ฟุตบอลเยาวชน U20 ชิงแชมป์รัฐมินาสเชไรส์เกิดเหตุวุ่นวายครั้งใหญ่ กรรมการแจกใบแดง 53 ใบ หลังนักเตะและทีมงานสองฝ่ายเปิดฉากตะลุมบอน ทำลายสถิติเดิม 36 ใบ
วงการฟุตบอลบราซิลต้องจารึกสถิติใหม่ หลังเกิดเหตุวุ่นวายในการแข่งขันฟุตบอลรุ่น U20 เมื่อผู้ตัดสินแจกใบแดงรวมถึง 53 ใบ ในเกมระหว่าง อูเบอร์ลันเดีย กับ มาโมเร่ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ศึกชิงแชมป์รัฐมินาสเชไรส์
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีนักเตะถูกไล่ออกจากสนาม 43 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชอีก 8 คน และกรรมการบริหารของอูเบอร์ลันเดียอีก 2 คน ทำให้ยอดรวมใบแดงพุ่งขึ้นเป็น 53 ใบ
สถิติใหม่นี้ทำลายสถิติเดิมที่มีการแจกใบแดง 36 ใบ ในเกมฟุตบอลระดับดิวิชั่น 5 ของอาร์เจนตินา ระหว่าง คลับ อัตเลติโก คลาอีโปเล่ กับ วิคตอเรียโน่ อาเรนาส เมื่อปี 2011
รายงานจากสื่อบราซิลอย่าง โอ เทมโป ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารต้องเข้ามาระงับเหตุ หลังสนามปาร์เก โด ซาเบีย ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ตามรายงานของผู้ตัดสิน ระบุว่าการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง หลังจาก ดาวี นักเตะของมาโมเร่ แสดงท่าทียั่วยุไปยังม้านั่งสำรองของคู่แข่ง ระหว่างฉลองประตูที่ช่วยให้ทีมขึ้นนำ 3-1
เหตุการณ์บานปลายเมื่อ เปาโล เซร์คิโอ ดิอาส ดอส ซานโตส โค้ชผู้รักษาประตูของอูเบอร์ลันเดีย วิ่งลงไปในสนามเพื่อเผชิญหน้ากับนักเตะคู่แข่ง ก่อนเกิดการปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่ายและนำไปสู่การแจกใบแดงจำนวนมาก โดยก่อนหน้านั้นมีนักเตะถูกไล่ออกไปแล้ว 3 คน
รายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังระบุถึงความเสียหายภายในสนาม ทั้งประตูที่พังเสียหาย 14 บาน ห้องอาบน้ำที่ได้รับความเสียหาย กระจกหน้าต่างแตก รวมถึงม้านั่ง โต๊ะ และเก้าอี้ที่ถูกทำลาย
การแข่งขันต้องหยุดชะงักไปประมาณ 40 นาที ก่อนที่ เฟร์นานโด แพทริก ดรอสกิช โมเดสโต ผู้ตัดสินจะตัดสินใจยุติเกมกลางคัน
โมเดสโต เขียนรายงานเหตุการณ์ว่า "ในนาทีที่ 54 ของครึ่งหลัง เกิดเหตุทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่ ทำให้ไม่สามารถแจกใบแดงและดำเนินขั้นตอนการยุติการแข่งขันได้"
"ดังนั้น ด้วยความวุ่นวายทั้งหมดและการขาดมาตรการรักษาความปลอดภัย ผมจึงตัดสินใจยุติการแข่งขัน"
หลังจากนั้น อูเบอร์ลันเดียยืนยันว่าจะไม่ลงแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง โดยให้เหตุผลว่ามาโมเร่เหลือนักเตะที่พร้อมลงสนามเพียง 7 คนเท่านั้น เนื่องจากนักเตะและเจ้าหน้าที่ถูกลงโทษใบแดงจากเหตุการณ์ดังกล่าว
สโมสรอูเบอร์ลันเดียระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็น "การแสดงน้ำใจนักกีฬา" ส่งผลให้มาโมเร่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ขณะที่พวกเขาจะหันไปเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันชิงอันดับ 3 แทน
นอกจากนี้ สโมสรยังยืนยันว่าได้ดำเนินมาตรการทางวินัยภายในกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมระบุว่า "สโมสรไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ดำเนินมาตรการทางวินัยที่เหมาะสมกับผู้เกี่ยวข้องภายในสโมสรแล้ว เพราะการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬานั้น เหนือสิ่งอื่นใดคือการพัฒนาความเป็นมนุษย์"