ฟาบริซิโอ โรมาโน่ และ ฟลอเรียน เพลทเท่นแบร์ก สองนักข่าวสายตลาดนักเตะชื่อดัง เปิดศึกโต้ตอบกันอย่างดุเดือดบนโซเชียลมีเดีย หลังเห็นต่างเกี่ยวกับความคืบหน้าดีล ยาน ดิโอม็องเด้ และวิธีการรายงานข่าว
วงการข่าวซื้อขายนักเตะเกิดประเด็นร้อน เมื่อ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ และ ฟลอเรียน เพลทเท่นแบร์ก ผู้สื่อข่าวสายตลาดนักเตะชื่อดัง เปิดศึกตอบโต้กันผ่านแพลตฟอร์ม X จากประเด็นการรายงานข่าวการย้ายทีมของ ยาน ดิโอม็องเด้
จุดเริ่มต้นมาจากโพสต์ของ เพลทเท่นแบร์ก ผู้สื่อข่าวจาก Sky Germany ซึ่งระบุว่า แม้ทุกฝ่ายยังเชื่อว่าดีลระหว่าง ดิโอม็องเด้ กับ เรอัล มาดริด จะเกิดขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงระหว่างสโมสร พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการตกลงกันแล้วจริง ก็น่าจะสามารถระบุค่าตัวที่ชัดเจนได้
แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยชื่อใครโดยตรง แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการพาดพิงถึง โรมาโน่ ซึ่งรายงานความคืบหน้าดีลดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้น โรมาโน่ ตอบโต้ทันที โดยกล่าวหาว่ามีการเผยแพร่ "ข่าวปลอม" เกี่ยวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมยื่นข้อเสนอ 100 ล้านยูโร ทั้งที่สโมสรถอนตัวจากการแข่งขันแย่งตัวนักเตะรายนี้ไปแล้ว พร้อมระบุว่า
"ตรวจสอบข่าวของตัวเองก่อน แล้วค่อยมาพูดถึงผม"
คำพูดดังกล่าวทำให้ เพลทเท่นแบร์ก ตอบกลับอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการกล่าวหาว่า Sky Germany รายงานข่าวปลอมถือเป็นการ "ข้ามเส้น"
เขายังย้อนถึงกรณีที่ โรมาโน่ ใช้คำว่า "Here We Go" กับข่าวที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะรับตำแหน่งกุนซือทีมชาติเยอรมนี ทั้งที่สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนีประกาศชื่อไปก่อนแล้ว และจนถึงเวลานั้นก็ยังไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ เพลทเท่นแบร์ก ยังวิจารณ์ว่า โรมาโน่ เคยลบโพสต์ "Here We Go" ที่ผิดพลาด รีบโพสต์ผลการแข่งขันก่อนจบเกมเพื่อความเร็วบนอัลกอริทึม รวมถึงไม่ให้เครดิตแหล่งข่าวต้นทางในหลายกรณี
โรมาโน่ ไม่ยอมจบง่าย ๆ โดยตอบกลับว่า เพลทเท่นแบร์ก เคยส่งข้อความมาปรึกษาเรื่องการเพิ่มจำนวนผู้ติดตามเมื่อหลายปีก่อน พร้อมยืนยันว่าคนที่เริ่มประเด็นทั้งหมดคืออีกฝ่าย
แม้ทั้งสองจะยืนยันในเวลาต่อมาว่าไม่ต้องการทำสงครามกัน แต่ก็ยังคงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่าน X อีกหลายครั้ง โดยต่างฝ่ายต่างยืนยันในข้อมูลของตนเอง
ท้ายที่สุด ทั้ง โรมาโน่ และ เพลทเท่นแบร์ก มีจุดยืนตรงกันเพียงเรื่องเดียว คือเชื่อว่า ยาน ดิโอม็องเด้ จะย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด ในที่สุด เพียงแต่ต่างกันในรายละเอียดของกระบวนการเจรจา และหลักเกณฑ์ของการรายงานข่าวเท่านั้น