาล 2011/12 ถึงฤดูกาล 2019/20
ในรอบ 40 ปีที่ว่านั้น เซลติกได้แชมป์ 22 สมัย เรนเจอร์ส 18 สมัย เพียงแต่ 14 ฤดูกาลหลังสุดทีมม้าลายเขียวขาวเถลิงแชมป์จนเบื่อถึง 13 ครั้งโดยที่ 4 ปีหลังสุดเป็นแชมป์มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดรวมแชมป์ลีกสูงสุดของสกอตแลนด์ขึ้นมาเท่ากันที่ทีมละ 55 ครั้ง
ฤดูกาลนี้ 2025/26 ถ้าเซลติกทำได้ พวกเขาจะแซงเรนเจอร์สเป็นเจ้าแห่งลีกสกอตต์ และจะเป็นการผลัดเปลี่ยนทีมที่เป็นแชมป์มากที่สุดเป็นครั้งแรกในรอบ 95 ปี เพราะนับตั้งแต่ที่เรนเจอร์สแซงเซลติกขึ้นเป็นแชมป์สมัยที่ 18 ได้ก่อนเมื่อปี 1930 พวกเขาก็อยู่ในสถานะทีมที่เป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศมากที่สุดมาโดยตลอด จนกระทั่งซีซั่นที่แล้วที่เซลติกตามมาทันในที่สุด
ปัญหาก็คือ.. ในฤดูกาลที่เซลติกตั้งใจจะแซงขึ้นเป็นหมายเลขหนึ่งของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ฟุตบอลลีกสกอตแลนด์กลับมีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามา นั่นคือ ฮาร์ท ออฟ มิดโลเธียน หรือ ฮาร์ทส์ แห่งกรุงเอดินเบอระ
สิ่งที่กำลังดำเนินไปในฤดูกาลนี้ทำให้บัลลังก์โอลด์เฟิร์มสั่นคลอน..
------------------------
ตลอดประวัติศาสตร์ของฟุตบอลลีกสกอตแลนด์ ความสำเร็จว่ากันด้วยเมืองเพียงเมืองเดียวคือกลาสโกว์ เพราะลำพังเซลติกกับเรนเจอร์สก็ได้แชมป์รวมกัน 110 สมัยเข้าไปแล้ว และมี เธิร์ด ลานาร์ก สโมสรที่ล้มละลายไปเมื่อปี 1967 เคยเป็นแชมป์อีก 1 ครั้งเมื่อปี 1904
ทีมอื่น ๆ จากเมืองอื่น แทบจะเป็นได้แค่ผู้ชม เอดินเบอระ ดันดี อเบอร์ดีน ฯลฯ
ฮาร์ท ออฟ มิดโลเธียน (หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า ฮาร์ทส์) กับ ฮิเบอร์เนียน 2 ทีมแห่งเมืองหลวงเอดินเบอระได้แชมป์ทีมละ 4 สมัย ฮาร์ทส์ได้ครั้งล่าสุดปี 1960 ฮิเบอร์เนียนหรือฮิบส์ได้ครั้งล่าสุดปี 1952)
อเบอร์ดีน 3 สมัย (ครั้งล่าสุดปี 1985) ดัมบาร์ตัน 2 สมัย (ครั้งล่าสุดปี 1892)
ดันดี 1 สมัย (1961/62) ดันดี ยูไนเต็ด 1 สมัย (1982/83) คิลมาร์น็อก 1 สมัย (1964/65) และ มาเธอร์เวลล์ 1 สมัย (1931/32)
แน่นอนว่าเซลติกที่ได้แชมป์มา 4 ปีซ้อนและแชมป์ 13 จาก 14 สมัยหลังสุดเป็นเต็งหนึ่งและเต็งจ๋า แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ทำให้เรามีโอกาสเห็นการผูกขาด 40 ปีติดต่อกันของโอลด์เฟิร์มสิ้นสุด
เป็นความเปลี่ยนแปลงที่กลายเป็นโอกาสทองของ ฮาร์ท ออฟ มิดโลเธียนส์
เริ่มจากความเปลี่ยนแปลงทั้งที่เรนเจอร์สและเซลติก..
กับ เรนเจอร์ส มันยังเป็นฤดูกาลที่ทีมยังไม่ฟื้น นับตั้งแต่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด หยุดสถิติแชมป์ติดต่อกัน 9 ปีซ้อนของเซลติกได้เมื่อฤดูกาล 2020/21 แชมป์ก็กลับไปเป็นของเซลติกเหมือนเดิมอีก 4 ปีติดต่อกัน เท่ากับว่า 14 ปีหลังสุด เรนเจอร์สได้แชมป์แค่สมัยเดียว ส่วนเซลติกกวาดไป 13 สมัย
หลังแยกทางกับ ฟิลิปป์ เกลม็องต์ และแต่งตั้ง แบร์รี่ เฟอร์กูสัน รักษาการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ยอดทีมแห่งไอบร๊อกซ์ สเตเดี้ยม เลือกใช้งานกุนซือรุ่นใหม่อย่าง รัสเซลล์ มาร์ติน อดีตกองหลังนอริช ซิตี้ และทีมชาติสกอตแลนด์วัย 39 ปีที่มีประสบการณ์คุมสวอนซี ซิตี้และเซาธ์แฮมป์ตันเข้ามาคุมทัพในช่วงซัมเมอร์
ผลลงเอยด้วยการร่วมงานกันเพียง 122 วันก็ต้องแยกทาง กลายเป็นผู้จัดการทีมที่มีเวลาทำงานสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ 153 ปีของสโมสร
ปัจจุบันนายใหญ่ของเรนเจอร์สคือ แดนนี่ โรห์ล กุนซือวัย 36 ปีชาวเยอรมันที่ดึงตัวมาจากเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ซึ่งผลงานก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ ทำทีมอยู่อันดับ 3 เวลานี้
ขณะที่เซลติกซึ่งดูมั่นคงที่สุดกลับมีความเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นเช่นกัน
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่พาทีมเป็นแชมป์ 11 รายการใน 2 ช่วงที่อยู่กับทีมและทำทีมเป็นแชมป์พรีเมียร์สกอตต์ใน 2 ฤดูกาลหลังสุด เกิดความไม่ลงรอยกับฝ่ายบริหารจนต้องอำลาทีมในช่วงปลายเดือนตุลาคมก่อนไปรับงานในซาอุดีอาระเบียกับ อัล คาดเซียห์
มาร์ติน โอนีล ได้รับแต่งตั้งให้เข้ามารักษาการได้ 5 สัปดาห์ก่อนที่สโมสรจะเลือก วิลฟรีด น็องซี่ กุนซือชาวฝรั่งเศสดีกรีโค้ชยอดเยี่ยมเมเจอร์ลีกสหรัฐฯ กับทีมโคลัมบัส ครูว์ มารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้เอง
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเซลติกหัวปักดำดิ่งเพราะยังตั้งหลักไม่ได้ น็องซี่กลายเป็นกุนซือคนแรกในประวัติศาสตร์ 138 ปีของสโมสรที่เริ่มงานด้วยการแพ้ 4 เกมติดต่อกัน
แพ้ฮาร์ทส์ในพรีเมียร์สกอตต์ แพ้โรม่าในเวทียูโรปา ลีก แพ้เซนต์เมียร์เรนเป็นครั้งแรกในรอบ 16 เกมในนัดชิงสกอตติช ลีก คัพ และแพ้ ดันดี ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรกในรอบ 23 เกม
อย่าว่าแต่ 4 เกมเลย กระทั่ง จิมมี่ แม็คกรอรี่ ปี 1946 กอร์ดอน สตรั๊คคั่น ปี 2005 โทนี่ โมวเบรย์ ปี 2009 และ ร็อดเจอร์ส ปี 2016 ที่เป็นอีกเพียง 4 คนที่ประเดิมการคุมเซลติกด้วยความพ่ายแพ้ก็สามารถแก้ตัวได้ทันทีคือไม่แพ้ในเกมต่อมาทั้งสิ้น
ยิ่งเมื่อหันไปดูฝั่งเรนเจอร์ส ทอมมี่ แม็คลีน เคยทำทีมแพ้ 3 นัดแรกเมื่อปี 1983 นั่นหมายความว่า น็องซี่ คือกุนซือคนแรกในประวัติศาสตร์ของทั้งเรนเจอร์สและเซลติกที่แพ้ 4 นัดติดต่อกันตอนเริ่มงาน
กระแสวิจารณ์หนักหน่วงและดุเดือดตามมาทันที มากระเตื้องขึ้นเล็กน้อยด้วยชัยชนะ 2 เกมติดเหนือ อเบอร์ดีน 3-1 และ ลีฟวิงสตัน 4-2 แต่ก็ต้องลุ้นเหนื่อยเกมแรกเร่งเครื่องยิงประตู 2-1 กับ 3-1 ในนาที 88 กับ 90+2 ส่วนเกมหลังโดนนำ 2 ครั้ง 2 ครา
เกมล่าสุดก็กลับไปแพ้อีกครั้ง ออกไปถูกมาเธอร์เวลล์ทุบ 0-2 ทำให้สถิติของน็องซี่คือคุมทีม 7 เกม ชนะ 2 แพ้ 5..
ส่วน ฮาร์ท ออฟ มิดโลเธียนส์ หรือ ฮาร์ทส์ มีความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดผลยอดเยี่ยม
ทีมสีเลือดหมูแห่งเมืองหลวงดึง ดีเร็ค แม็คอินเนส อดีตกองกลางเรนเจอร์สช่วงปลายทศวรรษ 1990 และอดีตกุนซืออเบอร์ดีนกับคิลมาร์น็อกเข้ามาทำทีม
แม็คอินเนสนำเอาความสดชื่นใหม่ ๆ เข้ามา ทั้งทีมยังเสริมนักเตะได้เข้าเป้าโดยเฉพาะ เคลาดิโอ บราก้า กองหน้าชาวโปรตุเกสจาก อาเลซุนด์ส แห่งลีกนอร์เวย์ ที่ประสานงานกับ ลอว์เรนซ์ แชงค์แลนด์ หัวหอกทีมชาติสกอตแลนด์ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2022 ได้อย่างลงตัวนำเป็นดาวซัลโวของทีมร่วมกันเวลานี้
นักเตะใหม่หลายคนช่วยทีมได้ทันทีและกลายเป็นตัวหลัก อเล็กซานดรอส คีซิริดิส กองหน้าชาวกรีซที่ได้มาจากเซมพลิน มิชาลอฟเช่ ในลีกเซอร์เบีย, ออยซิน แม็คเอนที กองกลางชาวไอริชจากวอลซอลล์, โทมัส เบนท์ แม็กนุสสัน กองกลางชาวไอซ์แลนด์จากวาลูร์
เอลตัน คาบังกู กองหน้าชาวเบลเยียมจากอูนิโอน แซงต์ ชิลลวส หรือกระทั่ง สจ๊วร์ต ฟินด์เลย์ กองหลังชาวสกอตต์ที่ยืมตัวมาจาก อ๊อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด
ฮาร์ทส์ลงสนามโดยปราศจากความกดดันเพราะไม่มีใครพูดถึง บอลเปลี่ยนโค้ชแถมฤดูกาลที่แล้วแพ้มากกว่าชนะจบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 จนต้องปลดกุนซือถึง 2 รอบ
แต่จากทีมที่ออกตัวแพ้ 6 จาก 8 เกมแรกเมื่อฤดูกาลก่อน ฮาร์ทส์โฉมใหม่ในมือนายใหญ่คนใหม่เข้าฝักตั้งแต่แรกชนะ 8 เสมอ 1 จาก 9 เกมแรกขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอย่างน่าทึ่ง เอาชนะได้ทั้งเรนเจอร์สและเซลติก
แม้ผลงานจะแผ่วลงไปในอีก 6 เกมต่อมาเมื่อเอาชนะได้แค่นัดเดียว (แพ้ 1 เสมอ 4) แต่ก็ฟื้นกลับมาชนะ 3 นัดรวดด้วยการย้ำแค้นทั้งเรนเจอร์สและเซลติกอีกหน ก่อนจะแพ้ในเกมล่าสุดต่อฮิบส์ในศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเอดินเบอระ
เท่ากับว่าผ่านมา 19 นัดแรก 2 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งกลาสโกว์แพ้ฮาร์ทส์ทั้งเหย้าและเยือนไปแล้ว จะเตะที่พาร์คเฮด เตะที่ไอบร๊อกซ์ หรือมาเตะที่ไทน์คาสเซิ่ล พาร์ค ผลลงเอยเหมือนกันหมดคือทีมตราหัวใจได้ 3 คะแนน
สถานการณ์ล่าสุดในลีกวิสกี้ ฮาร์ทส์นำเป็นจ่าฝูงนำเซลติกที่ตามมาเป็นอันดับสองอยู่ 3 คะแนน และนำเรนเจอร์สอันดับสาม 6 คะแนน
ทั้ง 3 ทีมลงเตะไป 19 เกมเท่ากัน แต่ค่ำนี้เซลติกกับเรนเจอร์สจะต้องมาตัดแต้มกันเองในศึกโอลด์เฟิร์มดาร์บี้ เป็นโอกาสให้ฮาร์ทส์ทำคะแนนหนีออกไปได้อีกด้วยโปรแกรมเบากว่าเพราะเปิดบ้านรับ ลิฟวิงสตัน ทีมอันดับสุดท้ายของตาราง
แน่นอนครับ ในระยะยาวเซลติกยังเป็นเต็งหนึ่งเพราะนี่เพิ่งจะผ่านไปเพียงครึ่งทาง แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าจังหวะเวลาในฤดูกาลนี้เป็นใจที่สุดแล้วสำหรับการโค่นเซลติกและเรนเจอร์ส
จะทำได้ไหมไม่รู้เหมือนกัน แต่เชื่อว่าหลายคนปันใจเชียร์ฮาร์ทส์กันเต็มที่ล่ะครับ ไม่ได้เกลียดชังอะไร 2 ยักษ์ใหญ่เมืองกลาสโกว์หรอก แต่นี่มัน 4 ทศวรรษเข้าไปแล้วนะที่แชมป์พรีเมียร์สกอตต์ไม่มีทีมอื่นขึ้นมาเป็นแชมป์เลย
มันนานเกินไปจริง ๆ
#ตังกุย