ลุ้น ฮาร์ทส์ โค่นบัลลังก์ เซลติก-เรนเจอร์ส หยุดการผูกขาดแชมป์ลีกสกอตต์

ลุ้น ฮาร์ทส์ โค่นบัลลังก์ เซลติก-เรนเจอร์ส หยุดการผูกขาดแชมป์ลีกสกอตต์
เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาผมเคยเขียนถึงสถานการณ์ที่น่าสนใจในฟุตบอลสกอตติช พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

เวลานั้นฟุตบอลลีกสูงสุดเมืองวิสกี้เล่นกันไปเกือบครึ่งทางแล้ว ฮาร์ทส์ ออฟ มิดโลเธียน แห่งกรุงเอดินเบอระมาดีมากขึ้นนำเป็นจ่าฝูงในจังหวะเหมาะเจาะที่ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศกำลังมีปัญหา

ในตอนนั้น ฮาร์ทส์ นำจ่าฝูงมี 41 คะแนนจาก 18 เกม เซลติก ตามมาเป็นอันดับสองมี 35 คะแนนจาก 17 เกม เรนเจอร์สอยู่ที่สี่มี 29 คะแนนจาก 17 เกม โดยมี มาเธอร์เวลล์ สอดแทรกขึ้นมาอยู่อันดับสามที่ 30 คะแนนจาก 18 เกม

ผมเขียนถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับทั้ง 3 ทีม และยังเขียนถึงการผูกขาดที่ยาวนานของเรนเจอร์สกับเซลติก

40 ปีเลยนะครับจนกระทั่งปัจจุบันที่ฟุตบอลลีกสกอตต์ไม่มีแชมป์ทีมอื่นอีกเลยนอกจาก 2 ทีมนี้

อเบอร์ดีน แห่งเมืองเหนือคือทีมล่าสุดที่ทำได้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นำแชมป์สู่ถิ่นพิตโตดรี้ 2 ฤดูกาลติด 1983/84 และ 1984/85

แล้วจากนั้นก็ไม่มีอีก แชมป์ถูกจับจองอยู่ในเมืองกลาสโกว์ล้วน ๆ ไม่แบ่งให้ทีมไหนหรือเมืองไหนเลย

มันคือช่วงเวลาที่ผูกขาดที่สุดแล้วของฟุตบอลสกอตต์ ไม่เคยมีการยึดแชมป์ต่อเนื่องในเมือง ๆ เดียวนานถึง 4 ทศวรรษขนาดนี้มาก่อน

ช่วงแรก ๆ รองแชมป์ยังมาจากเมืองอื่น ๆ แทรกบ้างอย่าง ฮาร์ทส์ อเบอร์ดีน หรือ มาเธอร์เวลล์ เพราะเรนเจอร์สกินยาวและเซลติกตกต่ำหลุด Top 2 หลายครั้งช่วงกลางทศวรรษ 1980 ถึงกลางทศวรรษ 1990

กระทั่งฤดูกาล 1995/96 ที่เซลติกตั้งหลักได้และเริ่มทวงบัลลังก์แชมป์กลับคืนเป็นต้นมา ฟุตบอลเมืองน้ำเมาก็ว่าด้วย 2 ทีมนี้จองแชมป์/รองแชมป์มาตลอด จนถึงปี 2012 ที่เดอะไลท์บลูส์ล้มละลายนั่นแหละ

16 ฤดูกาลเต็ม ๆ ที่บทสรุปจะเป็น เซลติกแชมป์/เรนเจอร์สรองแชมป์ หรือไม่ก็ เรนเจอร์สแชมป์/เซลติกรองแชมป์ เสมอ มีเพียง ฮาร์ทส์ ฤดูกาล 2005/06 ทีมเดียวเท่านั้นที่เบียดขึ้นมาเป็นรองแชมป์ได้

นั่นคือที่สุดแล้วแห่งการผูกขาด หลังจากเซลติกคว้าแชมป์ครั้งที่ 13 จาก 14 ฤดูกาลหลังสุดเมื่อซีซั่นก่อน ทำเนียบแชมป์ของทั้ง 2 ทีมก็ขึ้นมาเท่ากันที่ทีมละ 55 สมัย

สองทีมแห่งกลาสโกว์ได้แชมป์ลีกของประเทศรวมกัน 110 สมัย ขณะที่ ฮาร์ทส์ กับ ฮิบส์ หรือ ฮิเบอร์เนียน แห่งกรุงเอดินเบอระได้ทีมละ 4 สมัย รวมกันเป็น 8 สมัย

อเบอร์ดีนแห่งเมืองอเบอร์ดีนได้ 3 สมัย ดัมบาร์ตันแห่งเมืองดัมบาร์ตันได้ 2 สมัย ดันดี กับ ดันดี ยูไนเต็ด แห่งเมืองดันดีได้ทีมละ 1 สมัย..

ฮิเบอร์เนียนได้แชมป์ลีกครั้งล่าสุดปี 1952 (74 ปี) ฮาร์ทส์ได้แชมป์ลีกครั้งล่าสุดปี 1960 (66 ปี) ดันดีปี 1962 (64 ปี) ดันดี ยูไนเต็ดปี 1983 (43 ปี)

ด้วยความที่มันเป็นอย่างนี้มา 40 ปี ตั้งแต่ก่อนที่แฟนบอลมากมายจะลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ การจะจินตนาการว่าแชมป์ฟุตบอลลีกสกอตต์เป็นทีมอื่นที่ไม่ใช่ เรนเจอร์ส หรือ เซลติก จึงเป็นเรื่องยากจริง ๆ

มันนึกภาพไม่ออก

กระทั่งมาถึงความเปลี่ยนแปลงอันเหมาะเจาะในฤดูกาลนี้ที่ทำให้ ฮาร์ทส์ ออฟ มิดโลเธียน ก้าวขึ้นมาท้าทายอำนาจของ 2 ยักษ์ใหญ่ของประเทศ

ทั้ง 3 ทีมมีความเปลี่ยนแปลง ฮาร์ทส์เปลี่ยนแล้วดีขึ้น ส่วนเรนเจอร์สกับเซลติกเปลี่ยนแล้วแย่ลง เราจึงได้เห็นภาพแบบนี้

ฮาร์ทส์ ยังมีผลงานแพ้มากกว่าชนะอยู่เลยเมื่อฤดูกาลก่อน มาซีซั่นนี้พวกเขาดึง ดีเร็ค แม็คอินเนส อดีตกองกลางเรนเจอร์สช่วงปลายทศวรรษ 1990 ที่มีประสบการณ์คุมทีมอเบอร์ดีนและคิลมาร์น็อกมาก่อนเข้ามาทำงานในถิ่นไทน์คาสเซิ่ล พาร์ค บวกการเสริมนักเตะที่ทำได้เข้าเป้า ทำให้ทีมติดลมบน

เคลาดิโอ บราก้า กองหน้าชาวโปรตุเกสจาก อาเลซุนด์ส แห่งลีกนอร์เวย์เข้ามาผนึกกำลังกับ ลอว์เรนซ์ แชงค์แลนด์ หัวหอกทีมชาติสกอตแลนด์กัปตันทีมที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2022 ช่วยกันยิงประตูเป็นดาวซัลโวของทีม

สมาชิกใหม่คนอื่น ๆ เข้ามาเป็นตัวหลักทันที ทั้ง อเล็กซานดรอส คีซิริดิส กองหน้าชาวกรีซที่ได้มาจากเซมพลิน มิชาลอฟเช่ ในลีกเซอร์เบีย ออยซิน แม็คเอนที กองกลางชาวไอริชจากวอลซอลล์ โทมัส เบนท์ แม็กนุสสัน กองกลางชาวไอซ์แลนด์จากวาลูร์ สจ๊วร์ต ฟินด์เลย์ กองหลังชาวสกอตต์ที่ยืมตัวมาจาก อ๊อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ขณะที่ เอลตัน คาบังกู กองหน้าชาวเบลเยียมจากอูนิโอน แซงต์ ชิลลวส ก็เป็นกำลังสนับสนุนที่ดี

ทีมตราหัวใจลงสนามโดยปราศจากความกดดันเพราะไม่มีใครพูดถึง ก็ฤดูกาลก่อนจบอันดับ 7 แถมต้องปลดกุนซือถึง 2 รอบ

แต่ฮาร์ทส์ในมือแม็คอินเนสออกตัวอย่างเร้าใจ 9 เกมแรกชนะ 8 เสมอ 1 ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอย่างน่าทึ่ง และยังเดินหน้าต่อเนื่อง 18 เกมแรกแพ้แค่นัดเดียวต่อ อเบอร์ดีน ที่พิตโตดรี้ ขณะที่การเจอ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ ฮาร์ทส์กดชนะแบบเหมาไป-กลับทั้งคู่ 4 เกม 12 คะแนนเต็ม

ฮาร์ทส์เปลี่ยนแล้วดี ส่วน เรนเจอร์ส กับ เซลติก กลับเปลี่ยนแล้วไม่ดี

เรนเจอร์ส แยกทางกับ ฟิลิปป์ เกลม็องต์ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025 ให้ แบร์รี่ เฟอร์กูสัน รักษาการจนจบซีซั่น แล้วเลือกใช้กุนซือรุ่นใหม่อย่าง รัสเซลล์ มาร์ติน อดีตกองหลังนอริช ซิตี้ และทีมชาติสกอตแลนด์วัย 39 ปีที่เคยคุมเซาธ์แฮมป์ตันในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ผลลัพธ์คือหายนะ.. 8 เกมแรกของฤดูกาลเดอะไลท์บลูส์ชนะได้แค่นัดเดียว ถูกฮาร์ทส์ทิ้ง 13 แต้ม โดนเซลติกทิ้ง 8 แต้ม ก่อนจะลงเอยด้วยการเป็นผู้จัดการทีมที่มีเวลาทำงานสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ 153 ปีของสโมสรคือเพียงแค่ 122 วันเท่านั้น

ยังดีที่ แดนนี่ โรห์ล กุนซือวัย 36 ปีชาวเยอรมันซึ่งถูกดึงตัวมาจาก เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ เพื่อรับงานต่อสามารถยกระดับเรนเจอร์สได้อย่างน่าพอใจ ทำทีมให้มีเกมรุกจัดจ้าน มีเข้าเบรกชนะติดต่อกันได้เป็นระยะ แพ้แค่ 2 เกมเท่านั้นนับจากวันรับงานเมื่อเดือนตุลาคม 2025

จากที่เคยตามฮาร์ทส์ 13 แต้ม ตามเซลติก 8 แต้ม สถานการณ์ปัจจุบันเรนเจอร์สตามฮาร์ทส์เหลือแค่ 4 คะแนน และตามเซลติกแค่แต้มเดียว

ส่วนเซลติกก็มีความเปลี่ยนแปลงใหญ่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่พาทีมเป็นแชมป์ 11 รายการ รวมทั้งแชมป์ลีก 4 สมัย มีปัญหากับฝ่ายบริหารจนต้องแยกทางกันช่วงปลายเดือนตุลาคม 2025 (ปัจจุบัน บีร็อด คุมทีม อัล คาดเซียห์ ในลีกซาอุดีอาระเบีย)

หลังจากดึง มาร์ติน โอนีล กลับมารักษาการ 5 สัปดาห์ เซลติกก็เลือก วิลฟรีด น็องซี่ กุนซือชาวฝรั่งเศสดีกรีโค้ชยอดเยี่ยมเมเจอร์ลีกสหรัฐฯ กับทีมโคลัมบัส ครูว์ เข้ามารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือนธันวาคม

ผลลัพธ์คือหายนะที่หนักกว่าเรนเจอร์สเสียอีก..

4 เกมแรกของน็องซี่แพ้รวด 100% แพ้ฮาร์ทส์ในลีก แพ้โรม่าในยูฟ่า ยูโรปา ลีก แพ้เซนต์เมียร์เรนเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีในนัดชิงสกอตติช ลีก คัพ และกลับมาแพ้ ดันดี ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรกในรอบ 23 เกมในลีก

ตลอดประวัติศาสตร์ 138 ปีของสโมสรเซลติก รวมถึง 153 ปีของเรนเจอร์ส ไม่เคยมีผู้จัดการทีมคนไหนแพ้รวด 4 เกมแรกมาก่อน

กระเตื้องขึ้นมาเล็กน้อยด้วยชัยชนะ 2 เกมติดเหนืออเบอร์ดีนกับลีฟวิงสตัน ก่อนที่ฟางเส้นสุดท้ายจะขาดผึงเมื่อแพ้ 2 นัดติดต่อกันต่อมาเธอร์เวลล์และโดนเรนเจอร์สคู่ปรับตลอดกาลบุกถลุงคาถิ่นพาร์คเฮด 1-3

น็องซี่ถูกไล่ออกหลังทำงานได้แค่ 33 วัน.. และม้าลายเขียว-ขาวต้องกลับไปใช้บริการ มาร์ติน โอนีล อีกหน

122 วันของ รัสเซลล์ มาร์ติน ว่าน้อยเป็นประวัติการณ์แล้ว 33 วันของน็องซี่ยิ่งเป็นอีกระดับของความน่าอับอายไปเลย

ที่บังเอิญอย่างเหลือเชื่อก็คือ ความย่ำแย่ระดับประวัติศาสตร์นี้มาเกิดขึ้นกับทั้งเรนเจอร์สและเซลติกในฤดูกาลเดียวกัน อานิสงส์จึงตกไปอยู่กับฮาร์ทส์ที่เปลี่ยนแปลงแล้วดี กลายเป็นสวนทางกันอย่างที่เห็น

ในวันที่เขียนถึงฮาร์ทส์เมื่อช่วงคริสต์มาส ยอมรับตามตรงครับว่าใจลึก ๆ ยังนึกสงสัยว่าพวกเขาจะทำได้จริง ๆ หรือ สุดท้ายแล้วมันจะเข้าอีหรอบเดิมหรือเปล่าว่าเสร็จ 2 ทีมกลาสโกว์อยู่ดี

แต่มาจนถึงวันนี้ เข้าสู่ 4 เกมสุดท้ายของฤดูกาล ฮาร์ทส์ยังคงนำเป็นจ่าฝูงอย่างแข็งแกร่ง

ผ่านไป 34 เกม ฮาร์ทส์มี 73 คะแนน เซลติก 70 คะแนน และเรนเจอร์ส 69 คะแนน

ถามว่าเป็นไปได้ไหมก็ต้องบอกว่าเป็นไปได้ แถมอาจจะอยู่ในระดับที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมยิ่งกว่าเดิมด้วย เพราะใน 4 เกมที่เหลือยังมีเกมที่ เรนเจอร์ส กับ เซลติก ต้องมาตัดแต้มกันเองอีก

แต่หากจะบอกว่าถ้าอย่างนี้เข้าทางฮาร์ทส์เต็ม ๆ และพวกเขาน่าจะทำได้แน่นอนก็อาจจะยังเร็วเกินไป เพราะฮาร์ทส์ก็ยังเหลือเกมที่ต้องเจอกับทั้งเซลติกและเรนเจอร์สเช่นกัน

นั่นหมายความว่า ทั้ง 3 ทีมยังเหลือเกมที่ต้องวนมาเจอกันเองทั้งหมด

เกมที่ 35

  • ฮิเบอร์เนียน-เซลติก (อาทิตย์ที่ 3 พ.ค. 18.00 น.)
  • ฮาร์ทส์-เรนเจอร์ส (จันทร์ที่ 4 พ.ค. 23.30 น.)

เกมที่ 36

  • มาเธอร์เวลล์-ฮาร์ทส์ (เสาร์ที่ 9 พ.ค. 02.00 น. (เข้าวันอาทิตย์ที่ 10))
  • เซลติก-เรนเจอร์ส (อาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 18.00 น.)

เกมที่ 37 (เตะพร้อมกัน พุธที่ 13 พ.ค. 02.00 น. (เข้าวันพฤหัสฯ ที่ 14))

  • มาเธอร์เวลล์-เซลติก
  • เรนเจอร์ส-ฮิเบอร์เนียน
  • ฮาร์ทส์-ฟัลเคิร์ก

เกมที่ 38 (เตะพร้อมกัน เสาร์ที่ 16 พ.ค. 18.30 น.)

  • เซลติก-ฮาร์ทส์
  • ฟัลเคิร์ก-เรนเจอร์ส

ฮาร์ทส์จะหยุดการผูกขาด 40 ปีติดต่อกันของเรนเจอร์สกับเซลติกได้ไหมต้องรอติดตามกันล่ะครับ เชื่อว่าหลายคนคงเอาใจช่วยพวกเขา หรือในจำนวนนี้อาจจะมีกองเชียร์ของ 2 ทีมกลาสโกว์ด้วยก็ได้ที่อาจจะแอบบ่นว่าทีมอื่นได้บ้างก็ดีนะ กูก็เริ่มเบื่อแล้วเหมือนกัน (ฮา)

แต่ที่แน่ ๆ โปรแกรมเตะที่เหลืออยู่แบบนี้น่าจะทำให้มันเป็นหนึ่งในโปรแกรมเตะ 4 เกมสุดท้ายที่เข้มข้นที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลพรีเมียร์สกอตต์ได้เลย

-ตังกุย-



ที่มาของภาพ : Gettyimages / Reuters
BY : ตังกุย
ณัฐพล ดำรงโรจน์วัฒนา
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport