รอยแผลเป็นแห่งตำนาน! รำลึกการต่อสู้ของ 'โรนัลโด้ R9' จากปาฏิหาริย์ 2002 สู่ฉากสุดท้ายที่บาดลึกในใจแฟนบอล

รอยแผลเป็นแห่งตำนาน! รำลึกการต่อสู้ของ 'โรนัลโด้ R9' จากปาฏิหาริย์ 2002 สู่ฉากสุดท้ายที่บาดลึกในใจแฟนบอล
กลายเป็น Full-scale return ที่สมบูรณ์แบบ เขากลับมาอย่างเต็มตัว เรียกความมั่นใจที่หัวเข่าข้างขวาได้เต็มที่ ทันเวลาฟุตบอลโลก 2002 บนแผ่นดินเอเชียพอดี

แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือประวัติศาสตร์อีกรอบหนึ่ง โรนัลโด้ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง ผนึกกำลังทริปเปิลอาร์กับริวัลโด้และโรนัลดินโญ่กระชากแชมป์โลกมาครอง ลบฝันร้ายเมื่อ 4 ปีก่อนได้สำเร็จ

ความกดดันหนักหน่วงที่อาจก่อให้เกิดการชักปริศนาก่อนนัดชิงเหมือนคราวก่อนถูกกำจัดไปด้วยทรงผมไดโกโระที่ดึงเอาความสนใจไปหมด

แล้วเขาก็ลงสนามไปเหมายิง 2 ประตูผ่าน โอลิเวอร์ คาห์น ในนัดชิงที่โยโกฮาม่า

ทั้ง 2 ประตู.. เท้าขวาเช่นเดิม เช่นเดียวกับ 2 ขวาในแฮตทริกสุดยอดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีกปี 2003 และประตูที่พาเขาขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลกในเกมกับกานาเมื่อปี 2006 ก็เท้าขวา

ไม่มีฝันร้ายหัวเข่าข้างขวาอีกแล้ว สิ่งที่เหลือไว้มีเพียงรอยลงมีดยาวเหยียดที่ประดับกายเท่านั้น

การย้ายเข้าสู่ เรอัล มาดริด หลังบอลโลก 2002 คือการขยับขึ้นไปอีกขั้น ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เขาโลดแล่นท่ามกลางกองทัพกาลาคติกอส ซีเนดีน ซีดาน, หลุยส์ ฟิโก้, ราอูล กอนซาเลซ, โรแบร์โต้ คาร์ลอส, เดวิด เบ็คแฮม, กูตี

ได้มีช่วงเวลาฟิตเล่นต่อเนื่องนาน ๆ ก็ที่นั่น 3 ฤดูกาลแรกกับทีมชุดขาว (2002/03-2004/05) R9 เล่นในระดับ 31, 32 และ 34 เกมในลีก 44, 48 และ 45 เกมในทุกรายการ

สถิติการถล่มประตูยังคงยอดเยี่ยม ตะบัน 23, 24, 21 ประตูในลีก และ 30, 31, 24 ประตูในทุกรายการตลอด 3 ซีซั่นนั้น

ฤดูกาล 2005/06 โรนัลโด้ได้เล่นน้อยลง ลงสนามแค่ 23 เกม (14 ประตู) ในลีก และ 27 เกม (15 ประตู) ในทุกรายการ เนื่องจากเจ็บเอ็นข้อเท้าซ้ายฉีกในเดือนตุลาคม 2005 พัก 4 สัปดาห์ ตามด้วยเจ็บน่องในเดือนมกราคม 2006 พักอีก 3 สัปดาห์

แต่ก็ยังผ่านฟุตบอลโลก 2006 ด้วยการพาบราซิลเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย กลับบ้านพร้อมสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล 15 ประตู

แล้วชีวิตของเขาก็เริ่มเข้าสู่ขาลง อายุของโรนัลโด้เวลานั้น 30 ปีแล้ว เขาเข้ารับการผ่าตัดขูดหินปูนที่เกาะหัวเข่าและหน้าแข้งหลังจบฟุตบอลโลกคราวนั้น กระทบช่วงปรีซีซั่นของเรอัล มาดริด ที่แต่งตั้ง ฟาบิโอ คาเปลโล่ เข้ามากุมบังเหียนพอดี

คาเปลโล่เข้ามาพร้อมกับระเบียบวินัยในแบบของเขา พ่วงด้วยกองหน้าคนใหม่จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่ยึดตำแหน่งหัวหอกตัวจริงได้ทันที

ความสัมพันธ์ระหว่างโรนัลโด้กับกุนซือชาวอิตาเลียนเข้าขั้นเลวร้าย คาเปลโล่วิจารณ์เรื่องความฟิตและน้ำหนักของเขา ไม่ชอบไลฟ์สไตล์ของเขา และไม่มีเขาอยู่ในแผนใช้งาน

ซีซั่นนั้นโรนัลโด้ได้เล่นแค่ 7 เกมในลีก 13 เกมในทุกรายการ แล้วพอเดือนมกราคมปี 2007 เขาก็ตัดสินใจย้ายไป เอซี มิลาน

ในวันย้ายร่วมทีมปีศาจแดงดำ โรนัลโด้กล่าวขอบคุณทุกคนที่เรอัล มาดริด แฟนบอล เพื่อนร่วมทีม สตาฟฟ์โค้ช ยกเว้นแค่คนเดียว

ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาหมายความถึงคาเปลโล่ แต่คาเปลโล่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะอวยพรให้ R9 มีเส้นทางที่ดีที่มิลาน แล้วก็ทำงานของเขาต่อไป พาทีมชุดขาวคว้าแชมป์ลา ลีกาฤดูกาลนั้นด้วย 25 ประตูของฟาน นิสเตลรอย

โรนัลโด้ไปต่อที่มิลาน ยิง 7 ประตูจาก 14 เกมในครึ่งซีซั่นหลัง ก่อนจะบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งแตกพลาดลงสนามตลอด 3 เดือนแรกของฤดูกาลใหม่ 2007/08

กลับมาอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน เล่น 1 เกมพัก 2 เกม เล่น 3 เกมพัก 3 เกม รวมแล้วกลับมาเล่นอีกแค่ 6 นัดแล้วก็เจ็บหนักอีกครั้ง

เอ็นสะบ้าหัวเข่าฉีกขาดโดยสิ้นเชิงเหมือนปี 2000 เพียงแต่คราวนี้มันเกิดขึ้นที่หัวเข่าข้างซ้าย ระหว่างเกมเซเรีย อากับ ลิวอร์โน่ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2008 ที่เขาเพิ่งจะเปลี่ยนตัวลงสนามและเล่นไปเพียง 5 นาทีต่อหน้าแฟนบอลในซาน ซิโร่

ในวัย 32 ปี การเจ็บครั้งนี้จึงเหมือนเป็นฉากสุดท้าย ชีวิตนักฟุตบอลของเขาผ่านประสบการณ์ทั้งจุดสูงสุดและต่ำสุด สลับกันไปมาหลายครั้ง จะมีสักกี่คนที่เอ็นสะบ้าหัวเข่าฉีกขาดโดยสิ้นเชิงทั้งข้างซ้ายและข้างขวาอย่างนี้

ชีวิตนักฟุตบอลของโรนัลโด้จึงมีฤดูกาลที่หายไปเลยอย่างซีซั่น 1999/2000 ที่ได้เล่นแค่ 8 เกม.. ซีซั่น 2000/01 ที่จำนวนเกมเป็นศูนย์.. ซีซั่น 2001/02 ที่ได้เล่นแค่ 16 เกม

3 ฤดูกาลที่ว่านี้เขายังอยู่ในวัยสะพรั่งสุดขีด อายุ 23-26 ปีซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาอาจพีคขึ้นไปอีก จะไปถึงขอบเขตไหนของฟากฟ้าก็ไม่รู้

ส่วนฤดูกาล 2006/07 ที่ได้เล่นแค่ 13 เกมให้เรอัล มาดริด เป็นเรื่องความฟิตและการไม่ลงรอยกับโค้ช กระทั่งการเจ็บล่าสุดในปี 2008 ในวัย 32 นั่นแหละที่เป็นจุดจบเส้นทางอาชีพของเขาเกือบเป็นทางการ

หายไปอีก 13 เดือน เขากลับมาลงสนามอีกครั้งในชุดโครินเธียนส์แห่งเซา เปาโล และนั่นคือสโมสรสุดท้ายของเขา

อิล เฟโนเมโน่ แขวนสตั๊ดที่โครินเธียนส์ในปี 2011 อายุ 35 ปี

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ ๆ ก็มีเรื่องราวให้ผมคิดถึงโรนัลโด้

เริ่มจากความฟินในการประกาศรางวัลบัลลงดอร์ 2026 ตามมาด้วยการเข้ารับการผ่าตัดซ่อมหมอนรองกระดูกหัวเข่าข้างขวาของตัวเอง

ขณะนั่ง ๆ นอน ๆ บนเตียงพยาบาล ผมก็คิดถึง อิล เฟโนเมโน่ ของผม การต่อสู้และเรื่องราวของเขาเป็นที่จดจำเหลือเกิน

เป็นความทรงจำที่งดงามมาก.. มากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้สำหรับคนที่ติดตามฟุตบอล

หลาย ๆ คนรักโรนัลโด้.. โรนัลโด้ R9

ผมเองก็เช่นกัน ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของเขาอีกครั้งครับ

-ตังกุย-



ที่มาของภาพ : Gettyimages
BY : ตังกุย
ณัฐพล ดำรงโรจน์วัฒนา
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport