โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อดีตสตาร์ ลิเวอร์พูล เหลือทางเลือกระหว่าง ซาอุดี โปร ลีก กับ เมเจอร์ลีก สหรัฐฯ หลังเป็นฟรีเอเยนต์ โดย สปอร์ติ้ง แคนซัส ซิตี้ กลายเป็นตัวเต็งในสหรัฐฯ ขณะที่ อัล อิตติฮัด และ อัล อาห์ลี พร้อมทุ่มค่าเหนื่อยมหาศาล
หลังกลายเป็นนักเตะไร้สังกัดจากการยกเลิกสัญญากับ ลิเวอร์พูล ก่อนกำหนด 1 ปี ล่าสุด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กำลังเข้าใกล้การตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับอนาคตค้าแข้งของตัวเอง
ดาวยิงวัย 34 ปี ได้จำกัดตัวเลือกเหลือเพียงสองปลายทาง ได้แก่ ซาอุดี โปร ลีก และ เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (MLS) โดยการเจรจาผ่านตัวแทนของนักเตะมีความเข้มข้นมากขึ้น หลังจากทีมชาติอียิปต์ ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยความพ่ายแพ้ต่อ อาร์เจนตินา
ในฝั่งอเมริกาเหนือ รายงานจาก ดิ แอธเลติก ระบุว่า สปอร์ติ้ง แคนซัส ซิตี้ ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งเหนือหลายสโมสรชื่อดังใน MLS หาก ซาลาห์ เลือกย้ายไปค้าแข้งในสหรัฐอเมริกา
เบื้องหลังความพยายามดังกล่าวมาจาก ปีเตอร์ มัลลุค เจ้าของสโมสรเสียงข้างมากคนใหม่ ซึ่งเป็นลูกหลานผู้อพยพชาวอียิปต์ และต้องการสร้างดีลประวัติศาสตร์ด้วยการดึงหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาติบ้านเกิดมาร่วมทีม
นอกจากนี้ สปอร์ติ้ง แคนซัส ซิตี้ ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับสุดท้ายของสายตะวันตกใน MLS ยังมีแผนปรับโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ และกำลังเดินหน้าเจรจาดีลมูลค่าสูงหลายรายการควบคู่ไปกับการล่าตัว ซาลาห์
อย่างไรก็ตาม สโมสรจาก ซาอุดี โปร ลีก ยังคงถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ได้เปรียบที่สุด โดย ซาลาห์ ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับสโมสรในเมืองเจดดาห์ เนื่องจากอยู่ใกล้อียิปต์และสามารถเดินทางกลับบ้านได้สะดวก ส่งผลให้ อัล อิตติฮัด และ อัล อาห์ลี กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจมากที่สุด
ข้อเสนอจากซาอุดีอาระเบียยังคงมีมูลค่าสูงถึง 150 ล้านปอนด์ต่อปี พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ทั้งบทบาททูตการท่องเที่ยวแห่งชาติ และโอกาสถือครองหุ้นสโมสรในอนาคต
ก่อนหน้านี้ ซาลาห์ มีความตั้งใจที่จะค้าแข้งในยุโรปต่อไป โดยเคยมีข่าวเชื่อมโยงกับ โรม่า ต้นสังกัดเก่า, ยูเวนตุส รวมถึงหลายสโมสรในตุรกี แต่ข้อจำกัดด้านงบประมาณของทีมเหล่านั้นทำให้โอกาสดังกล่าวไม่คืบหน้า